สุขภาพเรา ใครเล่าจะ (ช่วย) ดูแล

บทความฉบับนี้ ได้ลงพิมพ์ในเอกสารงานสมัชชาแรงงานนอกระบบ เมือต้นเดือนตุลา ที่ผ่านมาค่ะ ต้องขอบคุณเรี่ยวแรงหลัก (ดูจากน้ำหนักหรือเปล่าจ๊ะ) คือ น้องแชมป์ ชัชชัย และ น้องโอ พวกเราช่วยกันทำงาน ข้อมูลเหล่านี้ ไม่น่าเชื่อว่า ไปนำเสนอ ณ ต่างประเทศ เป็นที่เรียบร้อย แต่ในเมืองไทย ไม่ค่อยส่ง สาร เท่าไรนัก วันนี้โอกาสดีค่ะ ฟ้างามยามต้นของฤดูหนาว เรียนเชิญหาความสำราญ กันค่ะ

สรา อาภรณ์ ชัชชัย ธนโชคสว่าง กุณฑลีย์ บังคลาดานาลา

ศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบ ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานร่วมกับแผนงานคุณภาพชีวิตแรงงาน สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ และแรงงานนอกระบบ 6 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า กลุ่มค้าขาย กลุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้าง กลุ่มแท็กซี่ และกลุ่มซาเล้ง แรงงานนอกระบบเหล่านี้มีความเสี่ยงจากการทำงานไม่แตกต่างจากกลุ่มแรงงานในระบบ แต่แรงงานนอกระบบยังขาดกลไกการดูแลสุขภาพตามความเสี่ยง จากการทำงานวิจัยในพื้นที่ของศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบ ในกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า และกลุ่มซาเล้ง พบว่า เมื่อแรงงานนอกระบบเกิดอาการเจ็บป่วย กลุ่มแรงงานนอกระบบ จะเข้ารับการรักษากับสถานบริการของรัฐ ศูนย์บริการสาธารณสุข และในการเข้ารับบริการนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มิได้ทำการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการทำงาน เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์เพื่อทำการรักษาโรคหรืออาการผิดปกตินั้น นอกจากนี้แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงต่างๆ จากการทำงานเพื่อเชื่อมโยงถึงแนวทางในการป้องกันตนเองจากการทำงาน

เมื่อพิจารณาปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า มีความเสี่ยงหลักจากท่าทางการทำงานและพฤติกรรมการทำงาน เช่นการนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สำหรับกลุ่มค้าขาย กลุ่มมอเตอร์ไซด์ กลุ่มแท็กซี่ และกลุ่มซาเล้ง ทำงานในสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุ และยังมีความเสี่ยงจากการรับสัมผัสสารมลพิษจากการจราจร เช่น โทลูอีน ส่งมีผลต่อการระบบการทำงานของร่างกายในอนาคตได้

เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากลุ่มแรงงานนอกระบบ ยังคงต้องทำงานภายใต้ความเสี่ยงที่หลากหลาย มีโอกาสเกิดอันตราย การบาดเจ็บหรือโรคจากการทำงานได้ แต่กลุ่มแรงงานนอกระบบนี้ยังคงขาดความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตามความเสี่ยง ขาดผู้ให้บริการด้านสุขภาพหรืออาชีวอนามัย ที่นำไปสู่การส่งเสริม ป้องกัน และรักษา ที่เหมาะสม ดังนั้น การจัดบริการอาชีวอนามัยสำหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบจึงเป็นสิ่งที่มีจำเป็นอย่างเร่งด่วน ที่ต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจากภาครัฐ ต่อไป

ถนนสายนี้ อีกยาวไกล long way to go

ถนนสายนั้นที่ทอดยาว มีเรื่องราวของความเป็นจริง
มีเงาไม้ เอาไว้ ให้พักพิง มีให้เธอ เอาไว้ ยามอ่อนล้า

ตั้งใจว่าจะกลับมาเขียน blog อย่างจริงจังอีกครั้งค่ะ หลังจากมีงานอย่างต่อเนื่องไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน วันนี้คงมาทักทายกันก่อน ด้วยเพลงที่มักจะคิดถึงตอนมองท้องฟ้า เพลงนี้ ขึ้นต้นว่า เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ตามด้วย ถนน และ ตามด้วย ทะเลสีคราม ที่ทอดยาว จบว่า “เห็นความรักฉันบ้้างไหม”

มิได้อกหัก มิได้เล่าเรื่องอาการบาดเจ็บของหัวใจอยู่นะค่ะ หัวใจปกติดีค่ะ แต่กำลังเล่าเรื่องงานอยู่ ค่ะ
เมื่อก่อน ทำงานอาชีวอนามัย ต้องเดินทางเยอะ อยู่บนท้องถนน นั่งรถ นั่งเครื่องบิน หลับๆ ตื่นๆ พอตื่นมาก็มองรอบตัวค่ะ ท้องฟ้าเป็นสิ่งแรกที่มอง ตอนนี้ผลักดันงานด้านอาชีวอนามัยในแรงงานนอกระบบ มาได้ระยะหนึ่งแล้วค่ะ แต่หนทางคงมีอีกยาวไกล ไม่ท้อค่ะ จะทำต่อไปเรื่อยๆ ในระหว่างทาง พบเพื่อน พบพี่ พบน้อง พบผู้ใหญ่ พบคนรู้จัก มากมาย งานด้านนี้ทำคนเดียวไม่ได้เลยค่ะ ยิ่งในบริบทของแรงงานนอกระบบ ยิ่งซับซ้อนหลากหลาย ทำคนเดียวไม่ได้แน่นอนค่ะ ต้องร่วมใจร่วมแรงกัน ตามลักษณะการเกาะเกี่ยวที่เป็นธรรมชาติ การก้าวในช่วงนี้ จะลงทะเลค่ะ จะไป ทะเลสีครามที่ทอดยาว ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของ แรงงานกลุ่มชาวประมง โครงการนี้ร่วมทำกับองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ แห่งสหประชาชาติ ในกลุ่มชาวประมง หลายจังหวัดของประเทศไทย

เป้าหมายที่อยากเห็นคือ ความรักในสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของพี่น้องชาวประมง รอคำตอบอยู่ค่ะ

“เห็นความรัก ฉัน บ้างไหม”

GHS การแบ่งกลุ่มและติดฉลากสารเคมี

ตอนแรกวางแผนว่า จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับผักผลไม้ ที่มีสีต่างๆกันจะช่วยป้องกันโรคที่แตกต่างกันได้ แต่แล้วก็ต้องมาถูกขัดจังหวะ ด้วยเรื่องสารเคมี อีกแล้ว จนได้

อันเนื่องจากวันดีคืนดี ได้รับโทรศัพท์จากองค์การอาหารและยา (อย.)

“อาจารย์ค่ะ อาจารย์เป็นคนแปล GHS บทที่3 อันตรายต่อสุขภาพใช่ไหมค่ะ”  รีบตอบด้วยความภาคภูมิใจทันทีว่า ใช่ค่ะ หลังจากนั้นก็เกิดบทสนทนายาว ได้ความดังนี้ว่า จะมีการอบรมเรื่องนี้โดย องค์การสหประชาชาติ ซึ่งสนับสนุนให้วิทยากรมา 2 คน หนึ่งคนเป็นคนเยอรมัน (อีกแล้ว) และอีกหนึ่งคนเป็นคนไอริช ซึ่งงานนี้อย. จะเป็นผู้ประสานงาน งานนี้สำคัญมาก อันเนื่องจาก GHS มีการปรับปรุงใหม่ มีการเพิ่มเติมแก้ไขให้ทันสมัยอีกพอประมาณ และที่สำคัญถึงเวลาที่จะต้องเอาจริงเอาจังกันทั้งโลก แล้ว จึงต้องมีการสนับสนุนเพื่อทำให้เกิด ระบบที่เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลกในการจัดจำแนกกลุ่มและติดฉลากของสารเคมี เสียที

ดังนั้น ช่วงอาทิตย์นี้ อาจารย์สรา ต้องแปลงร่างไปเรียนหนังสือ อนาคตหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการนำความรู้ไปสู่ทุกภาคส่วนตามจุดประสงค์ของ GHS  ซึ่ง GHS จะใช้ในส่วน

1. สถานประกอบการ Workplace/Industry

2. เกษตรกรรม Agricultural

3. การขนส่ง Transport

4. ผู้บริโภค Consumer Product และอีกหนึ่งกลุ่มคือ Emergency res ponder ผู้ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

วันนี้ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ ชูสองนิ้วแล้วบอกว่า หนูจะพยายามค่ะ

ดร.สรา รายงาน ตรงจาก UNITAR-Thailand Workshop on Training and Capacity Building for the Implementation of the GHS โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน

เมื่อคิดถึงเกษตรกรกับงานอาชีวอนามัยแล้ว คนส่วนใหญ่จะคิดถึงระดับสารเคมีในเลือดกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความปลอดภัยในงานเกษตรกรรมมีหลากหลายเรื่องที่ต้องคำนึงถึง หัวข้อเรื่องยาวๆ ข้างบน คือชื่อหนังสือ ซึ่งเป็นผลระหว่างการดำเนินงาน ในโครงการนี้ หากจะย้อนถามกันว่า “แล้วอาจารย์ไปร่วมโครงการกับเขาได้อย่างไร” คำตอบ คือ

อันเนื่องมาจากการที่ต้องทำให้เกิดปาล์มน้ำมันทีี่่มีมาตรฐานนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คนผลิตต้องได้รับความรู้เรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และเรื่องการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย

นี่คือข้อกำหนดในมาตรฐาน RSPO เป็นภาษาไทยว่า มาตรฐานปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน

จึงเป็นที่มาและที่ไป ทำให้ได้เกี่ยวข้องกับโครงการดีๆเช่นนี้ โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือของสหพันธรัฐเยอรมันนีและประเทศไทย

วันนี้ขอเขียนสั้นๆ ก่อนว่า ในที่มาที่ไป อันเป็นประโยชน์จากการขีดเขียนBlog นี้ว่า ทางโครงการได้พยายามหาผู้ที่ทำงานด้านอาชีวอนามัยในเกษตรกรรม และแล้ว ก็มาพบบทความ ที่ผู้เขียนมีความตั้งใจทำงานอาชีวอนามัยกับกลุ่มแรงงานที่ยังไม่มีกลไกภาครัฐเข้าดูแลอย่างเป็นรูปธรรม อันรวมถึงแรงงานภาคเกษตร

ด้วยความเข้าใจ ร่วมกัน เห้นพ้องต้องกัน กับโครงการดีๆ  จึงได้เกิดเครื่องไม้เครื่องมือ และวิธีการหลากหลาย สำหรับวันนี้ขอนำเสนอหนังสือดีเล่มนี้

หนังสือเล่มนี้ถูกนำไปใช้ครั้งแรกเป็นเครื่องมือส่งเสริมตัวแกนนำเกษตรกร ซึ่งเป็นสมาชิกของโครงการ และกำลังจะถูกนำไปขยายต่อไปถึงตัวเกษตกรอีกหลายร้อยหลายพันคนต่อไป

รศ.ดร.สรา อาภรณ์

 

ภูมิใจที่สุดแล้ว Palm Oil , Mahidol และอีกด้านสัญลักษณ์ของประเทศผู้ทำให้เกิดโครงการดีๆ

Danke, Deutschland

thank you ,Germany

 

การประเมินทางการยศาสตร์ LUBA

บทความที่ได้รับการอ่านมากอันดับต้นๆ ในช่วงนี้ จะเป็นเรื่องการยศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออาจารย์มานั่งศึกษา คำที่ใช้ในการ search หา พบว่า แบบประเมินการยศาสตร์ มีจำนวนมากที่สุด

ดังนั้นวันนี้ขอนำเสนอ แบบประเมินอีก หนึ่งแบบ ที่นำมาใช้ ค่ะ

เขียนไม่ผิดแน่นอน หลายท่านอาจจะคุ้นๆ RULA  หรือ Rapid  Upper Limb Assessment หรือ REBA หรือ Rapid Entired Body Assessment

สำหรับแบบที่แนะนำวันนี้คือ an assessment technique for postural loading on the upper body หรือ ชื่อเล่น จำง่ายๆ ว่า LUBA  แบบประเมินนี้ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง เรื่องท่าทางการทำงานกับความรู้สึกไม่สบาย (Posture and Relative Discomfort Score) อาจารย์สรา กำลังนั่งอ่านอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะจะมีนักศึกษาระดับปริญญาโท จะนำชุดประเมินนี้มาใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ เป็นเครื่องมือพิสูจน์ว่า เครื่องมือที่ใส่ไปในสถานีงานตัวใหม่นี้จะดึขึ้นหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบท่าทางการทำงานกับคะแนนความรู้สึกไม่สบาย และในงานของนักศึกษาก็ยังจะมีการตรวจค่าศักย์ไฟฟ้าของกล้ามเนื้อในรูปแบบต่างๆ กัน นักศึกษาจะสอบเสนอหัวข้อเรื่องเร็วๆ นี้ค่ะ หากผู้ใดสนใจ มาฟังกันได้ นี่คือส่วนหนึ่งของงานของนักศึกษาในระดับปริญญาโท ที่ภาคอาชีวอนามัยและความปลอดภัยค่ะ

อาจารย์สรา

 

งานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ 25

วันนี้เป็นวันเสาร์ ตื่นแต่เช้า เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ เพราะจะเป็นวันที่ ทีมแรงงานนอกระบบจะจัดเวที “คุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ” หลายปีที่ผ่านมา หากจะทำเวทีลักษณะแบบนี้ อาจารย์สราจะเป็นคนดำเนินรายการ สัมภาษณ์ พี่น้องแรงงาน แต่วันนี้ จากการทำงานของพวกเราทั้งหมด มีการพัฒนาศักยภาพของพี่น้องแรงงาน ผู้ดำเนินรายการในวันนี้เป็น พี่น้องแรงงาน พี่สุจิน รุ่งสว่าง เครือข่ายแรงงานนอกระบบกรุงเทพมหานคร ดำเนินการสัมภาษณ์ พี่น้องแรงงานผู้แทนกลุ่มอาชีพ ตัวแทนกลุ่มแทกซี่ กลุ่มมอร์เตอร์ไซด์ แม่ค้าหาบเร่ ตัดเย็บเสื้อผ้า พี่อรุณี ศรีโตซึ่งเคยเป็นแรงงานในระบบมาก่อนและพี่ซาเล้ง และนอกจากนี้ยังมีพี่ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข จากสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ และมีอาจารย์สรา ร่วมในเวทีแลกเปลี่ยนแห่งนี้ เราคุยกันเรื่องการทำงาน ความเสี่ยง สิ่งแวดล้อมการทำงาน “อาชีวอนามัย” กรณีศึกษาการบาดเจ็บจากพี่น้อง คุณณรงค์ เนตรสาริกา จากสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ เล่าให้พวกเราฟัง เรื่องราวการดูแลสุขภาพ แนวโน้มนโยบายจากสปสช. กับสุขภาพแรงงานนอกระบบ

วันนี้พวกเราได้เวลาทั้งหมด หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ตื่นเต้นและดีใจค่ะ พี่น้องได้มาพูดคุย เรื่องอาชีวอนามัย เรื่องนโยบาย ยิ่งพูดก็ยิ่งน่าฟัง มิได้เชียร์กันเองแต่อย่างใดค่ะ มันเป็นแรงบันดาลใจเลยว่า เราต้องจัดเวทีให้พี่น้องได้ทำการสื่อสารสาธารณะ แลกเปลี่ยนพูดคุย และที่สำคัญ ในวันนี้ ก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงแรงงานมานั่งรับฟัง เรื่องเล่า เรื่องราวต่างๆ จากพี่น้องแรงงานนอกระบบ

เราต้องทำกันต่อไปค่ะ

อาจารย์สรา

สุจิน รุ่งสว่าง ผู้ดำเนินรายการ

อาชีวอนามัยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กลับมาประจำการอีกรอบแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากได้รับการร้องขอให้เขียนบทความกึ่งๆวิชาการเล่าเรื่อง “งานของอาจารย์” ที่ทำ จึงได้กลับไปนั่ง รื้อ เอกสารทบทวน เรื่อง วันเดือนปี พศ. ค้นหารูปภาพ แล้วทำให้คิดถึง บ้านเลือก โพธาราม

งานที่ทำเกี่ยวกับอาชีวอนามัยในแรงงานนอกระบบ กลุ่มอาชีพช่างเสริมสวย กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มทำตุ๊กตา เป็นโครงการนำร่องเรื่องอาชีวอนามัยเชิงรุก ผ่านการสร้างอาสาสมัครอาชีวอนามัยนั้น เห็นเป็นรูปธรรม แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดจากโครงการหรือยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น นั้น คือพัฒนาศักยภาพของอปท. ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ให้คิดพิจารณาเรื่อง”อาชีวอนามัย” มากขึ้น

เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา มีโอกาสพบกับท่านรองประภาภรณ์ แห่งเทศบาลตำบลบ้านเลือกซึ่งเคยทำงานร่วมกันในพื้นที่บ้านเลือก ปรากฏว่า ท่านได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเวทีใหญ่ กล่าวคำว่า “อาชีวอนามัย” อย่างสนิทสนม ทำให้คนทำงานอย่างเราๆ รู้สึกไม่เสียดายเวลา ไม่เสียดายแรงงานที่ทุ่มเทไป จากรายงานแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ กล่าวถึงผลการศึกษาของศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบ ม.มหิดล ว่า

“จากผลการศึกษาดังกล่าว ได้นำไปสู่การออกแบบการส่งเสริมให้มีความปลอดภัยในการทำงานในกลุ่มอาชีพร่วมกับศูนย์แพทย์ชุมชนตำบลบ้านเลือก (ชื่อหน่วยงาน ณ เวลานั้น)  กลุ่มอาชีพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลตำบลบ้านเลือกได้มีการบรรจุเรื่องการดูแลสุขภาพของกลุ่มอาชีพไว้ในแผนพัฒนาตำบล 3 ปี โดยมีข้อพิจารณาถึงความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงศาสตร์ต่างๆ ที่ต้องนำมาประกอบเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น เช่น การออกแบบอุปกรณ์มีคม รูปแบบระยะเวลาการทำงานที่เหมาะสมเป็นต้น”

ไม่เสียดายเวลาที่สิ้นไปค่ะ ท่านรอง

ขอบพระคุณอีกครั้ง

อาจารย์สรา