คนสวย ยกมือขึ้น

การตั้งหัวข้อเรื่องนี้ได้มาจากเพื่อนค่ะ บอกกันไว้ใน Facebook ว่าจะนำรูปมาขึ้นและเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับรูปที่ปรากฏข้างล่างนี้ เพื่อนตู่ นางงามประจำของศรีสัชนาลัยก็เลยให้แนวความคิดนี้ ขอบใจมากเพื่อน

เริ่มเล่ากันเลยดีกว่า

ทุกปี ทางคณะสาธารณสุขศาสตร์ จะนำนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานพัฒนาอนามัยชนบทเบ็ดเสร็จ สำหรับในปีนี้ ได้เลือกพื้นที่ ตำบลลาดบัวขาว และตำบลหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และในอดีตที่ผ่านมา นักศึกษาอาชีวอนามัยมิได้ร่วมกิจกรรมนี้ หากแต่ว่าจะฝึกงานในโรงงานสถานประกอบการอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่สำหรับหลักสูตรใหม่ นักศึกษาอาชีวอนามัยต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ภาควิชามีการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ อาจารย์สราได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ในฐานะอาจารย์สนับสนุนวิชาการ พวกเราเตรียมงานตั้งแต่อยู่ที่กรุงเทพ ให้นักศึกษาได้เตรียมตัวศึกษาข้อมูล วางแผนการดำเนินงาน ก่อนเข้าพื้นที่ จนถึงวันเดินทางปฏิบัติงาน อาจารย์ก็ต้องเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว มีการประชุมเตรียมงานเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นระบบที่ดีมาก เมื่อเข้าในพื้นที่ตารางงานของอาจารย์เริ่มกันตั้งแต่เช้า เจ็ดโมงครึ่งเดินทางออกจากศูนย์ประสานงานที่อำเภอสูงเนิน เข้าสู่ศูนย์อำนวยการฝึกภาคสนาม ซึ่งตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมสีคิ้ว ใช้เวลาเดินทาง ครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นมีการประชุมกันทุกวัน เป็นเวลา หนึ่งชั่วโมง ถกกันเรื่องแผนงาน แจกหน้าที่รับผิดชอบ และทำการสรุปผลการเยี่ยมสนับสนุนวิชาการ วันต่อวัน หลังจากนั้นอาจารย์ทั้งหมด เดินทางพร้อมรถตู้ สองคัน เข้าสู่หมู่บ้าน ภารกิจเสร็จกันประมาณ สี่โมงครึ่งจากนั้นเดินทางกลับสู่ศูนย์ประสานงานที่อำเภอสูงเนิน ขณะนี้กิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาครบ 1 สัปดาห์

เกิดอะไรขึ้นบ้าง

เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้รับและได้ให้สิ่งใหม่ๆ กันทุกวัน

รูป “สวยน้อย” ที่เห็นข้างล่าง มาจากกิจกรรมของอาจารย์ ที่ต้องรับผิดชอบนำเสนอ รายงานการทำงานของนักศึกษาในกลุ่มที่ตนเองได้รับมอบหมาย ในความเป็นจริงแล้วบรรยากาศในการนำเสนอสนุกสนานมาก แต่ยังสงสัยกันอยู่ว่า ทำไมรูปออกมาดูเคร่งเครียดมาก อาจารย์สราถูกทาบทามให้ทำหน้าที่ในวันแรกๆที่มาถึง แต่คิดว่าตนเองยังไม่พร้อม จึงบอกพี่ๆ ไปว่าขอสังเกตการณ์ก่อนค่ะ ในระหว่างนั้นก็ได้ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับนักศึกษามากมายหลายกลุ่ม นักศึกษาแต่ละกลุ่มจะเลือกกรอบแนวคิดพิจารณาชุมชน บางกลุ่มใช้ Kark’s Model บางกลุ่มใช้ Ecological Model of Health Outcomes  ยังมีอีกเยอะแยะมากมายที่มีการถูกเลือกมาใช้หรือแม้แต่การบูรณาการเลือกและรวม ตามลักษณะสถานการณ์ชุมชน ต่อไปสิ่งที่อาจารย์ได้เรียนรู้เพิ่มเติมคือ เครื่องมือ 7 ชิ้นที่ ใช้ในการศึกษาชุมชน ตัวอย่างเช่น แผนที่เดินดิน ผังเครือญาติ การจัดตั้งองค์กรในชุมชน ประวัติชุมชน เป็นต้น สำหรับแผนที่เดินดินในบางกลุ่มมีการเดินอากาศด้วย เพราะนักศึกษาใช้ เครื่องมือไฮเทค ใช้ Google Earth มาประกอบ นักศึกษาดำเนินการศึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือมักใช้ภาษาอังกฤษกันว่า Stakeholders  นอกจากนี้ที่ถกกันมากในทุกกลุ่มคือตัวชี้วัด การพิจารณาทบทวนตัวชี้วัด การทำเครื่องมือเก็บข้อมูล อื่นๆ อีกมากมาย สิ่งที่อาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมเรียนรู้กับชุมชน มีคณานับ จริงๆ เกิดขึ้นในทุกๆ วันหรือเรียกว่าทุกๆ ช่วงวันเลยก็ว่าได้

การมาอยู่ร่วมกันของนักศึกษา เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนในสังคมด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่ในทุกๆ กลุ่ม จะมีการจัดการ ตกลงทำความเข้าใจกันในกลุ่ม บางกลุ่มมีกิจกรรม Buddy และกิจกรรม Magic Box  สำหรับอาจารย์สราแล้ว รู้สึกดีมาก ตื่นตาตื่นใจทุกวัน ตื่นเช้ารับวันใหม่คิดว่าวันนี้จะพบจะเจอสิ่งใดหนอ การได้เข้ามาร่วมทีมทำงานทำให้เราแน่นขึ้น ไม่ได้อ้วนขึ้นอย่างเดียวแต่ วิชาการต่างๆ การคิดแบบมีระบบ มีกรอบ มีแนว มันชัดมากขึ้น มันเป็นเน้นย้ำให้กลับเข้ามาทำงานได้แม่นขึ้น หลายคนคิดว่าอาชีวอนามัยมีเหรองานแบบนี้ มีคะ มีเยอะแยะด้วย สิ่งที่ทำอยู่กับสิ่งที่เรียนรู้มาใหม่ คงจะทำให้ได้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์มากขึ้น หลายคนถามว่าถูกเกณฑ์ให้ไปหรือเปล่า ไม่เลยคะ เต็มใจไป คนเราต้องเรียนรู้กันตลอดชีวิตแหละค่ะ ถึงเป็น รศ.ดร. ก็ต้องเพิ่มพูนความรู้เช่นกัน และประสบการณ์งาม งามแบบนี้ ต้องตอบ yes สถานเดียว

สิ่งที่ตั้งใจเล่าให้ฟังนอกจากมีวิชาการข้างบนแล้ว ต่อไปนี้คงเป็นเรื่องเสริมเพิ่มเติม จากรูปประกอบ ดังที่เขียนเล่าให้ฟังข้างบนแล้วว่า บรรยากาศการนำเสนองานในวันนั้นสนุกสนานมาก พี่ๆ ที่นั่งอยู่ หลายท่าน บอกว่า ต้องอยู่ต่อแล้ว นำเสนอได้ดีมาก นำเสนอได้เห็นภาพ เก็บประเด็นได้ครบ ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิ่งนั้นคือ ความเข้าใจ ความชัดเจนในการที่เราได้ไปเห็น ได้ซักถาม ทำให้อาจารย์นำมาบรรยายความได้เห็นภาพมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญในการนำเสนอในวันนั้นคือ บรรยากาศพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ อาจารย์ทั้งหลายเองนั้น ให้กำลังใจ สนใจ สายตาจับจ้อง ทำให้ผู้เล่าความกระตือรือร้น ต้องการทำให้ดี การยอมรับในกันและกัน การให้กำลังใจกัน ทำให้สังคมทุกสังคมดีงามขึ้น กลับมานั่งคิดว่า หากผู้นำเสนอให้ใจเต็มที่(เสมอ) แต่กลุ่มผู้รับ รู้สึกเฉยๆ ฟัง ฟัง สายตาเฉยเมย อะไรจะเกิดขึ้นค่ะ

แน่นอนที่สุดทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง แต่สิ่งที่คอยสนับสนุนประคับประคองกันคือ การเห็นคุณค่าของกันและกัน การยอมรับในกันและกัน เราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้หรอกค่ะ เราต้องอยู่ในสังคมค่ะ หรือบางครั้ง เราก็มารู้สึกตัวว่า อะฮะ สังคมนี้มิใช่อาณาบริเวณที่เราจะอยู่แล้ว เราก็ต้องพิจารณากันไปนะค่ะ เพื่อนบอกมาวันก่อนว่า คุยกับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเราแม้เพียงนาทีเดียวก็นานเกินพอแล้ว ทั้งหมดก็มาจบที่ว่า มันอยู่ที่ใจเรา สติเรานี่แหละ แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆด้วย เขียนไปเขียนมาก็งง งง ตัวเอง หากไปอยู่ที่ใดที่รู้สึกแปลกๆ ก็ตั้งสติ ดูท่าทีให้ดีค่ะว่าจะอยู่หรือจะไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s