อบรมสารเคมี

เมื่อวานอาจารย์ได้รับเชิญให้ไปบรรยาย อบรม เรื่องสารเคมีในโรงงานแห่งหนึ่ง ก่อนไปอาจารย์ทำการบ้านไปค่อนข้างละเอียด เพราะอยากให้คนฟังรู้และเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องสารเคมีจริงๆ

อาจารย์ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทนั้นอย่างละเอียดว่า เขาต้องการอะไร และสิ่งที่บริษัทต้องการตามข้อกำหนดจริงๆนั้นมีว่าอะไร อาจารย์ต้องพูดถึงอะไรบ้าง เผื่อว่า Auditor มาตรวจจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต

น้องจป. บอกว่า ตาม CFR 172 Subpart H Training อาจารย์ก็นำข้อกำหนดมาทำการบ้านอย่างละเอียด

ในข้อกำหนดนี้ นอกจะพูดถึงเรื่องเนื้อหาในการอบรมแล้ว ยังพูดถึงคุณสมบัติผู้ที่ให้การอบรมอีกด้วย

วันนี้อาจารย์อยากชวนคิดเรื่องนี้โดยเฉพาะว่า ถ้าเราเอาใครที่ไม่ค่อยรู้เรื่องแบบจริงๆ ไปพูด คนฟังเขาจะลึกซึ้งและเข้าใจไหมหนอ

เช่น ถ้าไปพูดเรื่องสารก่อมะเร็ง แต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มะเร็งมันเป็นไปเป็นมาอย่างไร คนพูดจะยกตัวอย่างได้เห็นภาพไหมหนอ แล้วคนฟังจะลึกซึ้ง เข้าใจ ถึงขั้นมาดูตนเอง แล้วเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไหมหนอ

เดี๋ยวนี้เราหาข้อมูลกันได้ง่ายขึ้น การไปอบรมที่ไหนต่อที่ไหนในบางครั้ง สามารถนำข้อมูลฝรั่งมาแปลเป็นไทยแล้วนำไปพูดได้เลย แต่ ไอ้เนื้อหาที่มันลึกซึ้ง ซึ่งมาจากความเข้าใจอย่างแท้จริงแล้วถ่ายทอดออกเป็นคำอธิบายง่ายๆ นั้น มันจะเกิดขึ้นหรือ ในเมื่อคนพูดก็ไม่กระจ่าง คนฟังก็ไม่รู้เรื่อง หากคนฟังถาม แล้ว คนพูดตอบอะไรไม่ได้เลย คนฟังจะเกิดศรัทธาและเข้าใจ ถึงขั้นเกิดความตระหนักไหมน่ะ

เมื่อวานอาจารย์ดีใจมาก ที่มีโอกาสได้นำความรู้ที่มีอยู่ไปทำให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มคน

การอบรมแล้วทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มันขึ้นอยู่กับทั้งคนฟัง คนพูด รวมถึงสื่อที่ใช้ในการอบรม

หากเลือกคนพูดให้ถูก เราอาจจะช่วยกันสร้างสังคมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

คนพูดบางคน รู้ทุกเรื่อง มันก็น่าสนใจเหมือนกัน แต่หากไม่รู้จริงละค่ะจะเกิดอะไรขึ้น

ปัจจัยที่อาจารย์ลืมไปคือ คนที่เลือกคนพูดไปให้คนฟัง

เขาเหล่านั้น มีความสามารถพอที่จะรู้จักเลือกคนพูดไปให้เหมาะสมแล้วทำให้เกิดการฟังที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงหรือเปล่า

มิฉะนั้น อบ ไป ก็ อบ เปล่าค่ะ

สำหรับเมื่อวาน อาจารย์คิดว่า เราเกิดผลสัมฤทธิ์ในระดับที่น่าพึงพอใจ น้องๆ ซักถาม เกิดความเข้าใจ ที่สำคัญคือ

ได้รับความตระหนักในการใช้สารเคมีมากขึ้น เพราะอาจารย์บอกไว้ว่า ต่อไปนี้จะใช้สารเคมีที่อยู่ตรงหน้า อย่าคิดแต่ตัวเองเท่านั้น คิดถึงลูก(ที่อาจมี) ในอนาคตด้วยค่ะ เพราะเราอาจจะทำให้ลูกเราไม่ฉลาดโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้

อาจารย์ยกตัวอย่างเรื่อง 1,3 Butadiene ให้ฟังว่า สารตัวนี้เพิ่งถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ในกลุ่ม 1 โดย IARC เมื่อปีที่แล้ว ค่ะ 2008 แต่ก่อนหน้านั้นสารเคมีตัวนี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์เลย ข้อมูลสำหรับโรคบางโรคต้องการเก็บหลักฐานด้านระบาดวิทยา บางโรคใช้ระยะเวลานาน เห็นไหมค่ะ

ดังนั้น ไม่ว่าจะทำงานกับสารใดๆ ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน ดีที่สุดจริงๆ

ขอให้ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยค่ะ

รศ.ดร. สรา อาภรณ์

 

DSC04223

บรรยากาศการอบรม “ห้ามหลับโดยเด็ดขาด”

 

DSC04226

ป้ายที่มักจะพบเจอค่ะ

 

DSC04237

รูปนี้คือรูปของตับปกติ ตับของผู้กินสุราที่แปลว่า เหล้า และตับของผู้ที่ได้รับสารก่อมะเร็ง ค่ะ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s