ไปสุพรรณกับคุณอี๊ด

โครงการไหว้พระ ณ ต่างจังหวัด ถูกจัดขึ้นหลังจากคุณอี๊ดทราบว่าจะนำเสนอโครงร่างภาคนิพนธ์เมื่อไร พวกเราตกลงกันว่าจะไปกันหลังวันสอบ คุณอี๊ดสอบวันที่ 4 กรกฏาคม 2552 และในที่สุดเราก็ตกลงกันว่าจะไปวันที่ 5 กรกฏาคม 2552 “เรา” ในที่นี้คงไม่ได้หมายถึง อาจารย์สราและคุณอี๊ด 2 คน แต่มี น้องอัมพา ณ วังม่วง มาร่วมกระบวนการด้วย น้องอัมพา อาสา(แกมถูกขอร้อง) จะพาอาจารย์ไปไหว้พระ เป้าหมายเปลี่ยนไปหลายจังหวัด ท้ายที่สุดมาลงได้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เหมาะมาก เพราะน้องอัมพา เป็นศิษย์เก่าอาชีวอนามัยเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมโครงการ 40 หมู่บ้านที่จังหวัดสุพรรณบุรี วกเข้าเรื่องงานอีกจนได้ เดี๋ยวองค์จะลงเปลี่ยนเป็นเรื่องเที่ยวจะดีกว่า

อาจารย์สรา ทำตัวเชี่ยวชาญจังหวัดสุพรรณบุรีมาก แต่จะบอกว่า เส้นทางจากกรุงเทพไปสุพรรณ จะออกทางไหนดีนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งนี้เพราะถนัดขึ้นรถตู้ที่ต้องไปขึ้นรถหน้าร้านศึกษาภัณฑ์ ถนนราชดำเนิน ดังนั้นเราจะวิ่งกันเส้นเดียวกับรถตู้นี่แหละ ไม่หลงทางกันดี

จุดหมายแรกที่ไปคือ อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร ใกล้กับวัดไชนาวาส เดี๋ยวนี้ที่อนุสาวรีย์ของท่าน มีตู้ให้คนหยอดสตางค์ทำบุญด้วย เมื่อก่อนตอนอาจารย์สรา ทำโครงการที่จังหวัดสุพรรณบุรีไม่เห็นมีตู้นี้ตั้งอยู่ ไม่ทราบว่าความเป็นไปเป็นมาของตู้นี้เป็นอย่างไร

จากนั้นพวกเราเดินทางต่อกันไปที่วัดป่าเลย์ไลก์ เป็นวัดที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ที่วัดนี้ พวกเราได้ทำการหล่อเทียนพรรษา ซึ่งจะถูกนำไปถวาย 9 วัดด้วย อาจารย์สราและคุณอี๊ดดีใจมาก อัมพาบอกว่า เป็นการหล่อเทียนครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน ทำครั้งแรกได้ 9 วัดเลย อนุโมทนาบุญกับแม่นางอัมพา ณ วังม่วง

หลังจากนั้น เราตั้งใจจะไปวัดสำปะซิวกัน แต่ก็ขับรถเลยผ่านเส้นทางเข้าวัดกันอีก ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนแผน เลยต้องเดินทางไปวัดบ้านกร่าง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอศรีประจันต์กันก่อนแทน

ที่วัดบ้านกร่าง วัดนี้เป็นวัดที่พบพระขุนแผน อาจารย์หลงเข้าใจผิดว่า กรุที่หลังวิหารเก่าเป็นกรุเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรท่านฝังไว้ แต่ครั้งนี้พบความจริงว่า กรุของเก่าจริงๆอยู่ใต้ต้นพิกุล บริเวณเยื้องๆกับหน้าวิหาร ติดกับแม่น้ำ สาเหตุที่กรุเก่าจริงๆแตกในครั้งนั้นเพราะต้นพิกุลล้ม ก็เลยนำพาพระที่ฝังในดินออกมา จากนั้นจึงมีการเนื้อพระจากกรุนี้จัดทำเป็นพระกรุใหม่ซึ่งฝังอยู่หลังวิหารเก่า ถ้าใครมีโอกาสผ่านไปผ่านมาที่อำเภอศรีประจันต์  อย่าลืมไปเยี่ยมชมแหล่งประวัติศาสตร์ตรงนี้ด้วย ขณะนี้มีต้นพิกุลรุ่นลูกหรืออาจจะเป็นรุ่นหลานขึ้นอยู่ 1 ต้น พวกเราจินตนการกันว่า สมเด็จท่านคงฝังของท่านไว้หลายที่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการพบการเจอ ครั้งหน้าไปต้องเดินก้มหน้าสำรวจดีๆ เผื่อจะมีบุญได้พระไว้ครอบครองกับเขาบ้าง ถ้าเจอแล้วจะกล้านำกลับบ้านไหม ไม่อยากจินตนการต่อ

จากนั้น กองทัพน้อยๆของเราต้องเติมพลังงาน วันนี้ขอแนะนำร้านอาหารไทยรสชาดไทยแท้แต่โบราณ ชื่อร้านเบญจรงค์ ทำเลร้านสงบบรรยากาศดีมาก อยู่ติดกับแม่น้ำ มีลมพัดเย็นๆ อาหารอร่อยที่ขึ้นชื่อของร้านคือ ห่อหมก แกงคั่วหอยขม แกงเลียง ต้องขอบคุณคุณอี๊ดเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าว อาจารย์สรากินข้าว 2 จาน อิ่มพุงกางออกทั้ง 3 แนวระนาบเลย

เมื่อเติมพลังแล้ว พวกเราเดินทางกลับเข้ามาที่อำเภอเมือง และแวะที่วัดสนามชัยซึ่งเป็นวัดที่ถูกทิ้งร้างมานาน น่าจะตั้งแต่ครั้งอยุธยาตอนปลาย เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดร่วมกับกรมศิลปากรได้จัดให้มีการบูรณะวัดขึ้นมา ขณะนี้ดูงดงาม ถ้าจะเอาความเป็นจริง ต้องใช้คำนี้ “ขลัง” มาก ถ้าให้มาเยี่ยมชมตอนเย็นๆ คงมิกล้าแน่นอน ที่วัดนี้มีการขุดพบซากนักรบโบราณ อาจารย์สราอยากถามต่อ ว่านักรบชาติไหนจ๊ะ เพราะไม่มีรายละเอียดเรื่องเชื้อชาติ เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ก็ได้ค่ะ

หลังจากนั้นพวกเราเดินทางกันต่อไปที่วัดสำปะซิว เคยตั้งใจอย่างมากจะมาให้ได้หลายครั้งแต่ก็ไม่ถึงวัดสักที ครั้งนี้ด้วยความตั้งใจสูง และมีคนพาไปใจดี ทำให้ได้มีโอกาสถึงวัดสำปะซิว (จนได้) ถามจากลูกวัด ได้ความว่า วัดนี้เป็นที่ที่สมเด็จพระนเรศวรท่านให้นับจำนวนคนจากศึกสงคราม ลูกวัดบอกว่า ชื่อวัดมาจากคำว่า “สางบัญชี” พวกเราก็เลยสงสัยว่า คำว่าบัญชี มาตั้งแต่ครั้งกระโน้นเลยหรือ เสียดายที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ถูกทำลายและสูญหายไป มิฉะนั้นพวกเราคงได้รับรู้เรื่องบางเรื่องได้กระจ่างมากขึ้น เรื่องที่สำคัญๆ เช่น หน้าตาของบรรพบุรุษนักรบของคนไทยเป็นอย่างไร พวกเราก็ไม่เคยเห็นกันเลย ได้แต่คาดการณ์เอา เสียดายจริงๆ ต้องเก็บไว้เป็นบทเรียน

จากนั้นพวกเราเดินทางไปที่วัดพระศรีมหาธาตุ ที่ขุดพบพระผงสุพรรณ หนึ่งในเบญจภาคีลือชื่อ น้องชัย ผู้นำทางใจดีเล่าว่า เป็นวัดที่สมเด็จพระวันรัตจำพรรษา น้องชัยพาเดินไปดูบริเวณที่พบพระผงสุพรรณ อาจารย์ก้มต่ำอย่างเดียว สำรวจพระ

หลังจากนั้นเราปิดท้ายการเดินทางของพวกเราด้วยการเดินทางไปดูต้นมะขามใหญ่ ที่วัดแค มีเรื่องเล่าอีกแล้ว น้องชัยเล่าว่า ในเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้น ขุนแผน เมื่อครั้งบวชจะจำพรรษาที่วัดป่าเลย์ไลก์ แต่มาเรียนวิชาคาถาอาคมกับพระอาจารย์คง ที่วัดแค แห่งนี้ และต้นมะขามอายุพันปีนี้ เป็นที่มาของกองทัพต่อแตน ที่ใช้เสก ซึ่งนำใบมะขามไปเสกเป็นต่อเป็นแตน อาจารย์สราตั้งใจมาก อยากได้สัก 1 ใบ  พอไปถึงไม่สามารถเข้าถึงต้นมะขามยักษ์ได้เลย แต่ด้วยอาจารย์สรา ชอบมองไปที่พื้น ก็เลยได้ใบมะขามใหม่ๆสดๆ มา 4 ใบ จึงนำมาแจกจ่าย ได้เท่ากับจำนวนคนที่ไปในวันนั้นพอดี สงสัยว่าขุนแผน พลายแก้ว คงตั้งใจมอบให้ พวกเราขอนำมาเก็บไว้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

กลับมานั่งอ่านแล้วรู้สึกว่ามีการพูดถึงขุนแผนบ่อยๆ ด้วยความที่ชอบประวัติศาสตร์เป็นการส่วนตัว ขอเพิ่มเติมว่า ขุนแผน คงจะเป็นตำแหน่งทางทหาร ขุนแผนหลายท่านมีส่วนสำคัญกับประวัติศาสตร์ไทย เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรชนะศึกชนช้าง ในการออกรบครั้งนั้น ก็มี 1 ขุนแผน เป็นผู้ทำพิธีตัดไม้ข่มนามที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่พวกเราจะไปสำรวจต่อไป แม่นางอัมพา ณ วังม่วง ให้สัญญาว่าถ้ากิจการผ้าม่านเจริญจะพาพวกเราทั้งหมดไปพิษณุโลก อย่างไรก็ขอแวะจังหวัดอ่างทองสักหน่อยนะจ๊ะ

ขอบคุณคุณอี๊ด อัมพาและน้องชัย ที่พาอาจารย์เที่ยวในวันหยุดยาวค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s