คำปู้จู้ทัวร์

หัวเรื่องไม่เหมือนวิชาการเลย แต่จริงๆ เป็นงานวิชาการอันเกี่ยวเนื่องจากแรงงานนอกระบบ

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 11-15 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา อาจารย์ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานประชุมที่ University of Occupational Environmental Health ที่ Kitakyushu ประเทศญี่ปุ่น งานนี้ มีชื่อเต็มๆว่า The 1st East Asian Ergonomics Federation Symposium ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดย The Center of Excellence on Environmental Health, Toxicology and management of Chemicals (ETM) ที่ให้ทุนสนับสนุนการเดินทางพร้อมทั้งค่าลงทะเบียนให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสำคัญครั้งนี้

 

สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับแรงงานนอกระบบเพราะหัวข้อที่นำเสนอนั้นเป็นการปรับปรุงสถานีงานในผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ งานชิ้นนี้เป็นผลงานของมหาบัณฑิตจากหลักสูตร สุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย นางสาวยุพรัตน์ หลิมมงคล  โดยอาจารย์ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก เรามีผลงานในระดับนี้นำเสนอชาวต่างประเทศให้เห็นถึงศักยภาพงานวิจัยของคนไทยได้ ต้องขอบคุณยุพรัตน์ ที่ตั้งใจทำงานให้สำเร็จอย่างมุมานะ ถึงแม้มีอุปสรรคบ้างแต่ยุพรัตน์ก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาได้ด้วยดี

 

ภารกิจของอาจารย์ครั้งนี้นอกจากอาจารย์จะต้องนำเสนองานวิจัยจากผลงานของภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแล้ว อีกภารกิจที่สำคัญยิ่งของอาจารย์ ก็คือ ต้องดำเนินการติดต่อประสานงานให้ศิษย์เก่าของสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย ได้มาเล่าเรียนต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่นในระดับปริญญาเอก โดยทุนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่น้องเฉลิมสิริสังกัดอยู่

 

ทีมงานจากเมืองไทย มีแค่ 3 คน ประกอบไปด้วย อาจารย์สรา  น้องอนิรุทธ์ มโนธรรม (น้องบอยใหญ่) และน้องเฉลิมสิริ เทพพิทักษ์ (น้องเหลิมหริ) เราทั้งสามคน ไปนำเสนองานที่ทำทางด้านการยศาสตร์ในรูปแบบโปสเตอร์ แต่การนำเสนอโปสเตอร์ที่จัดที่ญี่ปุ่นไม่แตกต่างจากการนำเสนอแบบปากเปล่า (Oral Presentation) เท่าไรเลย เพราะทางผู้จัด ได้จัดให้ผู้นำเสนอ พูดประจำการหน้าโปสเตอร์ของตัวเองและพูดอธิบายงานประมาณ 10 นาที ตามเวลาที่กำหนด 

 

เราทำงานเป็นทีมตั้งแต่ตอนเริ่มติดโปสเตอร์ เตรียมพร้อม นัดแนะกันพร้อม อาจารย์บอกน้องๆอย่างเดียวว่า พูดช้าๆ ชัดๆ ภาษาอังกฤษนี้ไม่ใช่ภาษาของเรา เราต้องพูดช้าๆ ชัดๆ ใครพูดไวๆ ใส่สำเนียงอะไรอย่าไปสนใจ เอาช้าและชัด ให้คนฟัง ฟังรู้เรื่องไว้ก่อน

 

น้องเหลิมหริ นำเสนอเป็นคนแรก อาจารย์มองดูลูกศิษย์ด้วยความรู้สึกภูมิใจที่สุด การนำเสนอได้รับความสนใจจากผู้ฟัง ได้รับคำถามจากดร.โคกิและคนอื่นๆ ที่เข้าฟังการนำเสนอ ดร.โคกิให้ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์กับงาน ดูอาจารย์ดร.โคกิจะชื่นชมงานของพวกเรานะ (ความเห็นส่วนตัวของอาจารย์สรา)

 

น้องบอยใหญ่ขณะนี้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและเป็นศิษย์เก่าจากอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยอาจารย์เป็นที่ปรึกษาหลักขณะที่ทำปริญญาโท น้องบอยทำได้ดีมาก เสียงดังฟังชัด และโปสเตอร์บอยสวยมาก (รอดูรูปนะค่ะ) น้องๆทั้งสองคนทำได้ดีมาก ไม่เสียแรงที่เราจัดทัพกันไป น้องทั้งสองทำได้ดีมาก เน้นอีกครั้ง

 

อาจารย์นำเสนองานเป็นคนสุดท้ายในทีมของพวกเราคนไทย อาจารย์บอกกับน้องทั้งสองว่า ไม่มีโพย พี่จะพูดจากการที่ได้ให้คำแนะนำยุพรัตน์ ขณะที่ยุพรัตน์เป็นนักศึกษา พูดจากข้างในจริงๆ

 

เท่าที่จำได้ ณ ขณะนั้นพูดไปว่า

 

the research question is not from us, it is from the voice of the workers, informal workers. They suffered from muscle pain, they noticed that the new workstation could help them. Then, we, researcher need to bring the theory to be practical.

 

ตอนที่พูด รู้สึกว่าคนเงียบผิดปกติ แอบเห็นดร.โคกิยิ้ม ยิ้มอย่างนี้เหมือนอาจารย์เฉลิมชัยเลย จำได้แค่นี้ แล้วก็ตั้งสติพูดต่อ

 

Then we developed new workstation , collected data of EMG which is represented by median frequency shift and the score of discomfort.

 

แล้วอาจารย์ก็จบด้วยการนำเสนอข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์แสดงกราฟของการรู้สึกไม่สบายเมื่อเปรียบเทียบระหว่างสถานีงานเก่าและสถานีงานใหม่ พร้อมกับนำเสนอกราฟของความถี่ของคลื่นการทำงานของกล้ามเนื้อที่จะแสดงถึงความเมื่อยล้า ซึ่งเห็นได้ว่า สถานีงานใหม่จะดีกว่าสถานีงานแบบเก่าอย่างชัดเจนสำหรับไหล่ด้านขวาของคนทำงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา

 

แล้วอาจารย์ก็สรุปว่า we concluded that the initiative of workers can improve their workstation with strong scienctific support.

 

จบแล้วก็ยิ้มสยามและทำแก้มป่องพร้อมกับหน้ามันเป็นสัญลักษณ์

 

ภารกิจหลักเสร็จเรียบร้อย ภารกิจรองนั้น พวกเราก็ดำเนินการตามแผนที่เราทั้งสามคนตั้งใจไว้เป็นระยะๆ ตลอดเวลาในงานประชุม อาจารย์ไปแนะนำตัวกับโปรเฟสเซอร์ และบอกเขาไปตรงๆ อาจารย์จะบอกว่า อาจารย์ก็ไม่รู้จักโปรเฟสเซอร์ท่านนี้มาก่อนเลย แต่ในใจนั้นคิดว่า เราคิดแต่เรื่องดี ก็ต้องน่าจะได้เรื่องที่ดีๆกลับมา นะ เราก็เอาใจของเรา ไปบอกเขาเลยว่า เด็กของเรามีทุนการศึกษาเล่าเรียนนะ เด็กของเราสนใจจะมาเรียนระดับปริญญาเอกที่นี่ พูดอยู่แค่นี้จริงๆ (จริงไหมน้องบอย น้องเหลิมหริ) ท่านโปรเฟสเซอร์ท่านก็ใจดี ท่านก็ยิ้ม เราก็เลยลุกต่อว่า จริงๆแล้วเด็กของเราก็ติดต่อกับเลขาของท่านมาแล้วระยะหนึ่ง หลังจากพูดตรงนี้เสร็จ ท่านก็เลยนัดแนะคุยกับน้องเหลิมหริของเรา เรื่องการเรียน การสอบ

 

ในที่สุด ผลออกมาว่า ขณะนี้ดำเนินการสมัครเข้าเรียน และจะกลับมาสอบเพื่อเป็นนักศึกษาในระดับปริญญาเอกในเดือนกุมภาพันธ์ ต่อไป

 

สำเร็จ สำเร็จ ลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งงานหลักและงานรอง

 

แล้วมันไปเกี่ยวข้องกับคำปู้จู้ตรงไหน ที่เกี่ยวข้องเพราะ น้องบอยใหญ่เป็นชาวเหนือ เวลาไปไหนมาไหนน้องบอยก็จะคิดถึงเมืองเหนือตลอด และเวลานี้ ที่เมืองที่เราไป จะมีดอกดาวเรืองทั้งเมือง ไปไหนมาไหนก็เจอดอกดาวเรือง ซึ่งภาษาเหนือจะเรียกว่าคำปู้จู้ ทัวร์ของเราครั้งนี้ก็เลยมีชื่อว่า คำปู้จู้ทัวร์

 

ครั้งนี้ต้องขอบใจน้องทั้งสอง อาจารย์ไม่เคยไปเมืองนี้ด้วยตัวเอง ไม่ชินเลย ถ้าเป็นโตเกียว หลับตาเดินยังได้ (คุย คุย) แต่เมืองนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองที่เราไปพัก โรงแรมที่เราไปอยู่ จะเป็นชานเมืองมาก อาจารย์เหนื่อยกับการสื่อสารตลอดเวลา บางครั้งมีโมโห มีน้องบอยใหญ่และน้องเหลิมหริ ทั้งสองจะคอยด้วยความตั้งใจและพยายามอย่างยิ่งเพื่อให้การสื่อสารแต่ละครั้งสำเร็จลุล่วง น้องๆทำหน้าให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา

 

อาจารย์จะเล่าให้ฟังว่า อาจารย์เคยรู้สึกเข็ดกับการนำพาคนไปไหนต่อไหน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป สิ่งที่ยอมรับและได้เรียนรู้ว่า คนไม่เหมือนกันเลย ยังมีคนอีกตั้งเยอะตั้งแยะที่แตกต่าง เพียงแต่ว่าในเวลานั้นไปพบไปเจอชุมชนคนคิดแบบนั้นเท่านั้น ดันไปคิดว่าคนทั้งโลกคงจะเป็นแบบนี้ แต่ในที่สุดพบว่า ชุมชนนั้นเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยในโลกใบนี้เท่านั้นเอง

 

โลกนี้มีขนาดทั้งใหญ่และทั้งโต มีสิ่งอะไรต่ออะไรดีๆอีกมากมายที่เราจะได้พบจะได้เจอ เราไปเดินทางค้นหากลุ่มคนที่เขาต้องการรับความปรารถนาดีจากเราอย่างจริงใจดีกว่า

 

คิดดี ทำดี พูดดี คบคนดีและไปอยู่ในสถานที่ดีๆ

 

คำปู้จู้ทัวร์จบด้วยเวลาเพียงเท่านี้ ขอบใจบอยใหญ่อีกครั้งที่ให้กำลังใจอาจารย์ตลอดเวลา ขอบใจน้องเหลิมหริที่บอกข่าวเรื่องการประชุมนี้ น้องทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมทัวร์ที่ดีและเป็นน้องที่น่ารัก

 

และ thank you all of my friends , my old friends, my friends who are getting old now, and my new friends there. I hope to welcome you in my beautiful land here, come to visit us. nice meeting you there.

 

all my best wishes,

 

sara

 

 

 

 

 

 

 

oldfriend2

oldfriend1

 

poster1

One thought on “คำปู้จู้ทัวร์

  1. เรียน อาจารย์ ดร. สรา

    ขอบพระคุณคำแนะนำจากอาจารย์คะ คำแนะนำ คำสอน จากอาจารย์และคณาจารย์ทุกท่านล้วนมีค่ากับลูกศิษย์เสมอคะ🙂

    ยินดีด้วยนะคะอาจารย์🙂

    ด้วยความเคารพอย่างสูง

    ยุพรัตน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s