Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals,thai food

เรื่องเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Safety Officer November 17, 2009

เนื่องด้วยในเวลานี้อาจารย์ทำหน้าที่รับผิดชอบหลักสูตรอบรมเรื่อง Occupational Health and Safety Management ซึ่งจัดโดยเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่จากประเทศภูฏาน จำนวน 1 คน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ นักศึกษาคนนี้ของอาจารย์ชื่อ คุณกาละมา วังดี เป็นชายหนุ่ม จากเทือกเขาสูง อาจารย์อยากบอกความจริงบางอย่างว่า อยากให้นักศึกษาทั้งหลายมาร่วมเรียนด้วย เพราะอยากให้มาดู มาฟัง การเรียนการสอนแบบนี้ นักศึกษาคนนี้ของอาจารย์ แกไม่เคยนั่งหลับเลย และแกสนใจซักถามตลอดเวลา และคำถามแต่ละคำถามของแก ล้วนแล้วแต่มาจากการบูรณาการความเข้าใจ และพร้อมจะนำไปปฏิบัติได้ทุกขณะ ภูมิใจและเห่อลูกศิษย์คนนี้มาก วันนี้อาจารย์และลูกศิษย์ก็พากันเดินทางไปสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO เพื่อไปศึกษากิจกรรมต่างๆของ ILO ในเอเชีย ต้องขอบคุณ ดร.คาวาคามิ และ ดร.ไค ซึ่งอธิบายเรื่องราวและแจกหนังสือเอกสารมาเยอะแยะมากมาย รับรองว่า นักศึกษาคนนี้ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน อาจารย์แอบเห็นคุณกาละมา แกนั่งเปิด นั่งดูเอกสารของดร.ทั้งสอง จนแทกซี่นำพาเราทั้งสองถึงคณะเลยทีเดียว ภูมิใจอีกแล้ว

กลับมาเรื่องตามหัวข้อเรื่องก่อนค่ะ เนื่องจาก เราคุยกันเกี่ยวกับกลไกการผลักดันงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในประเทศไทย แล้วก็อ้างกันถึงกฏหมายหลายฉบับ คุณกาละมา นั้น กำลังจะทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานคนแรกของประเทศภูฎาน คุณกาละมาก็เลยขอให้อาจารย์สรา ทำการรวบรวมกฏหมายด้านนี้ฉบับภาษาอังกฤษให้ อาจารย์ก็ต้องอ่าน ไปด้วยพร้อมกับรวบรวม ไม่ทำการคัดลอกและวางหรอกค่ะ รับรอง อยากเรียนรู้ด้วย จึงได้พบว่า จริงๆแล้ว คำว่า Safety Officer นั้น จริงๆ เป็นคำย่อมาจาก Occupational Safety Officer คำนี้เป็นคำที่ใช้ตามกฏหมาย ในฉบับภาษาอังกฤษค่ะ เรื่องบางเรื่องเราทำกันจนเคยชินแล้วก็หลงคิดไปว่าเออ หนอ ใช่หนอ ถูกต้องหนอ เช่น ทำไปเถอะ ใช้ไปเถอะ เพราะคนอื่นเขาก็ใช้กัน แต่หลงลืมไปว่า มันไม่ถูกต้องเลย ไปทำตามสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้อง อยู่ได้ ตั้งนานแสนนาน ไม่สายค่ะ ตอนนี้ทราบแล้ว ครั้งหน้าใช้ให้ถูกต้องกัน นะค่ะ อาจารย์ก็จะใช้ให้ถูกต้องเช่นเดียวกัน เรียกหาตัวช่วย S.O.S ต้องเรียกหา OSO Occupational Safety Officer ทันที อาจารย์ก็ทำเช่นนั้นทุกครั้งค่ะ นึกอะไรไม่ออก ก็บอกเซฟตี้ได้ค่ะ

อีกนิดเถอะนะค่ะ ตอนนี้ดีใจมากที่ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสร่วมสร้างอาชีวอนามัยในประเทศภูฏานค่ะ

 

อาชีวอนามัย จบรุ่นละกี่คน November 9, 2009

วันนี้มีคำถามจากการ ค้นหาคำ เข้ามาใน blog นี้ว่า อาชีวอนามัย จบรุ่นละกี่คน คำตอบในปีหน้า ปี 2553 ที่จะถึงนี้ ทางมหิดล คาดว่าจะสามารถผลิตบัณฑิตอาชีวอนามัยและความปลอดภัยได้จำนวน 49 คน เมื่อครั้งที่อาจารย์สราบรรจุทำงานใหม่ๆ นั้น มีจำนวนนักศึกษาน้อยกว่านี้ อย่างมีนัยสำคัญ จำได้ว่า โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 35 คน ต่อรุ่น

คำค้นหายอดฮิตคือ อาชีวอนามัย รองลงไปคือ การยศาสตร์

แต่ แต่ แต่ ก็ยังมีการใช้คำว่า ชีวอนามัยเข้ามาค้นหาอยู่นะค่ะ ชีวอนามัยนั้น  อาจจะมาจากความเข้าใจผิดมากกว่า คำที่ถูกต้องคือ อาชีวอนามัย ซึ่งหมายถึง การประกอบอาชีพอย่างมีสุขภาพดี ผู้ที่เรียนจบจากภาควิชานี้ จะเป็นนักอาชีวอนามัย ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ในระดับวิชาชีพ หรือ คำย่อ ว่า จป. หรือมักจะเรียก ในโรงงาน สถานประกอบการ กันว่า เซฟตี้ มาจาก safety officer ซึ่งเป็นกลไกหลักในการผลักดันงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการ อาจารย์เคยเขียนลงไว้ในblog นี้แล้วนะค่ะ ลองๆ ค้นๆ หาอ่านดู แต่วันนี้ต้องเขียนอีกครั้งเพราะมีการซักถามกันมา เพื่อทำการเน้นค่ะ ต่อไปนี้คงไม่มี ชีวอนามัยกันแล้ว จะมีแต่อาชีวอนามัย

 

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน October 15, 2009

จป.ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?

มีการเข้ามาเยี่ยมblog นี้โดยใช้คำค้นหาเป็นคำถามที่น่าสนใจเช่นนี้

ดังนั้นอาจารย์ขออธิบายหรือให้คำเต็มของคำว่า จป. ก่อน

 

จป. คือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ทำหน้าที่ส่งเสริม ดูแลความปลอดภัยของพนักงานในสถานประกอบการ ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า “Safety Officer”

จป. มีหลายระดับตามที่กฏหมายกำหนด

ในกฏหมายกำหนดการจัดให้มีจป. ให้ขึ้นอยู่กับจำนวนของพนักงานในสถานประกอบการนั้นๆ วันนี้อาจารย์ได้เอกสารอ้างอิงจากท่านผู้เชี่ยวชาญด้าน จป. ท่านทำงานด้านการสร้าง จป. ตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่มีจป. เป็นเรื่องเป็นราว

รศ.ดร. เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ ให้เกียรติอธิบายคำว่า จป. ดังปรากฏในรูปถ่ายข้างล่าง

จำนวนพนักงานเป็นตัวกำหนดให้มีระดับของจป.ที่แตกต่างกัน สำหรับจป. ที่จบจากภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จัดเป็นจป. ในระดับวิชาชีพ มีความสามารถ มีศักยภาพในการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยขึ้นในสถานประกอบการโดยองค์ความรู้ที่หลากหลาย ทั้งด้านวิศวกรรม ด้านสุขภาพ ความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปควบคุม บริหารจัดการความเสี่ยงอันจะมีผลต่อสุขภาพอนามัยของพนักงาน

 

safetyofficer

เอกสารอ้างอิงสุดclassic จากอาจารย์เฉลิมชัย

with permission ค่ะ

 

 

อาชีวอนามัย เรียนจบแล้วทำอะไร September 2, 2009

ความเดิมของตอนที่แล้ว เรียนอาชีวอนามัย จบแล้ว ไปทำอะไร

หลักสูตรอาชีวอนามัยและความปลอดภัยนี้ ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 ปี เรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

เมื่อจบแล้ว จะแปลงร่างกลายเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ระดับวิชาชีพ (Safety Officer)โดยอัตโนมัติ

ทำหน้าที่อะไร คร่าวๆ เข้าใจง่ายที่สุด คือ ดูแลความปลอดภัย สุขภาพอนามัยของผู้ทำงาน พนักงาน แรงงาน คนทำงานในสถานประกอบการต่างๆ รวมถึงดูแลสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัย เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานสูงที่สุด ขณะเดียวกัน ต้องไม่ทำร้าย ทำลายสุขภาพทั้งทางกายและทางใจของผู้ทำงาน

นักอาชีวอนามัย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน จป. จะเป็นคำเรียก สำหรับผู้ที่จบหลักสูตรอาชีวอนามัย

หากผู้อ่านสนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชม เวบของภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ที่

http://phoh.ph.mahidol.ac.th/thai/index_th.html

 

ศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบภาคกลาง

ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล