Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals,thai food

กินกันครั้งหน้า วันที่ 7 มีนาคม 2552 March 5, 2009

ไอ้งิ้ม เพื่อนยาก

 

มาไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมเพื่อน เขาจะกินกันวันที่ 7 มีนาคม 2552 นี้ ได้ข่าวจากเพื่อนเก่งว่าจะมาด้วย เฮ้ยจำได้ไหม ตอนพวกเราทำ lab กัน สาม ส เสือ จะอยู่ใกล้ๆ กัน สรา สิริพรรณ สมชาติ และวันก่อนเพื่อนเจอยาว สรัญญา partner lab ของเพื่อน  เพื่อนบอกยาว ว่าสงสารยาวมากเลย เวลาซ้อมเจาะเลือดทีไร เพื่อนทำไม่ได้สักที ยาวเลยโดนหลายรอบ เพื่อนเจาะเลือดไม่เก่งเอาเล้ย แล้วมีอยู่ 1 lab เพื่อนสอบแล้วสอบอีก ไม่ผ่านสักที คือ lab PTT  โอ๊ย ยกเลือดไม่ทันสักที ยกทีไร เลือดแข็งตัวแล้วทุกที เพื่อนสอบอยู่หลายรอบ ใครจำได้บ้าง ยกมือขึ้น เรื่องนี้ไอ้อู๋มันเก่ง เอ็งก็สอบผ่านก่อนข้า ไอ้คุณ lab PTT เนี้ย แต่มีอยู่ หนึ่งอย่างที่พอจะทำได้คือ ทำขนมเค้ก ถ้าเอ็งมา ข้าจะทำให้กิน โปรเฟสเซอร์ที่มาจากญี่ปุ่น ก็พามาได้ ยินดีเลยเพื่อน

 

เมื่อวาน ข้าประชุมที่คณะ อาจารย์ที่คณะทักข้าว่า งิ้ม เอ็งมาได้ไหม อาจารย์เขาไปอ่านที่ข้าเขียนไว้ที่ จีเมล์ เขาถามว่าทำไมไม่ส่งเมล์ไปบอก เพื่อนที่ชื่องิ้ม ข้าบอกว่า เพื่อนงิ้มนี่ข้ารักมาก เวลาจะด่ามันต้องให้คนทั้งโลกเขารู้ ไม่งั้นไม่สะใจข้า ที่ข้าทำนี่ เพราะข้ารักเอ็งนะ

 

ดังนั้น หาโอกาสมาเชียวเพื่อน หากข้าไปอาฟริกาใต้ครั้งหน้า ในวันที่ 19-28 แล้วข้าไปหลงใหลได้ปลื้มกับม้าลาย ข้าอาจจะเปลี่ยนใจอยู่มันสะที่โน้นเลย เมืองไทยช่างโหดร้ายกับข้า (ลิเกชะมัดว่ะ) ไปอยู่เมืองนอกดีกว่า พูดกับใครไม่รู้เรื่องดี  เอาล่ะ เอ็งจะอดกินขนมของข้า ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปหากินแถวๆโน้น

 

ไอ้ปู

 

เห็ดย่างกับสาวงาม(ขึ้น) ที่สวนไผ่ January 30, 2009

มาไม่ได้อีกแล้ว ไอ้งิ้ม

 

กว่าจะได้เขียน เพื่อนๆรวมถึงไอ้งิ้มคงรอกันแย่เลย เพื่อนอู๋ เข้ามาเยี่ยมblog ตรวจความก้าวหน้าของบันทึกหน้านี้บ่อยๆ เมื่อไร จะได้ฤกษ์เขียนเสียที รูปก็ส่งไปให้แล้ว ยังไม่ยอมเขียนอีก ท่านอู๋คงบ่นกับตัวเอง แต่เพื่อนแอบได้ยิน

 

เริ่มเรื่องดีกว่า นัดหมายครั้งที่ 2 ของพวกเรา ที่สวนไผ่ ที่นัดหมายเดิมแห่งเรา

เท่าที่ recall ได้นะเวลานี้ คือ  ปัญหาแรกที่พบสำหรับวันนัดหมาย เพื่อนอู๋คงไม่รู้ ก็คือ เพื่อนเลือกเสื้อผ้าอยู่นาน เลือกไปเลือกมา ก็ดันไปจับเสื้อผ้าชุดเดิม แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ไม่ได้เรื่องละ เดี๋ยวเพื่อนอู๋จะทักว่า มีเสื้อตัวเก่งอยู่ไม่กี่ตัว เจอทีไรก็ใส่ตัวนี้ทุกที กว่าจะได้ชุดที่คิดว่าสวย ใช้เวลาเลือกอยู่นาน ทำราวกับนัดพบกับชายหนุ่มเลย

ปัญหาที่สอง ที่ตามมาคือ เพื่อนหิวมาก หิวโซ กินน้ำอยู่หลายแก้ว เกือบจะไปหาอะไรกินก่อน สงสัยว่าจะใช้พลังงานในการเลือกเสื้อผ้านานไปหน่อย

 

หลังจากกินน้ำหลายอึก ก็พาตัวเองไปข่มใจอยู่ในห้องสมุดธรรมะบ้านอารีย์ เจอหนังสือดีๆ อ่านไม่ยากอยู่หลายเล่ม สักประเดี๋ยว เพื่อนอู๋ก็โทรเข้ามา “as usual เพื่อนขอเวลาอีกหน่อย ตอนนี้ถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ แล้ว

ขอบอก ขอเติมเมาท์เล่าเรื่องเล็กน้อย เพื่อนเคยเจอ คนในสังคมไทยสมัยใหม่ นัดกันว่าเย็นๆ จะมา เย็นก็แล้ว จนหัวค่ำ เมื่อหัวค่ำผ่านไปถึงดึก จนใกล้ถึงกลางดึก ยังไม่มาเลย โทรเขาก็ไม่โทรบอกนะ เงียบหายไป  เรื่องนี้สงสัยต้องส่งไปถอดบทเรียนกับเพื่อนอู๋ ปัจจัยใดที่ทำให้เพื่อนอู๋หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอก ลองให้พวกเขาเหล่านั้นไปหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กันดู

 

เอาเรื่องของเราต่อดีกว่า และแล้วเธอก็มาถึง วันนี้เธอผอมลง เพื่อนอู๋ของพวกเราผอมลงแล้ว ผอมลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำเร็จแล้ว แผนลดข้าวเย็นของพวกเราสำเร็จ วันนี้สวยมาเลยทีเดียว คนสวยของพวกเราวิ่งไปวิ่งมาซื้อกับข้าวไปฝากญาติอยู่ เพื่อนไม่สนใจละ เพื่อนหิวขอบอก เพื่อนขอไปซื้อเห็ดย่างก่อน วันนี้หิวมาก และด้วยความอยากกินเห็ดเป็นพิเศษ วันนี้มีความเป็นพิเศษอีกอย่างคือ มีเพื่อนใหม่มาเพิ่มด้วย 3 คน หนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล น้องพัน(หรือน้องพรรณจ๊ะ) ทำงานอยู่ในวงการอาชีวอนามัยนี่เอง นี่แหละนะ โลกมันกลมจริงๆ  อีกสองท่านมีกิจการโรงแรมขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ทั้งสามท่านนี้เป็นเพื่อนของเพื่อนอู๋อีกที

 

พวงแสดถามว่า อาหารอร่อยไหม ตอบอีกครั้ง อร่อยมาก เห็ดย่างอร่อยมาก กับข้าวอื่นๆ ก็อร่อย ผู้คนเดินกันคึกคัก ดูแล้วอิ่มใจมาก คนสนใจกินอาหารไร้เนื้อสัตว์มากนะ เพื่อนอู๋ บอกว่า นี่นะยายปู ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะกินทุกวันเลย บ้านก็อยู่ตรงเนี้ยอ้าว งานเข้าอีกแล้วฉัน

เพื่อนๆ ต้องจินตนาการเวลาเพื่อนอู๋พูดด้วยนะ แต่ขอชมเพื่อนอีกครั้ง เพื่อนผอมขนาดนี้ โอเคแล้ว

 

ในวันนั้นน้องพัน กินไอติมด้วย สีสดใส ดูน่ากิน แต่เพื่อนกินข้าวไปหลายขนาน ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียวด้วยความหิว ข้าวหมดแล้วแต่เห็ดยังไม่หมด แต่ก็ได้น้องพันช่วยจัดการเห็ดย่างหน้าตาดี จนหมดไป 1 จานด้วยความเรียบร้อย สรุปเลยไม่ได้กินไอติม

 

พวกเราไม่ลืมสำหรับการนัดหมายครั้งหน้า นัดกันครั้งหน้าจะเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ใครไม่มา ใครขอเลื่อนนัด แปลว่า ผู้นั้นมันมีกิ๊ก จะกล้าเลื่อนไหมเนี้ย ต้องดูก่อนละว่า ลำดับความสำคัญอยู่ที่อันดับที่เท่าไร มิฉะนั้น คงมิมีหน้าไปขอเลื่อนนัดกับเพื่อนแน่นอน ทายได้เลย เพื่อนอู๋ต้องถามว่า เธอจะไปไหนรึยายปู เธอมีอะไรเร่งด่วนใดรึ เพื่อนต้องเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าก่อน

 

ไอ้งิ้ม ครั้งหน้า 14 กุมภา เอ็งจะให้ข้าซื้อดอกกุหลาบให้เอ็งสักโหลไหม เอาสีไรดีเพื่อน ไอ้ถ้วยกาแฟของคณะ ข้ายังไม่ลืมนะ ข้าบอกแล้วจะเก็บไว้ให้ ถ้าไม่มาเจอกันตัวเป็นๆ จะไม่ให้ขอบอก

 

ขอละงิ้ม เจอกันเถอะ 14 กุมภา วันดีนะเพื่อน ที่แล้วมาเพื่อนให้อภัย ขอมาพบกันวันแห่งความรักนะเพื่อนนะ

 

ไอ้ปู

 

 

mus1

 

mus2

เห็ดย่างกับสาวงาม(ขึ้น)

 

อิ่มอร่อย พุงกาง January 19, 2009

พวงแสดที่รัก

 

แสดถามมาว่า กินเจ อร่อยไหม

ขอตอบที่นี่นะจ๊ะ

 

อร่อย อิ่ม พุงกาง

 

ครั้งหน้า มีนัดกินกันวันวาเลนไทน์ แสดว่างไหม ที่สวนไผ่มีอาหารหลากหลาย ไม่รู้สึกว่าเป็นเจเลยนะ น่ากินทั้งนั้น

 

พวกเราจะให้ความรักกับคนทั้งโลกกัน ไม่เบียดเบียนสัตว์กันในวันวาเลนไทน์ คิดได้ไงเนี้ย

 

คุยกับอู๋ไว้ว่า ถ้าใครมาไม่ได้แปลว่า มันผู้นั้นมีกิ๊ก เพราะอายุอานามขนาดนี้ คงต้องรับสภาพแล้ว ว่า คงไม่มีใครมาฟังเราบ่นได้ทุกวัน

 

ใครสนใจ ร่วมกินอาหารไร้เนื้อสัตว์กันทุกเดือนได้จ๊ะ

 

ปู

 

ปล. รวบรวม เรียบเรียง เรื่องราว ราวเรื่อง กินล่าสุดยังไม่ได้เขียนลงเลยจ๊ะ เพราะต้องรอรูปจากอู๋ก่อน อีกอย่างสาเหตุต้องไปบรรยายที่หัวเมืองจ๊ะ เดี๋ยวกลับมาปุ๊บ เพื่อนๆ จะได้อ่าน ความอิ่มอร่อย ทันที่จ๊ะ

 

พบกันวันไม่กินเนื้อสัตว์ 17 มกราคม 2552 January 13, 2009

งิ้ม เพื่อนรัก

 

ข้อมูลกรองแล้วเรียบร้อย งานไม่กินเนื้อสัตว์ครั้งหน้าของสองเพื่อนรัก อันได้แก่ ข้า และเพื่อนอู๋ มีวันที่ 17 มกราคม 2552

ถ้าเอ็งมาไม่ได้ เอ็งจะอดได้แก้วน้ำของคณะที่ข้าจับฉลากได้จากงานเทคนิคการแพทย์ด้วยความช่วยเหลือของกล้วย

เมื่อวานข้า เมาท์กับเพื่อนอู๋แต่เช้า ทั้งที่ไม่ค่อยจะสบายเท่าไร มีอาการตาเจ็บ เจ็บตา เรื่องที่เป็นประเด็นเมาท์ คือ จะกินกันวันไหน ตารางเพื่อนแน่นมาก แต่ข้าจะไม่พูดคำว่า ไม่มีเวลา เด็ดขาด ข้าไม่ชอบที่สุด เนื่องจากได้รับฟังคำคำนี้บ่อยมาก ข้าคิดว่า ทุกคนมีเวลาเท่าๆกันแหละ แต่เวลาที่มีนั้น เขาไปจัดให้ใคร อะไร ที่ไหน ต่างหาก แต่สำหรับเพื่อนอู๋และเอ็ง ข้าจะต้องจัดให้เลย ข้าทำการจัดเวลากับอู๋แต่เช้าว่า ขอเป็น 17 ได้ไหม

 

สรุป 17 มกรานี้ เราจะพบกัน เพื่อนๆเทคนิคการแพทย์ท่านใด จะมาร่วมไม่กินเนื้อสัตว์หรือท่านใดที่อ่าน blog นี้ต้องการมาร่วมทำบุญไม่กินเนื้อสัตว์ พบกันได้ที่โรงอาหาร บ้านอารีย์คะ เรียนเชิญทุกท่าน หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น เราจะละเว้นเนื้อสัตว์กัน

 

เอ็งด้วยไอ้งิ้ม

ไอ้ปู

 

ปล. เอ็งส่งสคส. กลับไปที่คณะที่มช.หรือยัง ข้าส่งแล้ว และวันก่อนข้ามีโอกาสไปพบ ไปกราบอาจารย์ของข้าที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ด้วย ข้าได้มีโอกาสพบพี่ๆ พี่เล็ก ดร.พนิดา พี่เนตรนภา เอ็งรู้ไหม ชีวิตข้าถ้าไม่มีพี่ที่น่ารัก คงไม่มาเป็น ดร.สรา ในวันนี้หรอก

 

แล้วเอ็งกลับมาที่คณะเวชศาสตร์บ้างไหม ถ้ามาแวะมาหาเพื่อนด้วย เพื่อนอยู่ตึกใกล้ๆกัน

 

8. สวนไผ่ ที่นัดหมายแห่งเรา December 23, 2008

Filed under: เทคนิคการแพทย์ มช. — saraarphorn @ 9:14 am
Tags:

 ไอ้งิ้ม ตกลงเอ็งกลับมาจากญี่ปุ่นหรือยัง สงสัยว่าไวรัสที่โน้นมันผ่าเหล่าไม่เลิกรา ต้องศึกษาต่อหรือเปล่า ถ้าเอ็งเจอสายพันธุ์ใหม่ กรุณาตั้งชื่อว่า สรา 1  (SARA 1) ที่มี 1 ไว้ เผื่อว่าจะมี 2 และ 3 และ 4 ตามมาเรื่อยๆ ชื่อเพื่อนจะได้เป็นที่รู้จัก ชื่อข้า แม่บอกไว้ว่า แปลว่าผู้กล้าหาญเชียวนะ ขอบอก  แม่ข้า สมัยเขาเป็นนักเรียน เขาอยู่ เอกไทย ห้อง 1 เพราะฉะนั้น เชื่อถือได้

 

วันนี้ข้าจะเล่าว่า ข้าไปกินอาหารไร้เนื้อสัตว์กับไอ้อู๋ มันมา ก็เป็นไปตามที่เขียนบอกเพื่อนๆไว้คือ ใกล้กับห้องสมุดธรรมะอารีย์ ซอยอารีย์ 1 เขามีกลุ่มของร้านอาหารเจ กินกับไอ้อู๋ แค่สองคน หวังว่าครั้งหน้าเพื่อนๆ คงมาร่วมจอยและรวมแจมด้วย  ตามจุดมุ่งหมาย หนึ่งวัน ในหนึ่งเดือน ไร้เนื้อสัตว์ 

 

เพื่อนอู๋ ซึ่งมีฉายานามใหม่ว่า เจ้าแม่เห็ด เพื่อนอู๋เชิญชวนข้ากินเห็ดสารพัดชนิด (สองชนิด) เห็ดย่างไม้ละ 10 บาท

ไม่น่าเชื่อเลยเธอ เพื่อนอู๋ บอก และเล่าต่อไปว่า เมื่อวันก่อนไปกินที่ร้าน ……………….. (ไม่กล้าเขียน กลัวเขาเชิญไปคุย) มา ฮู้ (ต้องอ่านยาว ยาวนะถึงจะเหมือน) ตั้งหลายบาท นี่นะเธอ 10 บาท รสชาดิดีนะเหมือนเนื้อเลยเธอ ว่าไหม

 

ในใจข้าคิดอย่างเดียวตอนนั้น ทำไมอาหารที่ข้าสั่ง มันดู เหมือนไม่น่ากินเลยว่ะ แต่กลัวเสียฟอร์ม สั่งมาแล้วต้องกินต่อไป

 

เพื่อนอู๋ ชี้ชวนสารพัด แบ่งให้ข้าได้กินเห็ดด้วย สงสัยจะอ่านใจและเข้าใจเพื่อนออกว่า เพื่อนหน้าตาดีอย่างข้า กำลังเซ็งอยู่กับหน้าตาของอาหารที่ข้าสั่งมาเองอยู่ (ดูรูป) ก็ข้าคิดถึงแม่ เลยสั่งแกงขี้เหล็ก (คุณนายแดงชอบ) และแกงโฮ๊ะ อย่างหลังนี่เอาใจแฟนคลับชาวเหนือ พอสองแกงนี่มันมาอยู่บนจานข้าวจานเดียว มันเลยหน้าตาขี้เหล่มาก ตรงข้ามกับเจ้าของจานข้าวอย่างสิ้นเชิง

 

ข้าจะเล่าเกี่ยวกับ ทัศนคติของเพื่อนอู๋ ที่มีต่อแกงขี้เหล็ก หรือที่มีต่อข้า เพื่อนอู๋บอกว่า นี่เธอ ยายปู แสดงว่าเธอแก่แล้ว ฉันนะไม่กินเท่าที่ข้าจำได้ มันแก่กว่าข้าอีก ใช่ไหมไอ้งิ้ม ข้าก็อมยิ้ม อยากจะบอกว่าไอ้เราสองคนนี่มันเลยวัยกลางคนแล้วนะ แต่เกรงว่าจะไม่มีเพื่อนมากินข้าวด้วย เลยยิ้มเฉยๆ

 

พอกินเสร็จ ก็เดินไปห้องสมุดอารีย์กัน ได้หนังสือธรรมะกันมาหลายเล่ม ที่ห้องสมุดอารีย์เขามีหนังสือดีๆ ไว้แจก แต่คนจะทำบุญก็ตามกำลังศรัทธา หนังสือธรรมะเดี๋ยวนี้มีรูปเล่มดูน่าอ่าน หน้าตาดีมาก ข้าเลยเกิดไอเดียว่า อยากจะทำหนังสือกับเขาบ้าง มีโปรเจ็คใหม่ในใจ บอกเพื่อนอู๋ไว้ ให้ซ้อมวาดการ์ตูน ตามลักษณะของข้าไว้ เผื่อนึกครึ้มจะทำหนังสือกับเขาบ้าง

 

อู๋ ซ้อมไว้นะเพื่อนเห็นไหม ข้ารู้ ข้ามีเพื่อนเก่ง เพื่อนอู๋ เก่งเรื่องวาดเขียน ฝีมือไม่ธรรมดามาตั้งนานแล้ว เสร็จข้าละคราวนี้

 

ครั้งหน้า เราก็จะมากินที่นี่กันอีก แต่วันที่ยังไม่ลงตัว ถ้าทุกอย่างลงตัวจะแจ้งเพื่อนๆ ทาง blog นี้ นอกจากจะมีเรื่องกินไร้เนื้อ เพื่อไร้พุง มุ่งทะนุบำรุงศาสนากันแล้ว  เราสองคนก็นัดหมายอย่างยาวไกลกันต่อไปว่า ช่วงสงกรานต์ เราจะไปนั่งสมาธิกัน เพื่อนอู๋ แย้มๆว่า ฉันนะ อยากไป 10 วัน

 

ตายแล้ว อิฉันต้องแย่แน่ ปล่อยไว้ไม่ได้การณ์ จึงมีการต่อรองเกิดขึ้น อู๋ เอาสัก สามวันได้ไหม สามวันนี่เพื่อนว่ากำลังดี มีสมาธิ

 

ในที่สุด ก็ได้ 3 วัน ข้าขอเอาขั้นพื้นฐานก่อน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง แล้วขั้น Advanced ไม่กลัวเลย

 

การนัดหมายเพื่อการกินของเราทั้งสองก็จบลงด้วย ความสุข ไม่เบียดเบียนสัตว์และได้ต่อยอดเรื่องนั่งสมาธิต่อไป

 

ตกลงแล้ว เอ็งไม่สนใจโครงการสักโครงการของข้าทั้งสองเลยเหรอ

ไอ้ปู

 

 

 

 

 

 

food

 ยายปู และท่านอู๋ โปรดสังเกตอาหารตรงหน้า คนทั้งสอง

 

sa

หน้าตาอาหารตรงข้ามกับหน้าตาเจ้าของโดยสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ตาม อร่อยจ๊ะ

เผ็ดเล็กน้อย