ไอ้งิ้ม ตกลงเอ็งกลับมาจากญี่ปุ่นหรือยัง สงสัยว่าไวรัสที่โน้นมันผ่าเหล่าไม่เลิกรา ต้องศึกษาต่อหรือเปล่า ถ้าเอ็งเจอสายพันธุ์ใหม่ กรุณาตั้งชื่อว่า สรา 1 (SARA 1) ที่มี 1 ไว้ เผื่อว่าจะมี 2 และ 3 และ 4 ตามมาเรื่อยๆ ชื่อเพื่อนจะได้เป็นที่รู้จัก ชื่อข้า แม่บอกไว้ว่า แปลว่าผู้กล้าหาญเชียวนะ ขอบอก แม่ข้า สมัยเขาเป็นนักเรียน เขาอยู่ เอกไทย ห้อง 1 เพราะฉะนั้น เชื่อถือได้
วันนี้ข้าจะเล่าว่า ข้าไปกินอาหารไร้เนื้อสัตว์กับไอ้อู๋ มันมา ก็เป็นไปตามที่เขียนบอกเพื่อนๆไว้คือ ใกล้กับห้องสมุดธรรมะอารีย์ ซอยอารีย์ 1 เขามีกลุ่มของร้านอาหารเจ กินกับไอ้อู๋ แค่สองคน หวังว่าครั้งหน้าเพื่อนๆ คงมาร่วมจอยและรวมแจมด้วย ตามจุดมุ่งหมาย “หนึ่งวัน ในหนึ่งเดือน ไร้เนื้อสัตว์”
เพื่อนอู๋ ซึ่งมีฉายานามใหม่ว่า เจ้าแม่เห็ด เพื่อนอู๋เชิญชวนข้ากินเห็ดสารพัดชนิด (สองชนิด) เห็ดย่างไม้ละ 10 บาท
“ไม่น่าเชื่อเลยเธอ” เพื่อนอู๋ บอก และเล่าต่อไปว่า “เมื่อวันก่อนไปกินที่ร้าน ……………….. (ไม่กล้าเขียน กลัวเขาเชิญไปคุย) มา ฮู้ (ต้องอ่านยาว ยาวนะถึงจะเหมือน) ตั้งหลายบาท นี่นะเธอ 10 บาท รสชาดิดีนะเหมือนเนื้อเลยเธอ ว่าไหม”
ในใจข้าคิดอย่างเดียวตอนนั้น ทำไมอาหารที่ข้าสั่ง มันดู เหมือนไม่น่ากินเลยว่ะ แต่กลัวเสียฟอร์ม สั่งมาแล้วต้องกินต่อไป
เพื่อนอู๋ ชี้ชวนสารพัด แบ่งให้ข้าได้กินเห็ดด้วย สงสัยจะอ่านใจและเข้าใจเพื่อนออกว่า เพื่อนหน้าตาดีอย่างข้า กำลังเซ็งอยู่กับหน้าตาของอาหารที่ข้าสั่งมาเองอยู่ (ดูรูป) ก็ข้าคิดถึงแม่ เลยสั่งแกงขี้เหล็ก (คุณนายแดงชอบ) และแกงโฮ๊ะ อย่างหลังนี่เอาใจแฟนคลับชาวเหนือ พอสองแกงนี่มันมาอยู่บนจานข้าวจานเดียว มันเลยหน้าตาขี้เหล่มาก ตรงข้ามกับเจ้าของจานข้าวอย่างสิ้นเชิง
ข้าจะเล่าเกี่ยวกับ ทัศนคติของเพื่อนอู๋ ที่มีต่อแกงขี้เหล็ก หรือที่มีต่อข้า เพื่อนอู๋บอกว่า “ นี่เธอ ยายปู แสดงว่าเธอแก่แล้ว ฉันนะไม่กิน” เท่าที่ข้าจำได้ มันแก่กว่าข้าอีก ใช่ไหมไอ้งิ้ม ข้าก็อมยิ้ม อยากจะบอกว่าไอ้เราสองคนนี่มันเลยวัยกลางคนแล้วนะ แต่เกรงว่าจะไม่มีเพื่อนมากินข้าวด้วย เลยยิ้มเฉยๆ
พอกินเสร็จ ก็เดินไปห้องสมุดอารีย์กัน ได้หนังสือธรรมะกันมาหลายเล่ม ที่ห้องสมุดอารีย์เขามีหนังสือดีๆ ไว้แจก แต่คนจะทำบุญก็ตามกำลังศรัทธา หนังสือธรรมะเดี๋ยวนี้มีรูปเล่มดูน่าอ่าน หน้าตาดีมาก ข้าเลยเกิดไอเดียว่า อยากจะทำหนังสือกับเขาบ้าง มีโปรเจ็คใหม่ในใจ บอกเพื่อนอู๋ไว้ ให้ซ้อมวาดการ์ตูน ตามลักษณะของข้าไว้ เผื่อนึกครึ้มจะทำหนังสือกับเขาบ้าง
“อู๋ ซ้อมไว้นะเพื่อน” เห็นไหม ข้ารู้ ข้ามีเพื่อนเก่ง เพื่อนอู๋ เก่งเรื่องวาดเขียน ฝีมือไม่ธรรมดามาตั้งนานแล้ว เสร็จข้าละคราวนี้
ครั้งหน้า เราก็จะมากินที่นี่กันอีก แต่วันที่ยังไม่ลงตัว ถ้าทุกอย่างลงตัวจะแจ้งเพื่อนๆ ทาง blog นี้ นอกจากจะมีเรื่องกินไร้เนื้อ เพื่อไร้พุง มุ่งทะนุบำรุงศาสนากันแล้ว เราสองคนก็นัดหมายอย่างยาวไกลกันต่อไปว่า ช่วงสงกรานต์ เราจะไปนั่งสมาธิกัน เพื่อนอู๋ แย้มๆว่า “ฉันนะ อยากไป 10 วัน”
ตายแล้ว อิฉันต้องแย่แน่ ปล่อยไว้ไม่ได้การณ์ จึงมีการต่อรองเกิดขึ้น “อู๋ เอาสัก สามวันได้ไหม สามวันนี่เพื่อนว่ากำลังดี มีสมาธิ”
ในที่สุด ก็ได้ 3 วัน ข้าขอเอาขั้นพื้นฐานก่อน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง แล้วขั้น Advanced ไม่กลัวเลย
การนัดหมายเพื่อการกินของเราทั้งสองก็จบลงด้วย ความสุข ไม่เบียดเบียนสัตว์และได้ต่อยอดเรื่องนั่งสมาธิต่อไป
ตกลงแล้ว เอ็งไม่สนใจโครงการสักโครงการของข้าทั้งสองเลยเหรอ
ไอ้ปู

ยายปู และท่านอู๋ โปรดสังเกตอาหารตรงหน้า คนทั้งสอง

หน้าตาอาหารตรงข้ามกับหน้าตาเจ้าของโดยสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ตาม อร่อยจ๊ะ
เผ็ดเล็กน้อย