Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

กฐินสามัคคี ณ วัดมะปรางหวาน ลพบุรี October 15, 2009

อนุโมทนาบุญกันถ้วนหน้า

วันที่ 11 ตุลาคม 2552 เราได้ไปทอดกฐินสามัคคีกันที่วัดมะปรางหวาน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี บ้านเกิดของแม่

ปีนี้กฐินสามัคคีมีหลายกองด้วยกัน ดังรูปข้างล่าง ชาวพุทธเห็นแล้วปลื้มใจ รวมเงินทั้งสิ้นหลายกองหลายสาย รวมเป็นเงิน 568,988.50

ห้าแสนกว่าบาท เห็นแล้วปลื้มใจจริงๆ สาธุ สาธุ สาธุ

ขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทางอันประกอบด้วย คุณอี๊ด น้องกบ และยายปุ้ม

โดยเฉพาะยายปุ้ม ลงทุนลงแรงมานอนค้างกับอาจารย์ที่คอนโดไฮโซเพื่อได้ตื่นนอนแต่เช้า แกงค์กฐินเริ่มต้นจากการไปรับดร.กบที่คอนโด (ไฮโซเหมือนกัน) แล้วจึงต่อไปรับคุณอี๊ดที่คณะ พวกเรานี่ช่างกระไรเลย ถ้าไม่ได้ไปที่คณะสักวันเหมือนจะขาดใจ ไปไหนมาไหน ต้องเริ่มต้นกันที่คณะก่อน มิฉะนั้นจะหลงทาง รับคุณอี๊ดแล้วเดินทางโดยเลือกใช้ทางด่วน จุดหมายปลายทางจังหวัดลพบุรี ระหว่างทางที่ผ่านกะว่าจะแวะจังหวัดอ่างทองกันก่อน อ้าว! คนอ่างทองดันมาเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพ แผนการร่วมทานข้าวเช้านี้จึงต้องระงับไว้ก่อน  เกิดอาการเสียดายเป็นกำลัง กะว่าจะแวะรับอาหารเช้าที่อ่างทองก่อนไปวัด อดเสียแล้ว คณะของเราจำต้องเดินทางต่อทำภารกิจกฐินสามัคคี ณ วัดมะปรางหวาน ปีนี้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

ปีนี้คนมาร่วมงานกฐินเยอะกว่า เมื่อสองปีที่ผ่านมา จุดประสงค์ของงานกฐินในครั้งนี้คือบูรณะเมรุ ซึ่งชำรุดใช้งานไม่ได้

จำนวนเงินที่สาธุชนร่วมทำบุญ คงจะทำให้ทางวัดสามารถทำตามจุดประสงค์ได้อย่างครบถ้วน

วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ ทราบมานานแล้วว่า ทางบ้านแม่เป็นผู้ช่วยอุปถัมภ์ ร่วมกันสร้างเมื่อครั้งโบร่ำโบราณ ดังนั้นเมื่อถึงรุ่นหลานนักรบอย่างเรา เมื่อทำได้ไม่เดือดร้อน จึงยินดีทุกครั้ง ทางวัดจะทำอะไรก็มีการบอกกล่าวกันมาตลอดเวลา ยินดีด้วยความเต็มใจยิ่ง เจ้าค่ะ

 

ท้ายนี้ขออนุโมทนาบุญกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ร่วมทำบุญกันในครั้งนี้ด้วย ขอบุญกุศลที่ทุกท่านได้ทำ จงเกิดความสุขสวัสดิ์แก่ทุกท่านและครอบครัวด้วยเทอญ

ลูกหลานคนเมืองหลวงเก่า บางขันหมาก ต้นสะตือ ลพบุรี

 

1

ต้นกฐินต้นนี้ของพวกเราจ้า

 

4

ชัด ชัด อีกครั้ง ต้นกฐินในอ่างมังกร

 

3

อนุโมทนาบุญอีกครั้ง

 

 

 

ดังคำสัญญา ลพบุรี อุทัยธานี August 11, 2009

จำพระยาเกียรติ พระยาราม แม่ทัพมอญ ซึ่งตามเสด็จสมเด็จพระนเรศวรกลับสยามเมื่อครั้งทรงประกาศอิสรภาพได้ไหมค่ะ

 

ลูกหลานคนหนึ่งของพระยาเกียรติ ได้แต่งงานกับเจ้าแม่ดุสิต ซึ่งเป็นพระนมของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านารายณ์ราชกุมาร จริงๆแล้ว เจ้าแม่ดุสิต ท่านเป็นราชนิกูล หม่อมเจ้าหญิงในสมัยอยุธยา ที่ได้พระนามนี้เนื่องจากเมื่อเจ้าฟ้านารายณ์ราชกุมาร ขึ้นครองราช “สมเด็จพระนารายณ์” ทรงพระราชทานสร้างวังมีตำหนักตึกที่ริมวัดดุสิดารามถวายพระองค์เจ้าพระนมนาง ดังนั้นจึงเป็นที่มาของคำว่า เจ้าแม่ดุสิต

เจ้าแม่ดุสิต มีบุตรมาแต่เดิม 2 คนเป็นชาย คนใหญ่คือคุณเหล็ก คนเล็กคือคุณปาน

ร้องอ๋อ แล้วใช่ไหมค่ะ ท่านก็คือ เจ้าพระยาโกษาธิบดี(เหล็ก) เมื่อท่านเหล็กสิ้น พระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดแต่งตั้ง ลูกชายคนเล็กของเจ้าแม่ดุสิต รั้งตำแหน่งเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)

ท่านออกญาโกษาธิบดี (ปาน) มีบุตรธิดารวม 4 คน บุตรชายคนโตได้ถวายตัวรับราชการ บรรดาศักดิ์เป็นพระยาอัษฎาเรืองเดช จางวางกรมพระตำรวจ ในแผ่นดิน ออกพระเพทราชา

เล่าต่อนะค่ะ เหนื่อยหรือยัง พยายามอีกนิดค่ะ รับรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของเมืองไทย อ่านแล้ว จะภูมิใจค่ะ อ่านต่อไปเถอะค่ะ

พระยาอัษฏาเรืองเดช (ขุนทอง) จึงมีฐานะเป็นเจ้าราชนิกูลและข้าหลวงเดิม ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาวรวงศาธิราช เสนาบดีพระคลัง ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็น พระยาวรวงศาธิราช เสนาบดีการตางประเทศ ท่านมีบุตรชายคนโต นามว่า ทองคำ ซึ่งถวายตัวรับราชการเป็นพระนายจมื่นมหาสนิท หัวหมื่นมหาดเล็กในแผ่นดินสมเด็จพระสุรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ)

พระนายจมื่นมหาสนิท (ทองคำ) อพยพครอบครัวย้ายไปทำราชการอยู่ที่บ้านสะแกกรัง แขวงเมืองอุทัยธานี ภรรยาของท่านได้ให้กำเนิดบุตรชายคนโต นาม “ทองดี”

 

บรรดาศักดิ์ของทองดี มีการเลื่อนลำดับขั้นดังนี้ หลวงพินิจอักษร พระอักษรสุนทรสาสน์ และต่อมาเป็น เจ้าพระยาจักรี (ทองดี)

เจ้าพระยาจักรี (ทองดี) ผู้นี้ คือ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก หรือ สมเด็จพระชนกาธิบดี ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

ทั้งหมดนี้ อาจารย์ได้อ้างอิงจาก บทความ ตามรอยสืบหาบรรพบุรษต้นราชวงศ์จักรี หนังสือศิลปวัฒนธรรม ฉบับที่ 8 มิถุนายน 2552

 

แต่ทั้งหมดนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความนัยของออกญาโกษาธิบดี (ปาน) ซึ่งมีการสันนิษฐานว่า มีความเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดังนั้น พระนาม “นเรศวร” จึงมาปรากฏในการถวายสร้อยพระนาม ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก “นเรศวรราชวิวัฒนวงศ์” เพื่อการแสดงสายสัมพันธ์เครือญาติ

ซึ่งผู้เขียนสันนิษฐานว่า ราชวงศ์จักรีก็อาจจะสืบสาวสายสัมพันธ์ทางเครือญาติย้อนกลับไปจนถึงราชวงศ์พระร่วงเมืองสุโขทัย เอาเลยทีเดียว

เขียนจนเหนื่อยเลย ทั้งหมดนี้ ชื่อบางชื่อนั้นคุ้นมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะ จำคุ้นๆตั้งแต่เด็กๆ เมื่อครั้งวิ่งเล่นในโรงเรียนที่แม่สอน คือโรงเรียนวัดท่าซุง โรงเรียนนี้ความเกี่ยวข้องกับ พระพินิจอักษร (ทองดี) อาจารย์ก็อ่านชื่อท่านมาตั้งแต่เด็กๆ รู้สึกว่าท่านจะมีรูปปั้นอยู่ที่โรงเรียนนี้ คุ้นๆนะค่ะ ต้องกลับไปทบทวนเสียแล้ว

เรื่อง ก็จบลงดังนี้ ค่ะ

ดั่งคนคุ้นเคย

 

ปล. อ้าวตกลงลพบุรีกับอุทัยธานีเกี่ยวข้องกันอย่างไร คำตอบคือ เมื่อแม่แต่งงานกับพ่อ แม่(เล่นเส้น) ย้ายจากลพบุรี ตามพ่อซึ่งได้รับราชการที่โรงเรียนการช่างอุทัยธานี (วิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี ในสมัยนี้) แม่ได้รับการบรรจุเป็นคุณครูสอนโรงเรียนวัด ชื่อ โรงเรียนวัดท่าซุง เป็นประการนี้จ้า

 

 

ลพบุรี เมืองเก่าที่ถูกลืม (หรือเปล่า) August 5, 2009

อยากเล่าเรื่องลพบุรีจริงๆ

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ก็อาจจะทำให้หลายๆคนนึกถึง เมืองหรือจังหวัดนี้ในมุมมองที่ไม่เคยมองก็อาจเป็นได้

ด้วยเหตุที่วันก่อนนี้ เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ไปงานศพที่จังหวัดลพบุรีมา ไอ้เราก็มัวแต่ตื่นเต้น ถ้าใครพูดถึงบ้านเกิดของแม่ทีไร ลืมทุกเรื่องทันที ลืมแม้กระทั่งถามเพื่อนว่า อ้าวใครเป็นอะไร

ถ้าใครพูดถึงลพบุรี จะนึกถึงลิงลพบุรี ศาลพระกาฬ ก่อนเลย แต่มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเมืองนี้คือ

เมืองนี้จะเป็นเมืองที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงประทับอยู่ พระองค์มิได้ประทับที่อยุธยา ทั้งที่เป็นพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยาก็ตาม ดังนั้นนอกจากกรุงศรีอยุธยาแล้วก็ยังมี เมืองลพบุรีอีกหนึ่งเมือง ซึ่งเป็นเมืองที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเชื้อสายมาจากสมเด็จพระสุริโยทัย และหลังจากนั้นสิ้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดประทับอยู่ที่ลพบุรี อีกเลย

นอกจากนี้แล้ว เมืองลพบุรี ยังมีความเกี่ยวข้องกับพระยาโกษาธิบดีซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเชื้อสายของบรรพกษัตริย์พระองค์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์อีกด้วย

เอาไว้เล่ากันครั้งหน้านะค่ะ

วันนี้เล่าเรื่องโดย

สรา

 

ปล. มักจะมีคนถามความหมายของคำนี้บ่อยๆ แม่อธิบายว่า สรา มาจาก “สุร” และ”สุร” แปลว่า ผู้กล้าหาญ ดังนั้น สรา แปลว่าผู้กล้าหาญ ค่ะ) พอเล่าเรื่องชื่อของลูกคนโตเสร็จ แม่จะเล่าต่อทันทีกับความหมายของลูกคนเล็ก “ศิระ” มาจากเศียร แปลว่าหัว จ๊ะ เพื่อไม่ให้ลูกคนเล็กน้อยใจ ว่าแม่ไม่พูดถึงเลย สมกับที่แม่เป็นครูสอนภาษาไทยจริงๆ