Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

ผลลัพธ์จากการขับเคลื่อน May 24, 2009

ข่าวแจ้ง ข่าวร้อน จากคุณอรพิน
โพสต์ทูเดย์ — คลังดันกองทุนอุ้มแรงงานนอกระบบจ่ายสมทบ 100 บาท/เดือน มีเงินเดือนหลังเกษียณเกิน 50%
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ให้นโยบายเร่งดำเนินการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบเพื่อเป็น หลักประกันให้กับแรงงานนอกระบบ และในระบบมีรายได้เกษียณอายุ 60 ปี ไม่น้อยกว่า 50% ของเงินเดือนสุดท้าย

ทั้งนี้ หากกองทุนกบช. มีผลบังคับใช้จะเริ่มใช้กับแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีอยู่ประมาณ 23-24 ล้านคน เข้าสู่ระบบก่อน

โดยให้ส่งเงินสมทบกองทุนขั้นต่ำ 100 บาทต่อเดือนถึง 1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความสามารถของแรงงาน โดยส่วนนี้รัฐบาลจะสมทบให้กับแรงงาน 50 บาทต่อเดือน ซึ่งภายใต้สมมติฐานที่แรงงานส่งเดือนละ 100 บาท จะได้เงินหลังเกษียนเดือนละประมาณ 2,800 บาทต่อเดือน ซึ่งแรงงานนอกระบบที่จะส่งเงินสมทบ เข้ากองทุนต้องอายุ 15-60 ปี

นายสมชัย กล่าวว่า กบช.จะมีเงินกองทุนเข้ามาปีละ 4 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนที่รัฐบาลต้องจ่ายสมทบเดือนละ 50 บาท จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท ในส่วนนี้ก็จะมีการนำไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ เป็นกองทุนส่วนบุคคลของแรงงานเหมือนกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งแรงงานที่ส่งจ่ายเงินจะมียอดส่งเงินและผลประโยชน์ที่ได้ชัดเจน โดยกองทุนนี้ถือเป็นภาคบังคับ

นอกจากนี้ ร่างพ.ร.บ. กบช.ยังกำหนดว่าหลังกฎหมายมีผลบังคับไปแล้ว 2 ปี ก็จะบังคับให้แรงงานในระบบประกันสังคมที่มีอยู่ประมาณ 10 ล้านคน เข้ามาอยู่ในระบบกบช. เพื่อให้เป็นหลักประกันว่าจะ มีรายได้หลังเกษียณไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้เดือนสุดท้าย เพราะปัจจุบันสมาชิกกองทุนประกันสังคมมีรายได้หลังเกษียณอยู่ที่ 38% ของรายได้เดือนสุดท้ายถือว่าน้อยเกินไป โดยในส่วนนี้จะเป็นแรงงานและนายจ้างที่ต้องจ่ายเพิ่ม รัฐบาลจะไม่จ่ายสมทบเพิ่มให้ในส่วนนี้

เบื้องต้นจะบังคับให้ผู้ประกอบการ ที่มีลูกจ้าง 200 คนขึ้นไปก่อน หลังจากนั้นอีก 2 ปี ถึงจะบังคับผู้ประกอบการที่มีแรงงานน้อยกว่า 200 คน

นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของแรงงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทซึ่งเป็นกองทุน ภาคสมัครใจ ในส่วนนี้จะขอให้โอนบางส่วนมาเป็นกองทุนภาคบังคับของกบช. เช่น เคยส่งให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 5% ก็ให้โอนมาที่ กบช. 3% ที่เหลือ 2% ไว้ที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเหมือนเดิม ซึ่งการตั้งกองทุน กบช.นี้จะเป็นประโยชน์กับแรงงานทุกคน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่ไม่มีหลักประกันรายได้เกษียณในขณะนี้ นอกจากเบี้ยยังชีพของรัฐบาลที่ให้อยู่เดือนละ 500 บาท

ข่าวจากโพสต์ทูเดย์ 22 พฤษภาคม 2552

นำมาแจ้งอีกรอบ

หัวหน้าศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบ ภาคกลาง

 

สมัชชาแรงงานนอกระบบ May 3, 2009

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา อาจารย์สราและอาจารย์ไชยนันต์ ไปร่วมงานสมัชชาแรงงานนอกระบบ อาจารย์ไชยนันต์นำงานนวัตกรรมสำหรับงานช่างเสริมสวยไปแสดง อาจารย์สราตามไปให้กำลังใจ พอไปถึงลานคนเมืองของกทม. ก็ได้เห็นเครื่องดูดฝุ่นโลหะของกลุ่มลุงสมคิดตั้งตระหง่านอยู่แล้ว แต่อาจารย์ไชยนันต์ยังมาไม่ถึง อาจารย์สราโทรศัพท์ติดต่อกันอยู่สักครู่ ก็ทราบว่ากำลังขนอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่

 

ระหว่างที่กำลังดำเนินการเชื่อมต่ออุปกรณ์อยู่ มีพี่ชายเจ้าของกิจการเหล็กท่านหนึ่ง เดินเข้ามาซักถามพูดคุย เกี่ยวกับเครื่องของลุงคิด ด้วยความสนใจ

 “ผมกำลังหาอยู่พอดีเลย ที่บ้านผมก็มีปัญหาอันนี้แหละ ไม่รู้ว่าจะเก็บฝุ่นพวกนี้ได้อย่างไร”

อาจารย์ไชยนันต์และกลุ่มพี่แรงงาน เจ้าของเครื่องลุงคิด ก็เลยได้ไขข้อข้องใจให้พี่ชายท่านนั้นได้ทราบ สำหรับเครื่องดูดฝุ่นโลหะนี้ พวกเราได้นำแสดง 2 ครั้งแล้ว ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และทุกคนก็อยากจะรู้ว่าไอ้เครื่องข้างในที่ปิดไว้นั้นมันทำงานอย่างไร

 

ท่าทางอาจารย์สราจะต้องมีการบริหารทางการเงินโดยต้องมีการจัดทำโมเดลการทำงานของเจ้าเครื่องลุงคิดเสียแล้ว เพื่อพระเอกของงาน อาจารย์สรายอมได้เสมอค่ะ

เมื่อติดตั้งเครื่องเสร็จ ทั้งสองอาจารย์ถือโอกาสไปนั่งฟังสัมมนาวิชาการด้านใน ต้องขอชื่นชมผู้จัดงานสัมมนา ทำได้ดีมาก

ในงานนั้นมีการอภิปรายเรื่องสวัสดิการ ประกันสังคม แรงงานนอกระบบ ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ร่วมรายการคือ พณ ไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ศาสตราจารย์ ดร.อัมมาร สยามวาลา และพี่น้องแรงงานนอกระบบ นำทีมโดยลุงคิด ผู้นำแรงงานนอกระบบประเทศไทย พี่สุจิน น้องจากภาคเหนือ และพี่ตัวแทนกลุ่มผู้ขับรถแทกซี่ (ส่งชื่อบอกอาจารย์ด่วนทั้งสองท่าน)

เนื้อหาที่คุยกัน ดีและเป็นประโยชน์มาก ข้อเรียกร้องที่เป็นไปได้คือ ในเมื่อขณะนี้รัฐบาลช่วยแรงงานในระบบ ด้วยเช็คช่วยชาติ 2000 บาท ทางแรงงานนอกระบบมีข้อเสนอว่า จำนวนเงิน 2000 บาท นี้ทางแรงงานนอกระบบก็มีความต้องการเช่นเดียวกันแต่เงินมิได้ให้กับตัวแรงงาน จำนวนนี้เงินก้อนนี้จะส่งไปเป็นกองทุนประกันสังแรงงานนอกระบบ และจำนวนเงินที่เหลืออีก 1360 บาทนั้น ทางแรงงานนอกระบบขอผ่อนจ่ายเป็นงวดๆไป

(ตัวเลข 3,360 บาทนั้นเป็นไปตามมาตรา 40 ที่ขณะนี้มีผู้ประกันตนเพียง 39 คน จากแรงงานทั้งหมดยี่สิบกว่าล้านคน ย้ำ จากยี่สิบกว่าล้านคน มีเพียง 39 คนเท่านั้นที่ทำประกันตามมาตรานี้)
พวกเราก็มาติดตามกันต่อไปว่า จะเกิดความร่วมมือใดขึ้นในอนาคตในใกล้นี้

รายงานจากศาลาว่าการกทม.

วันที่ 30 เมษายน 2552

(ก่อนวันแรงงาน หนึ่งวัน)

หมายเหตุ ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้นค่ะ  ขนาดตัวหนังสือเล็กมาก ขอเวลาปรึกษาผู้รู้ก่อนค่ะ จะกลับมาแก้ในภายหลัง ASAP