Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

พาเที่ยวคราโคว โปแลนด์ October 5, 2009

วันเสาร์ที่ผ่านมาได้กินข้าวเย็นกับท่านอู๋

เพื่อนอู๋ถามว่า “เพื่อน เมืองที่เพื่อนไปมา สวยไหม” เพื่อนก็เลยเงยหน้าจากจานก๋วยเตี๋ยวในห้างหรูแถวสุขุมวิท ตอบเพื่อนอู๋ไปว่า

โห อยากให้เพื่อนอู๋ไปด้วยเป็นที่สุด เมืองมันโบราณเหมาะกับพวกเรามาก สวย (ย ยักษ์ต้องออกเสียงยาวหน่อย) ที่สุดเลย

เพื่อนอู๋บอกว่า แล้วฉันจะไปเข้าblog ของเธอดูรูปสักหน่อย ดังนั้นก่อนที่เพื่อนอู๋จะมีเวลาว่างเข้ามาดูต้องรีบเขียนบรรยายเรื่องเมืองสักหน่อย เดี๋ยวมีโวยวาย “อะไรนะ (ของแท้ต้อง ว่ะ) มีแต่เรื่องวิชาการ ฉันไม่อยากอ่าน”

ดังนั้น ขอเชิญเพื่อนหาความสำราญได้ ดังนี้

การเดินทางครั้งนี้ไปกับศิษย์เก่าสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คนนี้เพื่อนอู๋ เคยพบแล้ว เธอมีชื่อว่า สาลี เป็นคนเมืองเหนือเหมือนกัน สาลีเกือบเกิดเป็นคนต่างประเทศ เพราะเกิดที่จังหวัดตาก ขอบใจสาลีที่ไปหาตั๋วราคา reasonable ภาษาไทยใช้คำว่า ตั๋วราคาถูกมาให้อาจารย์ได้ใช้บริการ ไปกลับยุโรปครั้งนี้ ตั๋วเครื่องบินมีราคา สองหมื่นหกพันบาท โดยสายการบินออสเตรียน (แห่งประเทศออสเตรีย) เมื่อเป็นตั๋วราคาถูกก็ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องเป็นธรรมดา เพื่อนไปเปลี่ยนเครื่องที่เมืองเวียนนา พักอยู่ที่สนามบินเวียนนาประมาณสามชั่วโมงแล้วบินต่อไปยังเมืองคราโคว ประเทศโปแลนด์ โดยเครื่องบินขนาดเล็ก มันเล็กจริงๆนะ แต่ก็ปลอดภัย เพื่อนนั่งหลับสถานเดียว จะตื่นก็ต่อเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง

ประเทศโปแลนด์ คุ้นๆอีกแล้ว ตอนเด็กๆ จำได้ว่า แม่ซื้อมีดคุณโต้มาหนึ่งด้าม (ถูกต้องตามลักษณะนามไหม) และแม่บอกว่า มันคมมากเพราะมาจากโปแลนด์ มีดอันนี้เลยมีชื่อว่า มีดโปแลนด์มาโดยตลอด เพื่อนก็เลยรู้จักประเทศนี้จากมีดที่อยู่ในครัว

สำหรับเมืองคราโคว ไม่เคยได้ยินเลย ก็เลยต้องศึกษาก่อนจะไปนิดหน่อย ว่า เป็นเมืองเก่า เหมือนๆกับอยุธยาบ้านเรา

เริ่มที่ชื่อเมืองก่อน คราโคว เป็นชื่อภาษาอังกฤษ คราครูพเป็นชื่อภาษาโปแลนด์ และคราเคราเป็นชื่อภาษาเยอรมัน

ไปครั้งนี้เป็นที่แน่นอนว่าต้องจ่ายเงินเองทุกบาททุกสตางค์ ยินดีไม่มีปัญหา มันเป็นการลงทุนเพื่อการศึกษา เอาล่ะ ชื่องานประชุมเนื้อหาก็ดี คนมาพูดก็ดี คนมาฟังก็ดี ทุกอย่างทำให้ตัดสินใจเสียเงินไปเอง

ดังนั้นต้องประหยัดเรื่องบางเรื่องกันหน่อย ตั๋วได้ถูกสุดแล้ว ที่พักล่ะ ทำไง ศิษย์เก่ายุโรป ไม่กลัวอยู่แล้ว (คุยหน่อย) หาพักตามมหาวิทยาลัยดีกว่า ถูก ประหยัด ปลอดภัย ดังนั้นก็ได้ที่พักถูกอีก เป็นหอพักมหาวิทยาลัยชื่อหอพัก Nawojka ตั้งอยู่ที่ถนน Reymonta 11 คืนละประมาณ เก้าร้อยบาทไทย เน้น เก้าร้อยบาทไทย ห้องคู่จ๊ะ อยู่ สองคน หากท่านใดต้องการไปขอแนะนำให้ติดต่อดังเวบลิงค์ข้างล่างนี้

ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย จึงทำให้รู้ว่าเป็นหอพักของมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ที่ประชุมมากที่สุดที่ใช้วิธีการเดินไปประชุม (โห)

สรา และสาลี ถึงสนามบินคราโควประมาณเที่ยงๆ จากการค้นคว้าหาข้อมูลไปบอกว่าต้องไปซื้อตั๋วรถเมล์เข้าเมืองก่อน ดังนั้นทั้งสองสาวจึงเดินไปที่ศูนย์ข้อมูล เพื่อถามเรื่องตั๋วรถเมล์ แต่ปรากฏว่า น้องฝรั่งคนสวยยัดแผนที่ของเมืองคราโควใส่มือมาให้ และบอกว่าตั๋วรถเมล์ซื้อบนรถก็ได้ ต้องขอบคุณน้องฝรั่งคนนี้ เพราะแผนที่ฉบับนี้ทำให้พวกเราไปไหนมาไหนในเมืองคราโควได้ทั้งอาทิตย์ แผนที่เขาดีจริงๆ ละเอียดทุกตรอกซอกซอย

สองสาวขึ้นรถเมล์ เบอร์ 292 เข้าเมืองด้วยราคา 3 ชลอตี้ คิดเป็นเงินไทยต้องคูณด้วย 12

ถูกแฮะ จริงจ๊ะ ค่าครองชีพไม่แพง ลืมไปว่าโปแลนด์ยังไม่ใช้เงินยูโร ต้องดำเนินการแลกเงินยูโรมาเป็นเงินตระกูลของเขาก่อน ให้ดำเนินการแลกเงินที่สนามบิน และกรุณาเดินให้ครบทุกร้านจ๊ะ

จากสนามบิน เดินทางมาโดยรถเมล์ ต้องลงรถเมล์ที่ป้าย AKH อ่านว่า อาร์ คา ฮา เฮ้ย อ่านเหมือนภาษาเยอรมันเลย (เอ เค เอช ในภาษาอังกฤษ) คุ้นอีกแล้วเรา ท่าทางจะไปรอดงานนี้ แต่เนื่องด้วยซอยอยู่ลึกสักนิดประมาณสองร้อยเมตร ถ้าเดินตัวเปล่า ก็สบาย แต่นี้มีกระเป๋าเดินทางด้วย เลยต้องทุลักทุเลนิดหน่อย แต่ก็ต้องทำใจรับสภาพ

เมื่อถึงหอพัก เพื่อนพยายามส่งภาษาอังกฤษกับคนโปแลนด์ น้องฝรั่งตัวโต (ทราบชื่อทีหลังว่าน้องเคท) ไม่เข้าใจ อย่าไปโทษเขา เพื่อนคงสำเนียงไม่ดี ทำไง เขาบอกว่า ไม่เข้าใจ เพื่อนเลยลองเสี่ยงดู ก็เลยพูดออกไปว่า “oder Deutsch”  แปลว่าหรือใช้ภาษาเยอรมันดี

เท่านั้นเอง น้องเคทคนสวย ยิ้ม ตาสีฟ้าเป็นประกาย สรุปวันแรก พูดคุยกันด้วยภาษาเยอรมัน สบายเพื่อนอีกแล้ว เพื่อนได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ด้วยภาษาเยอรมัน ขอบคุณสวรรค์

เข้าพักเป็นที่เรียบร้อย อาบน้ำอาบท่า สองสาวก็จัดการสำรวจเมืองใช้แผนที่ที่มีในมือและข้อมูลจากน้องเคท แกสั่งว่าออกจากหอพักให้เดินเข้าหาถนนใหญ่เดินตรงไปอย่างเดียว (อย่าไปทางไหนน่ะ) เธอก็จะถึงจตุรัสใจกลางเมือง

คราโคว สวยกว่าที่คิดไว้จมเลย  สิ่งก่อสร้างซึ่งส่วนใหญ่เป็นโบสถ์จะมีขนาดย่อมๆ แต่ไม่ขี้เหร่ มีโบสถ์เยอะมาก เรียกได้ว่า พบกันทุกสามร้อยเมตร เหมือนอยุธยาที่มีวัดเยอะแยะ เช่นใดก็เช่นนั้นเลย 

สรุปคราโควบริเวณรอบๆจตุรัสใจกลางเมือง สวยมาก หากใครชอบตึกเก่า โบสถ์ ป้อมปราการเมือง อนุสาวรีย์ ขอแนะนำเดิน เดิน เดิน สักสองวัน จะเก็บรายละเอียดได้หมด จนถึงวันกลับเมืองไทย เราสองคนยังเสียดายว่า ยังเดินไม่รอบเลย

ขอหยุดวันที่ 1 เท่านี้ก่อนเพราะว่า เพื่อนใส่รายละเอียดมากไป ให้พักสายตาดูรูปสวยๆ ของสองสาวกันหน่อย

 

 

IMG_1236

 ลูกศิษย์และอาจารย์ ที่สนามบินเวียนนา

 

IMG_1251

http://www.yac.org.pl/en/individual–tourists–nawojka

สาลีหน้าหอพัก Nawojka

 

IMG_1266

รถม้า สัญลักษณ์ของเมืองคราโคว

เหมือนลำปางบ้านเราเลย

 

IMG_1268

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองคราโคว  ณ จัตุรัสใจกลางเมือง

 

IMG_1275

เด็กฝรั่งนี่ ต้องห้ามให้หยุดโตนะ

พุงของน้องเขากลมมาก หักห้ามใจไม่อยู่

 

IMG_1282

สองสาวหน้าโบสถ์ ณ จตุรัสใจกลางเมืองคราโคว

 

 

Effort-Reward Imbalance ณ เมืองคราโคว โปแลนด์ October 1, 2009

Filed under: แพร์และ The Gang — saraarphorn @ 11:04 am
Tags: ,

ดังที่ได้เกริ่นไว้เมื่อวานเรื่องเจ้าพ่อคนที่สองที่พบกันในงาน และมีนัดกันต่อในงานกินเลี้ยงตอนเย็น วันนี้ก็เลยนำรูปของท่านและงานที่ท่านนำเสนอมาให้ได้ดูกัน อาจารย์คิดว่าคงไม่น่าจะต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม

คุ้มค่าจริงๆกับการเดินทางไปเสาะแสวงหาความรู้ในครั้งนี้ อาจารย์สัญญากับProf. ท่านไว้ว่าจะติดต่อมาแน่นอนและจะพยายามทำงานวิจัยร่วมด้วยในอนาคต ทฤษฏีของท่านมันโดนใจจริงๆ ขณะที่ท่านอธิบาย ท่านได้บอกว่า Reward มันไม่ได้ออกมาในรูปของเงินอย่างเดียว แต่มันออกมาในรูปแบบอื่นๆอีกในสังคมเช่นการยอมรับ การชมเชย การเห็นคุณค่า และถ้าทั้ง effort ความตั้งใจ ความพยายามทำงาน  และ เจ้า reward รางวัล ที่ได้มันไม่สมดุลกันก็จะเกิดความเครียดในการทำงานขึ้น

งานนี้ มีต่อแน่นอน เราต้องนำมาเรียนรู้และประยุกต์ใช้ได้อย่างแน่นอน จากการคุยกันในเบื้องต้น ท่านว่า มีการแปลตัวเครื่องมือที่ใช้ในทฤษฎีนี้เป็นภาษาไทยแบบขออนุญาตท่านเรียบร้อยแล้วในเมืองไทย ท่านว่าจะแนะนำให้อาจารย์ได้รู้จักกันนักวิจัยไทยที่ทำเรื่องนี้อยู่  และอาจารย์ก็วาดฝันวางแผนว่า ปีหน้าคงต้องไปฝึกงานกับท่านสักหน่อย ปีหน้าคงได้ควบหลายงานแล้วเดินทางในครั้งเดียวเพราะมีตารางงานการทำงานหลายงานด้วยกันในยุโรปในปีหน้า

ฝากรูปให้ได้ดูและเรียนรู้กันค่ะ

อาจารย์สรา

 

IMG_1713

 

 

IMG_1715

 

 

IMG_1717

 

 

IMG_1718

 

 

IMG_1719

 

 

 

 

IMG_1722

 

IMG_1827

อาจารย์สรา Prof.Siegrist และสาลี ในงานเลี้ยง ณ เมืองคราโคว

 

เจอแล้วตัวจริงเสียงจริง September 29, 2009

ใครที่ทำงานด้าน Job Stress ต้องมาเยี่ยมชม Blog นี้เลยทีเดียวค่ะ สาเหตุที่ทำให้อาจารย์ตัดสินใจจ่ายสตางค์เองเพื่อมาเข้าประชุมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการทำงานและโรคหัวใจและหลอดเลือดในครั้งนี้นอกจากจะได้มาเรียนมารู้ งานการศึกษาใหม่ๆ งานวิจัยใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ เพื่อนำกลับไปใช้ในบ้านเรา  สาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ จะได้พบปะพูดคุยกับเจ้าของทฤษฎีที่เราใช้กันอยู่มากมาย การที่ได้มาพูดมาคุยกับเขาจะได้รู้แนวคิดของเขา เรียนกันกับตัวจริงเสียงจริง มันน่าจะได้อะไรมากมายน่ะ

งานประชุมครั้งนี้ คนดังๆ ด้านความเครียดเดินกันเต็มงานไปหมด

รูปข้างล่างนี้ คือตัวจริงเสียงจริง ของ Prof. R. Karasek เจ้าของทฤษฎี Job Demand-Control Model  คุณลุงมาครั้งนี้ มานำเสนอเรื่องราวเพิ่มเติมของทฤษฏีนี้อีกมากมาย ฟังกันควันออกหู รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง อาจารย์ก็เลยต้องเข้าไปซักถามเพื่อความเข้าใจดังรูป อุตส่าห์ตั้งคำถามเท่ๆ ไว้เยอะแยะ เจอคุณลุงตอบคำถามแรก ก็แอบปลื้มไปแล้ว ดังรูป ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นี่คือเรื่องราวเมื่อวาน

สำหรับวันนี้ มีเจ้าพ่ออีกคน ชื่อ Prof. J. Siegrist คนนี้เป็นเจ้าของทฤษฎี Effort-Reward Imbalance ชื่อคุ้นๆไหมค่ะ สำหรับอาจารย์แล้วคุ้นหน้ามาก  ทำไมคนนี้คุ้นเป็นพิเศษ จึงได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ถึงแม้ไม่มีคำถามอะไรเลย แต่เดินเข้าไปแนะนำตัวว่า จบเอกมาจากเยอรมันนีค่ะ จากเมือง Ulm เท่านั้นเอง ตาของแกเป็นประกาย แกถามเองเลยว่า จบกับใคร เราก็ยืดตัวบอกชื่อProf. ของเราไป เท่านั้นเอง คุณลุงเรียกชื่อต้นของ Prof. ทันที เห็นไหมบอกแล้วว่าคุ้นๆ พบคนกันเองอีกแล้วจ้า คุณลุงเจ้าของทฤษฎีนี้รู้จักกันดีกับอาจารย์ของเราเอง คุ้นๆว่าเคยพบนะ คุณลุงถามว่าคืนนี้จะมางานปาร์ตี้ไหม เดี๋ยวพบกัน

วันนี้ก็เลยมีนัดพบกันในงานกับคุณลุงเพื่อนของProf. ของอาจารย์ค่ะ

หลังจากคุยกับคุณลุงเสร็จ ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์จากเมืองไทยก็ต้องไปนำเสนองานกัน เรียบร้อยเหมือนทุกครั้ง ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจไป (คาดว่ามีบ้าง) มีคำถามหลายคำถาม แสดงว่าฟังกันรู้เรื่อง คำถามยังตามไปถึงตอนกินข้าวกลางวันอีก ยิ่งแสดงว่าสนใจฟัง และฟังแบบรู้เรื่อง คนพูดรู้สึกดี ตัวพองฟูกันทั้งลูกศิษย์และอาจารย์

เหลืออีกหนึ่งงานนำเสนอโปสเตอร์ แต่คงไม่หนักแล้ว เพราะส่วนใหญ่จะมีคนดู คนชมไปตั้งแต่วันแรกแล้ว นำเสนอโปสเตอร์ที่นี่ไม่โหดเหมือนทางญี่ปุ่นที่ต้องนำเสนอปากเปล่าหน้าโปสเตอร์ตามเวลาที่กำหนด ที่นี่จะหนักวันแรกๆ ตอนนี้ก็เลยพอจะสบาย มีเวลาบ้างพอประมาณค่ะ

ยังมีเรื่องเมือง คราโควและค่ายกักกันของนาซียังไม่ได้เล่าเลยค่ะ จะทยอยๆ เล่าให้ฟังค่ะ

IMG_1630

Prof. Karasek กับ สองนักเรียนไทย

จากภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

 

IMG_1627

Prof. Karasek พบกับคำถามคนไทย งงละสิค่ะ

แกก็คงคิดว่า ทำไม มันไม่รู้เรื่องสักที

IMG_1689

ขอถ่ายชัดๆ อีกครั้งค่ะ จะเอาไปอวดเพื่อนค่ะ

IMG_1702

อาหารฝรั่งทั้งนั้นเลยค่ะ ถ้ามีขนมจีนแกงไตปลา ก็แปลกแล้วค่ะ

หากเป็นที่เมืองไทย อาจมีอาหารฝรั่งปนบ้าง แต่ที่นี่ไม่เหมือนกันจ้า

 

ดูรูปอีกรอบ จาก Krakow September 27, 2009

ยังไม่พร้อมเล่าเรื่องเลยค่ะ เพราะต้องเตรียมนำเสนองาน 2 งานด้วยกัน คือนำเสนอปากเปล่า และนำเสนอแบบโปสเตอร์

นี่แหละหนา เลือกแล้วที่จะทำงานแบบนี้ ดังนั้นต้องตั้งใจทำค่ะ งานประชุมครั้งนี้ คนสำคัญๆ ของวงการอาชีวอนามัยมาทั้งนั้น ดังนั้นพวกเราต้องตั้งใจทำให้ดีค่ะ อาจารย์หนึ่งคนและลูกศิษย์อีกสองคน เราตั้งใจทำกันเต็มที่ มาถึงคราโคววันแรก ก็เดินหาที่ประชุมแล้ว พรุ่งนี้งานประชุมหลักจะเริ่มขึ้นแล้วค่ะ วันนี้อาจารย์และลูกศิษย์มานั่งคุยกันเพื่อแบ่งห้องกันวิ่งเข้าประชุม เพราะคิด อย่างมั่นใจว่า ตามชื่อเรื่องแล้ว คงได้ประโยชน์ เก็บกลับบ้านกัน

ดังนั้น วันนี้ ขอนำเสนอรูปอีกครั้ง เรื่องเมืองKrakow  ความประทับใจในความน่ารักของคนเมืองนี้ และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ขอติดไว้เล่าให้ฟังหลังจากนำเสนองานเสร็จนะค่ะ

IMG_1545

พระราชวัง Wawel

ที่ซึ่งกษัตริย์ของโปแลนด์ทุกพระองค์ต้องมาทำพิธี

ก่อนขึ้นครองราชย์ โดมที่เห็นสีทองเป็นทองคำแท้จ้า

 

 

 

IMG_1591

สาลีหน้าสถานีรถไฟ เมือง คราโคว

 

IMG_1498

การทดสอบการทรงตัว เมื่อมีน้ำหนักตัวมากขึ้น

 

IMG_1607

ดอกไม้สวยที่นิยมปลูกในฤดูนี้

 

ประชุมพื้นที่บูรณาการ ภาคสอง 23 กันยา 52 September 27, 2009

ส่งรายงานด่วนเข้า Blog วันนี้ต้องมานั่งเขียนเรื่องประชุมวันที่ 23 ที่โปแลนด์ค่ะ

ผลของการประชุมในวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ประเด็นใหญ่จะอยู่ที่เรื่องแผนงานการดำเนินการของเครือข่ายแรงงานนอกระบบ พื้นที่บูรณาการ และการประกวดบ้านตัวอย่าง บ้านปลอดภัย ซึ่งเกณฑ์บ้านตัวอย่าง ค่อนข้างจะเข้มงวด ดังนั้นในขณะนี้ทางทีมงาน จึงมีการปรับปรุงเกณฑ์อยู่

คุณป้านวล active มาก หลังจากประชุมเสร็จ ป้านวลส่งคำแนะนำมาให้อาจารย์สรา เกี่ยวกับเนื้อหาของแบบสำรวจซึ่งจะใช้เป็นแนวทางของเกณฑ์การประกวด ขณะนี้อาจารย์สรา ส่งรายละเอียดแบบสำรวจให้ทีมงาน คุณโสภาพรรณ สคร. 4 และป้านวล พิจารณาอีกรอบ ได้เรื่องอย่างไร จะนำสู่การประชุมในวันที่ 1 ตุลาคม อีกรอบ

พบกันครั้งหน้า 1 ตุลาคม สถานีอนามัยบ้านเลือก ค่ะ

รายงานจากคราโคว ประเทศโปแลนด์

 

สราและสาลี in Krakow September 27, 2009

Filed under: แพร์และ The Gang — saraarphorn @ 6:56 am
Tags: ,

ดูรูปกันไปก่อนค่ะ

เมือง Krakow สวย กว่าที่คิดไว้เยอะเลย อากาศดี ที่พักปลอดภัย นอนสบาย อาหารกินได้ การเดินทางสะดวก ที่เที่ยวอยู่รอบที่พักในระยะเดินถึง

ขอไปเรียนก่อนค่ะ ดูรูปกันไปพลางๆ เอาไว้มาเล่าให้ฟังคืนนี้

IMG_1389

ในมือถือน้ำซ่า น้ำใส่ก๊าซ ได้กินสักทีค่ะ

 

IMG_1319

สาลีและคุณลุง

 

IMG_1371

เจอภาษาอังกฤษแล้ว เย เย

 

IMG_1385

สาลีบอกว่า รูปนี้อาจารย์สวยค่ะ

หน้ากลมพอกันเลย

 

IMG_1423

อาจารย์ถ่ายเองเลย ตั้งใจยึดประตูเมืองก่อน

 

IMG_1289

ขนมปังหน้าตาเหมือนขนมปังของเยอรมันเลย

หนีไม่พ้น ของกิน กินกันตลอดรายการ

 

 

ประชุมพื้นที่บูรณาการ 23 กันยายน 2552 September 19, 2009

คุณหมอนิคมโทรศัพท์ส่งข่าวเรื่องการประชุมซึ่งนัดกันไว้ว่าจะประชุมวันที่ 18 กันยายน แต่เนื่องจากหลายๆคนติดงาน จึงขอเลื่อนการประชุม ดังนั้นพวกเราจึงนัดกันประชุมในอาทิตย์หน้า คุณหมอบอกว่า เอาวันที่ 23 แล้วกันเพราะอาจารย์เดินทาง 24 อาจารย์อยากบอกคุณหมอว่า 24 ก็ได้ค่ะ เพราะเดินทางใกล้เที่ยงคืน แต่ก็เก็บความเสี่ยงไว้ดีกว่า เอาเป็นว่าประชุมวันที่ 23 ดีที่สุด

ครั้งหน้าเราจะคุยกันเรื่องบ้านปลอดภัย อาจจะมีการเยี่ยมบ้านสมาชิกด้วย

เตรียมพร้อมอีกครั้ง ลุยค่ะ

อาจารย์สรา

ศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบ

 

อบรมสารเคมี September 17, 2009

เมื่อวานอาจารย์ได้รับเชิญให้ไปบรรยาย อบรม เรื่องสารเคมีในโรงงานแห่งหนึ่ง ก่อนไปอาจารย์ทำการบ้านไปค่อนข้างละเอียด เพราะอยากให้คนฟังรู้และเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องสารเคมีจริงๆ

อาจารย์ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทนั้นอย่างละเอียดว่า เขาต้องการอะไร และสิ่งที่บริษัทต้องการตามข้อกำหนดจริงๆนั้นมีว่าอะไร อาจารย์ต้องพูดถึงอะไรบ้าง เผื่อว่า Auditor มาตรวจจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต

น้องจป. บอกว่า ตาม CFR 172 Subpart H Training อาจารย์ก็นำข้อกำหนดมาทำการบ้านอย่างละเอียด

ในข้อกำหนดนี้ นอกจะพูดถึงเรื่องเนื้อหาในการอบรมแล้ว ยังพูดถึงคุณสมบัติผู้ที่ให้การอบรมอีกด้วย

วันนี้อาจารย์อยากชวนคิดเรื่องนี้โดยเฉพาะว่า ถ้าเราเอาใครที่ไม่ค่อยรู้เรื่องแบบจริงๆ ไปพูด คนฟังเขาจะลึกซึ้งและเข้าใจไหมหนอ

เช่น ถ้าไปพูดเรื่องสารก่อมะเร็ง แต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มะเร็งมันเป็นไปเป็นมาอย่างไร คนพูดจะยกตัวอย่างได้เห็นภาพไหมหนอ แล้วคนฟังจะลึกซึ้ง เข้าใจ ถึงขั้นมาดูตนเอง แล้วเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไหมหนอ

เดี๋ยวนี้เราหาข้อมูลกันได้ง่ายขึ้น การไปอบรมที่ไหนต่อที่ไหนในบางครั้ง สามารถนำข้อมูลฝรั่งมาแปลเป็นไทยแล้วนำไปพูดได้เลย แต่ ไอ้เนื้อหาที่มันลึกซึ้ง ซึ่งมาจากความเข้าใจอย่างแท้จริงแล้วถ่ายทอดออกเป็นคำอธิบายง่ายๆ นั้น มันจะเกิดขึ้นหรือ ในเมื่อคนพูดก็ไม่กระจ่าง คนฟังก็ไม่รู้เรื่อง หากคนฟังถาม แล้ว คนพูดตอบอะไรไม่ได้เลย คนฟังจะเกิดศรัทธาและเข้าใจ ถึงขั้นเกิดความตระหนักไหมน่ะ

เมื่อวานอาจารย์ดีใจมาก ที่มีโอกาสได้นำความรู้ที่มีอยู่ไปทำให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มคน

การอบรมแล้วทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มันขึ้นอยู่กับทั้งคนฟัง คนพูด รวมถึงสื่อที่ใช้ในการอบรม

หากเลือกคนพูดให้ถูก เราอาจจะช่วยกันสร้างสังคมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

คนพูดบางคน รู้ทุกเรื่อง มันก็น่าสนใจเหมือนกัน แต่หากไม่รู้จริงละค่ะจะเกิดอะไรขึ้น

ปัจจัยที่อาจารย์ลืมไปคือ คนที่เลือกคนพูดไปให้คนฟัง

เขาเหล่านั้น มีความสามารถพอที่จะรู้จักเลือกคนพูดไปให้เหมาะสมแล้วทำให้เกิดการฟังที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงหรือเปล่า

มิฉะนั้น อบ ไป ก็ อบ เปล่าค่ะ

สำหรับเมื่อวาน อาจารย์คิดว่า เราเกิดผลสัมฤทธิ์ในระดับที่น่าพึงพอใจ น้องๆ ซักถาม เกิดความเข้าใจ ที่สำคัญคือ

ได้รับความตระหนักในการใช้สารเคมีมากขึ้น เพราะอาจารย์บอกไว้ว่า ต่อไปนี้จะใช้สารเคมีที่อยู่ตรงหน้า อย่าคิดแต่ตัวเองเท่านั้น คิดถึงลูก(ที่อาจมี) ในอนาคตด้วยค่ะ เพราะเราอาจจะทำให้ลูกเราไม่ฉลาดโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้

อาจารย์ยกตัวอย่างเรื่อง 1,3 Butadiene ให้ฟังว่า สารตัวนี้เพิ่งถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ในกลุ่ม 1 โดย IARC เมื่อปีที่แล้ว ค่ะ 2008 แต่ก่อนหน้านั้นสารเคมีตัวนี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์เลย ข้อมูลสำหรับโรคบางโรคต้องการเก็บหลักฐานด้านระบาดวิทยา บางโรคใช้ระยะเวลานาน เห็นไหมค่ะ

ดังนั้น ไม่ว่าจะทำงานกับสารใดๆ ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน ดีที่สุดจริงๆ

ขอให้ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยค่ะ

รศ.ดร. สรา อาภรณ์

 

DSC04223

บรรยากาศการอบรม “ห้ามหลับโดยเด็ดขาด”

 

DSC04226

ป้ายที่มักจะพบเจอค่ะ

 

DSC04237

รูปนี้คือรูปของตับปกติ ตับของผู้กินสุราที่แปลว่า เหล้า และตับของผู้ที่ได้รับสารก่อมะเร็ง ค่ะ

 

 

รวมพลังคิดบวก September 10, 2009

หากเรากำลังจะปรึกษาเพื่อนในเรื่องบางเรื่อง แต่เพื่อนบอกว่าลองไปใช้บริการโทรศัพท์ที่รัฐจัดไว้ให้บริการ ให้คำปรึกษาไหม

เราจะคิดอย่างไรดีกับคำแนะนำที่รอคอยมานาน เช่นนี้

หนังสือคิดบวกมีอยู่เต็มบ้าน ต้องคิดบวก ไม่งั้นเปลืองตังส์ค่าหนังสือแย่ เพราะหนังสือที่ซื้อมาไม่ได้ช่วย จะคิดอย่างไร

เพื่อนแนะนำให้เจอของจริง (อันนี้เพื่อนอีกคนคิดบวกให้อีก ก็ไม่ได้คิดเองอีกจ๊ะ)

เออแฮะ ยังคิดบวกเองไม่ได้อีก ยังไม่สัมฤทธิ์ผล ต้องไปขนซื้อหนังสืออีกสักหลายๆเล่ม

หนังสือที่วางตามท้องตลาดช่วงนี้มักจะเป็นเรื่องแบบนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดอยู่ที่ความคิด ถ้าคิดบวกก็เกิดผลบวก ถ้าคิดลบก็เกิดผลลบ มีพลังแสงลบแผ่กระจายอยู่รอบตัว

ไอ้คนมันจะคิด คิดได้ทั้งนั้น เรื่องอะไรจะไปคิดลบล่ะ เรื่องอะไรจะไปทำร้ายจิตใจทำไม

อ้าว อ้าว อ้าว แต่มันหลอกตัวเองหรือเปล่า ไม่รู้อีก  

พูดในสิ่งที่ไม่ได้คิด คิดในสิ่งที่ไม่ได้พูด แล้วอะไร สิ่งไหนบ้างน่ะที่มันเป็นความจริงแท้

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

แปลงร่างเป็นน้ำเต้า กลับไปนอนนิ่งๆ ในน้ำสงบๆ ดีกว่า

(แต่อย่าลืมต้องนอนคิดบวกด้วยจ้า แล้วพอตื่นขึ้นมาอย่าลืมโทรศัพท์ไปตามที่เพื่อนแนะด้วย)

ส่งแนวคิดบวกสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้มาได้ค่ะ ยินดีที่จะจัดเก็บและรวบรวมไว้อย่างดี

มาช่วยกันคิดบวก เพื่อโลกสวยงาม

 

ประเด็นคำถามผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย September 10, 2009

หัวข้อเรื่องเป็นอย่างนี้จริงๆค่ะ

วันนี้พออาจารย์เดินทางถึงสถานีอนามัย คุณหมอนิคมรีบนำวาระเรื่องที่จะพูดคุยกันของวันนี้ เพื่อนำไปคุยต่อในวันพรุ่งนี้ให้ดูทันที

วันนี้ วันที่ 10 กันยายน ต้องทำร่างเรื่องที่จะคุยกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อันได้แก่ กลุ่มผู้นำแรงงาน กลุ่มแรงงาน กลุ่มสถานประกอบการ กลุ่มเทศบาล ข้าราชการ ในวันที่ 11 กันยายน

พวกเราคาดว่า กรอบเรื่องที่จะคุยกันจะประกอบด้วย สวัสดิการ สิทธิ หน้าที่ สุขภาพอนามัย และเรื่องอื่นๆ เช่น หัวข้อความรู้ที่ต้องการ

คำที่พูดถึงกันบ่อยๆ ในหัวข้อสวัสดิการ คือ ร่วมทำ ร่วมคิด ร่วมจ่าย นั่นคือการตั้งอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วม

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ในวันพรุ่งนี้ จะมีคำถามว่า อยากได้อะไร และจะต้องไม่ลืมว่า สามารถจะทำอะไรให้ได้บ้าง

อยากจะเห็นอะไร อยากจะให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร จะต้องทำกันอย่างไร และในกรณีที่ต้องจ่าย(เงิน) ต้องร่วมกันอย่างไร

เป็นที่เสียดายว่าพรุ่งนี้ (วันที่ 11) อาจารย์สรา ติดสอนพิษวิทยาอาชีวอนามัยอยู่ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ทั้งวัน จึงไม่สามารถไปร่วมงาน ประเด็นคำถามผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่โรงงานอุษาตุ๊กตาได้

แต่อย่างไร ก็จะรอและติดตามผลการประชุมค่ะ

อาจารย์สรา