ความร่วมมือระหว่างประเทศ November 3, 2009
ฟ้าบันดาลจริงๆ หลังจากคุยงานกับดร.ไพบูลย์ หนุ่มซึ่งเคยหล่อ น้องไพบูลย์ก็ถามว่า
พี่จะมีโปรเฟสเซอร์มาจากเยอรมัน ด้านการยศาสตร์ จาก TUM อ่านว่า เทอูเอ็ม ในภาษาเยอรมัน แปลว่า Technical University of Munich เขามาหาความร่วมมือ พี่สนใจไหม ?
อ้าว ฟ้าส่งมาอีกแล้ว น้องๆ กลุ่มนักเรียนเก่าเยอรมัน มักจะนำพาสิ่งดีๆสู่ชีวิตของพี่เสมอ
บอกคำเดียว พี่พร้อม พี่สน ด้วยวิชานี้พี่สอนอยู่ และเป็นเรื่องที่ประเทศไทยยังขาดผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่ พี่อยากคุย พี่ต้องการคุย
การนัดหมายระหว่างลูกศิษย์ของโปรเฟสเซอร์และ อาจารย์สรา ก็เกิดขึ้น เป็นธรรมดา เขาก็ส่งลูกศิษย์เขามาเก็บข้อมูลก่อน ด้านเราก็แอบเก็บข้อมูลเขาเป็นระยะๆ เหมือนกัน
เมื่อคุยกันเบื้องต้น การนัดหมายระดับผู้ใหญ่จึงเกิดขึ้น เมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมา อาจารย์สราสอนทั้งเช้าและบ่าย แต่เรื่องสำคัญที่รออยู่คือ พาโปรเฟสเซอร์จาก TUM (เชียวนะ TOP THREE ของเยอรมันเชียว ขอบอก) มาพบท่านรองคณบดี ผู้ใหญ่ทางคณะ มีภาควิชาที่เข้าพบคือ ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข
ต่างคนต่างแลกเปลี่ยนกันว่า เราทำอะไรมาบ้าง สิ่งที่อาจจะร่วมมือทำกันได้ในอนาคตคืออะไรบ้าง
อาจารย์สรา นำเสนอไปว่า การยศาสตร์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากในวงการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สิ่งที่สำคัญมากยิ่งคือ การศึกษา การเรียนการสอน คนจะไปสอนคนอื่นๆ ให้รู้นั้น ในประเทศไทยก็ยังขาดอยู่ (มีนะค่ะ แต่ยังไม่พอกับความต้องการ) ดังนั้น
อยากเสนอว่า สิ่งแรกที่จะต้องการทำและเป็นไปได้คือ TUM มีประสบการณ์เรื่องนี้มานาน นาน นาน (กว่าประเทศไทยแน่นอน) อิฉันเสนอขอให้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องๆอาจารย์ในเครือข่ายสาธารณสุขศาสตร์ ที่บรรจุวิชาการยศาสตร์ในสาขาอาชีวอนามัยและหรือสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย จะขอเชิญมาร่วมเพิ่มอาวุธ เติมความรู้ที่(อาจ)ขาดหาย กับตัวแทนจากสถาบันการศึกษาที่เป็นตัวจริงเสียงจริงที่ผลิตอุปกรณ์ก็ดี โปรแกรมก็ดี วิธีก็ดี ทฤษฎีต่างๆนานา ก็ดี ให้มาแลกเปลี่ยน
สิ่งที่ตามมาอาจจะเป็นงานวิจัยร่วมในเครือข่ายต่างๆ ซึ่งอาจารย์คุยกับโปรเฟสเซอร์แล้วเช่น งานนวัตกรรมลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพต่างๆ ทางบ้าน TUM เขาเก่งมากค่ะ เราต้องเรียนรู้จากเขา
ทั้งนี้ต้องขอบคุณสมาคมศิษย์เก่าเยอรมัน ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง และ
น้องพิธาน ลูกศิษย์โปรเฟสเซอร์ ที่นำพาสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ อาจารย์คิดว่า นักศึกษาจะได้ประโยชน์สูงสูดในความร่วมมืออันพึงจะเกิดในเร็วๆนี้ นักศึกษาของทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาจเกิดการทำงานวิจัยร่วมกันในอนาคต นักศึกษาไทยอาจมีโอกาสได้ใช้โปรแกรมทางด้านการยศาสตร์มากมายหลายโปรแกรมที่ทาง TUM เป็นผู้คิดค้น หรือในอนาคตอาจเกิดความร่วมมือคิดเรื่องดีๆทางด้านการยศาสตร์ร่วมกันในอนาคต (ฝัน ฝันหวาน)
ยิ่งสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท หรือ เอก (ในอนาคต) เรียกว่าฟ้าบันดาลเลยจริงๆ ถ้าเรียกให้ถูกต้องเรียกว่า ไพบูลย์บันดาล ให้เกิด
อาจารย์ก็ไม่เคยคิดมาเลยในชีวิตว่าจะมีโอกาสจะได้รับความร่วมมือกับ TUM ดูมันช่างจะห่างไกลกับ เด็กจากเมืองอูลม์อย่างเรา
TUM เชียวนะ ให้ตายเถอะ เอา BMW เป็นพยานแห่งความสำเร็จกันเลย
Sara aus Ulm (in Ulm um Ulm herum)
กลับยุโรป ไปยุโรป ich will nach Polen fliegen September 2, 2009
เมื่อก่อนไปกลับยุโรปนับไม่ถ้วน
หลังจากที่เรียนจบจากเยอรมัน อาจารย์สราก็เดินทางไปกลับ (หาเรื่อง)ไปประชุมไปฝึกงานทุกปี เนื่องจากเพื่อนๆยังเรียนไม่จบ ต้องกลับไปเยี่ยมเยือนกัน ล่าสุดที่ไป คือเมื่อปี 2006 มีบอลโลก หลังจากนั้นไม่ได้กลับอีกเลย
ปลายเดือนนี้ จะกลับไปอีกรอบ เพื่อนๆ กรุณาทำตัวว่างๆ เดินทางมาพูดคุยกันหน่อย เพื่อนจะไปแวะจอดอยู่ที่ Wien
เพื่อนที่รัก มาพบกันหน่อย กรุณาขับรถใช้เส้นทาง A8 Muenchen-Wien ลงมาเจอกันหน่อย
เนื่องจาก ในเดือนนี้มีงานประชุมใหญ่ของ Work Environment and Cardiovascular Disease อาจารย์ส่งงานของนักศึกษาไปนำเสนอได้หมดทั้งสองงาน หนึ่งงานเป็นนำเสนอปากเปล่า อีกงานเป็นนำเสนอแบบโปสเตอร์
เมืองที่ไปเป็นเมืองทางตอนใต้ของโปแลนด์ ชื่อว่า คราโคว ฟ้าก็ช่างเป็นใจ ตั๋วเครื่องบินที่ได้ถูกสุดคือสายการบินออสเตรีย เดินทางกรุงเทพ- เวียนนา เวียนนา- คราโคว มันน่าจะเป็นกรุงเทพ – มิวนิค มิวนิค คราโคว ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปนะ ไม่เป็นไรเวียนนาก็เวียนนา จัดการได้อยู่
ถึงเวลาส่งข่าวบอกเพื่อนๆสักที
Hallo,
ich bin wieder zurueck, “zu Hause” , ich will nach Poland fliegen. Es gibt “Fifth Internation Conference on Work Environment on Cardiovascular Disease” in Krakow, Polen. Ich bin am 29 September in Wien. Schauen wir mal, ob ich noch weiter nach Deutschland fahren kann.
Deine,
Sara

Die Sara in Cantho, Vietnam.
O oh O Oh, wo bin ich?
น้อง Haas แพ้ July 3, 2009
น้อง Haas แพ้อีกแล้ว แต่ครั้งนี้ต้องยอมเขาหน่อย เพราะคนที่ชนะเข้ารอบไปชิงชนะเลิศคือ เฟดเอ๊กซ์ จริงๆ แล้ว เราติดตามดูน้องสองคนนี้ ตั้งแต่อยู่ที่เยอรมันนี ตอนไปเรียนที่เยอรมันนีใหม่ๆ ช่วงเรียนภาษาที่ Freiburg จำได้ว่านั่งเชียร์ มิชาเอล ชติช แข่งชิงกับ BB บอริส เบกเกอร์ ในศึกBasel Indoor เอ๊ะ ชักจะไม่แน่ใจ ว่าเป็น ไมเคิล ชางหรือมิชาเอล กันแน่ น้องกบ ช่วยบอกหน่อย ที่เรานั่งดูที่บ้านพี่ปัศสีห์ ต้องเขียนชื่อของพี่เขาผิดแน่นอน ขออภัยน้องด้วยค่ะ
พวกเราจะไปรวมตัวที่บ้านนี้กันบ่อยๆ บ้านพี่เขาจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟแห่งเมืองไฟร์บวก บางครั้งรวมกันได้ถึง 13 คน จำนวนคนเยอะมากในห้องที่มีขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร
กิจกรรมที่ทำกันประจำคือกิน ดูทีวี และเล่นไพ่ (พี่หมอเอก กับน้องอุ เป็นขาประจำ) ไอ้เราถนัดแต่ดูทีวี เน้นกีฬาเป็นหลัก ทั้งเทนนิสและฟุตบอล การดูกีฬา เป็นกิจกรรมที่ติดมาจนถึงย้ายเมืองไปอยู่ Ulm จนเป็นที่รู้กันว่า หาก FC Bayern แข่งและมีการถ่ายทอด หรือ ชเตฟี กราฟ (เก่าจริงๆ) แข่งกีฬา ห้ามใครโทรหาเด็ดขาด ไม่รับสายชัวร์ ปล่อยให้โทรศัพท์ดังลั่นอยู่ในห้องกินข้าวนั่นแหละ
ตอนนี้กำลังนั่งดู น้องร๊อดดิ๊ก แข่งกับน้องเมอร์เร่ ไม่รู้ว่าใครจะชนะ นั่งตามดูไป ก็นั่งเขียนกันไป
คนเยอรมันเขาจะปลูกฝังเด็กๆให้รักการเล่นกีฬาและหรือเล่นดนตรี มันเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับการปลูกฝังความเป็นคนให้กับเด็กที่กำลังเป็นผู้ใหญ่ เราสังเกต และที่ทำแล้วก็คือพยายามเก็บข้อมูลการเล่นกีฬาและเล่นดนตรี กับเด็กที่สอนมาโดยตลอด พบว่า เด็กที่ภาควิชานี้เล่นกีฬาแต่ไม่สม่ำเสมอ ประมาณ ยี่สิบเปอร์เซนต์ และเล่นดนตรี ประมาณสองเปอร์เซนต์ ต่อ หนึ่งรุ่น
คำถามที่เราจะถามเด็กต่อคือ แล้วคุณทำอะไรกันบ้าง
รู้ไหมเมื่อวานเกิดเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ ……..
เราจะไม่ได้คำตอบ อ้าว แล้วทำอะไรกันบ้าง
ดูทีวี นอน อ่านหนังสือไหม
“ถ้าไม่สอบคงไม่อ่าน” ได้ความว่าอย่างนั้น
อยากบอกเยาวชนคนรุ่นใหม่ๆของประเทศ ว่า เล่นกีฬา เล่นดนตรี พัฒนาสมองซีกขวากันบ้างก็ดีนะค่ะ
เมื่อมีน้ำใจเป็นนักกีฬากันบ้าง คำที่จะตามๆ มา ไม่ว่า จะเป็นการขอโทษ การขอบคุณ และการรู้สึกซาบซึ้งในการทำดีของคนอื่นบ้าง ทั้งหลายเหล่านี้ ทีพัฒนามาจากการฝึกฝน การสำนึกรู้ จะออกมาจากไขสันหลังกันเลยทีเดียว นั่นคือไม่ใช้เวลารอกันนาน เป็นวัน หรือเป็นเดือน หรือ เป็นปี แน่นอน
วันนี้ น้อง ทอมมี ฮาส (จากเยอรมันนี) แพ้ แต่เขาก็ยังแข่งต่อไป ไม่มีใครไม่เคยแพ้ หรือไม่เคยผิดหรอก แต่เมื่อแพ้หรือผิดแล้ว สำนึกได้ว่าแพ้เพราะอะไร ผิดทำอะไร มันดีมากนะ
เชียร์น้องฮาส เสมอค่ะ ครั้งหน้าตามไปดูสนามจริงกันเลย
ปล. ท้ายที่สุด น้องแอนดี้ ร๊อดดิ๊ก เป็นผู้ชนะน้องแอนดี้ เมอร์เร่ น้องร๊อดดิ๊กเคยมาแข่งเยาวชนในเมืองไทยแล้วแพ้เมื่อหลายๆ ปีที่ผ่านมา ข่าวภายในว่ากันว่า ถึงขนาดนั่งร้องไห้กันทีเดียว
ปีนี้น้องแอนดี้ ร๊อดดิ๊ก จะเข้าชิงชนะเลิศวิมเบอร์ดันเป็นปีที่ สาม
ดอกไม้จากความตั้งใจ June 14, 2009

ขอบใจมากจ๊ะ น้องเอิรน์
ดอกไม้กระถางนี้ ทำจากดิน นำมาปั้น ก่อนจะปั้นจะต้องย้อมสี ทำกลีบดอก ใบ ประกอบดอก ต้องแต้มสีที่กลีบดอก จากนั้นประกอบช่อ ทำต้นและตบแต่งลงในกระถาง ทั้งหมดนี่ เด็ก ป. 3 ทำเองคนเดียวอย่างตั้งใจ
ขอบใจน้องเอิรน์อีกครั้งนะจ๊ะ ครั้งหน้าพวกเราจะพบกันที่สระว่ายน้ำคอนโดไฮโซของอาจารย์สรา พร้อมกับนั่งทำดอกบัวเพื่อพี่บัวกัน หรือเราจะไปเขาใหญ่ตามที่แม่จ๊ะ เสนอมา เอาเป็นว่า วันเสาร์นัดเจอกันก่อน จะไปไหนค่อยว่ากันอีกที

คุณแม่จ๊ะ และน้องเอิรน์

ขอบคุณเพื่อน เพื่อน อันได้แก่ พี่ติ๊ก คุณจ๊ะ และคุณโป่ง

นอกจากจะทำดอกไม้เก่งแล้ว น้องเอิรน์ยังร้องเพลงได้ดีมากด้วย
แขนเสื้อที่โผล่มาคือ พี่เกณฑ์ และคุณพ่อโป่งนั่งเลือกเพลงอยู่ข้างๆ
in Ulm ภาค 2 May 11, 2009
เมื่อวานพวกเราศิษย์เก่าเยอรมัน ณ ซอยอารีย์ไปดูหนังกันมา สนุกมาก หนังเรื่องนี้ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ตอนใกล้จบก็ทำประหนึ่งเหมือนว่าจบแล้ว แต่โชคดีว่า มีตัวภาษาไทยขึ้นมาว่า นั่งอยู่ก่อน หนังยังไม่จบ เป็นระยะๆ ทำให้ตื่นเต้นจนวินาทีสุดท้าย
ศิษย์เก่าเยอรมันที่ว่าประกอบด้วย พี่หมอจ้อย น้องกบ และอาจารย์ปู พวกเราอยู่อาศัยใกล้ๆกัน เมื่อก่อนน้องกบเช่าอพาร์ทเมนต์อยู่ในซอยลึก วันดีคืนดีพี่หมอจ้อยขับรถไปส่ง พี่หมอจ้อยให้ข้อสังเกตว่า บ้านกบอยู่ลึกเกินไป มาอยู่คอนโด(ไฮโซเหมือนกัน)ของพี่หมอจ้อยดีกว่า ดังนั้น ณ บัดนี้น้องกบก็เลยได้ย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโดผาสุข ณ อารีย์สัมพันธ์เรียบร้อย
เมื่อดูหนังเสร็จ พวกเราก็ดำเนินกิจกรรมคล้ายคลึงกับตอนที่อยู่ที่เยอรมันคือ ไปกินกัน ณ บ้านใคร คนใดคนหนึ่ง เมื่อวานเป็นที่อื่นไปไม่ได้เลย ต้องเป็นคอนโดไฮโซของดิฉันก่อน พี่จ้อยบอกว่า คืนนี้ละครตอนจบ ต้องดู น้องกบบอกว่า มีแหนมเนืองมาจากขอนแก่น ทำท่าปรามๆขณะที่พี่ๆจะซื้อข้าวซื้อของไปกินตอนเย็น ดูท่าทางพี่จ้อยจะใช้พลังงานในการดูหนังไปมาก เลยซื้อพยายามจะซื้อของกินเยอะ เจอไม้ตายน้องกบ ว่า แหนมเนืองกบมีตั้งสองชุด เข้าไป พี่ๆ ก็เลยหยุด
น้องยันต์ น้องชายที่รัก ถูกตามตัวมาหั่นผัก (เหมือนตอนอยู่ที่ไฟร์บวร์กเลย) ด่วน แต่น้องยันต์มาไม่ได้ เพราะมีงานนำเสนอโรงงาน พวกเราสามคนก็เลยต้องหั่นผักไปตามระเบียบปฏิบัติ จะว่าสามคนก็ไม่ถูกนัก เพราะมีแต่พี่จ้อยกับน้องกบ เท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ อาจารย์ปู มัวแต่เปิดตำรา จัดการกับเครื่องไมโครเวฟที่ซื้อมาแล้วไม่เคยทำกับข้าวเลย ทำแต่ขนมเค็กอย่างเดียว (เป็นเครื่อง Combi จ๊ะ) วุ่นวายกับเครื่องสักพักก็จัดการย่างของกิน และอุ่นกับข้าวได้
เมื่อจัดการกับท้องไส้กันเสร็จ ละครก็มา พวกเราดูกันอย่างสนุกสนาน พร้อมโทรอภิปรายผลกับน้องยันต์เป็นระยะๆ ในระหว่างนั้น พี่จ้อยเกิดความคิดบรรเจิดขึ้นมาว่า ปีนี้เราต้องไปเที่ยวกัน ทุกคนก็หาวันหยุด พี่จ้อยอีกแหละ “เดือนตุลามีวันหยุด” น้องกบหยิบปฏิทินทันที พี่จ้อยคิดโปรแกรม พวกเราจะไปปายกัน โอเคคะ เห็นด้วย เห็นด้วย วางแผนทันที
เรานึกในใจ นี่แหละพวกเรา วางแผนกันยาว ประสบการณ์การทำงานกับคนอื่นๆ ซึ่งไม่ค่อยจะวางแผนเลย นี่ไง สิ่งที่แตกต่าง เขาไม่ค่อยจะวางแผนกันเลยนะ พอมาเจอไอ้คนชอบวางแผนประมาณเรา เราก็เลยกลายเป็นคนที่น่ารำคาญไป เพราะดันไปชอบพูดถึงเรื่องอีกตั้งนานกว่าจะเกิด มุมมองของคนเราช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยากน่ะที่จะเกิดความเข้าใจกันอย่างดี เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก แต่ข้อคิดหรือข้อเท็จจริงก็คือ คนแต่ละคนโดนสิ่งแวดล้อม ที่ทำการหล่อและหลอม มาไม่เหมือนกัน เราเองจะชินกันการพูดถึงเรื่องที่จะทำ แต่บางกลุ่มคน เขารอใกล้ๆก่อน ถ้าเขาเหล่านั้น มาอ่านตรงนี้ เขาก็ไม่เข้าใจอีก ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้าเป็นเรา เราก็ไม่ทำอย่างเขา ดังนั้นเขาก็คงไม่มาทำอย่างเราเหมือนกัน
มีบ่น เล็กน้อย แต่ก็ได้ข้อคิดนะคะ ประเด็นคือ การวางแผน ที่เราชอบวางกันจ๊ะ
เล่าต่อ วันนี้จะมีเรื่องของพี่ตู่ด้วย
Dein Blog war ja so schön geschrieben, es war auch lustige Erinnerung
an die vergangen Zeit. Danke, dass du uns Käsekuchen gebacken hast, da
bekommt man doch Heimweh nach Deutschland, oder?
ข้อความข้างบน เป็นเมล์ที่มาจากพี่ตู่ค่ะ ดีใจที่สุดเลย พี่ตู่เชื่อไหมค่ะ พี่ตู่เป็นคนแรกๆ เลยที่ชมว่า บล๊อกนี้เขียนได้ดี เขียนได้สนุก ที่เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ เพราะคนที่นี่ เขาติดนิสัย เฉย เฉย กันค่ะ
อะไรที่ดี เขาก็เฉยๆ ไม่มีแม้แต่คำชมให้ได้ยิน นิ่ง นิ่ง เฉย เฉย แต่อย่าได้ไปทำอะไรที่ผิดแผกและแตกต่างนะ เดี๋ยวจะมีการส่งเมล์ยาวเป็นหางว่าวทันที นี่คือประเด็นที่สอง
“การแสดงความซาบซึ้งที่ออกมาเป็นรูปธรรม ในเรื่องดีๆของคนอื่น หาได้ยากในกลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศไทย”
เพราะไปติดกับคำ (หรือ แก้ตัวให้กับตัวเอง) ว่า “คนไทยไม่ค่อยชอบแสดงออก”
เอ๊ะ เอ๊ะ ไม่ใช่กระมังคะ เลือกแสดงออกมากกว่าหรือเปล่า เพราะเรื่องไม่ดี (กับตนเอง) ยังมีการตอบสนองกันทันทีเลย ไม่เห็นนิ่ง นิ่ง และ เฉย เฉย เหมือนกับที่คนอื่น ได้ทำดี ทำสิ่งที่ถูกที่ต้องเลย ขอฝากข้อคิดเห็นนี้ไว้ สำหรับคนผ่านไปผ่านมาอ่าน blog นี้ค่ะ
การชื่นชมคนอื่นที่เขาทำความดี เป็นสิ่งที่ดีนะค่ะ ถ้าจำไม่ผิด ถือเป็นธรรมะ หรือเป็นการทำบุญด้วย ในหลวงของเรา ท่านยังรับสั่งเลยว่า จงสนับสนุนคนที่ทำความดี ทำสิ่งดี
ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาคุยเรื่องดีๆ กันต่อค่ะ นอกจากนี้ พี่ตู่ยังเขียนมาเล่าว่า มัลลิกาลูกสาวของพี่ตู่กำลังจะเริ่มทำปริญญาเอก ที่ University of Denver ซึ่งมีคนสมัครถึง 230 คน แต่รับแค่ 4 คน และได้ทุนด้วย น้องมัลลิกาลูกสาวของพี่ตู่ และเป็นคนเก่งของพวกเรา ได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนต่อและได้ทุนด้วย เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด ฝากบอกมัลลิกาว่า หากเรื่องอะไรที่พี่ปู พอจะช่วยเหลือได้ ขอให้บอกทันที พี่ปูจะพยายามอย่างที่สุดจ๊ะ จะมาเก็บข้อมูลในเมืองไทยหรือไปเมืองลาว เมืองญี่ปุ่น ขอให้เลือกเมืองที่พี่ปู มีสายสัมพันธ์(ที่ดี) อยู่
คนเมือง ulm ของเรา เก่งจริงๆ ดีใจที่สุดค่ะ สงสัยว่า อากาศเมืองนี้ มันจะบริสุทธิ์มาก เมื่อคนสูดอากาศไปแล้วทำให้เกิดปัญญาที่ดีค่ะ
โอเว่อร์ไปหรือเปล่า แต่มันเป็นสมมติฐาน ที่สมควรจะต้องมีการพิสูจน์โดยคนรุ่นหลังต่อๆ ไป
ดร. ปู ณ อารีย์
ปล. จากภาษาเยอรมันข้างบน พี่ตู่ยังขอบคุณเรื่องขนมเค้กอีกด้วย
เสร็จแน่ครั้งหน้าถ้ามาเมืองไทย ได้กินทุกสามวันแน่นอนค่ะและ
อีกเรื่องที่สำคัญมากหนึ่งเรื่อง เกี่ยวกับ คำว่า ขอบคุณ คือ
ปูขอขอบคุณพี่หมอจ้อย ที่ได้ให้โอกาส อนุญาตให้ปูร่วมเดินทางไปทำบุญวัดที่จังหวัดชลบุรี และพบกับผู้ใหญ่ใจดี คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่ใจดีและมีเมตตา คุณป้าปิ่น จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อนและพี่ๆน้องๆ จากกระทรวงการคลัง ขอบคุณพี่จ้อยจ๊ะ ครั้งหน้าเรากินอาหารอิตาเลี่ยน ในซอยบ้านเรากัน ปูขออนุญาตเป็นเจ้าภาพ