Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

คอนโดไฮโซอีกหนึ่งแห่ง May 18, 2009

“มาถึงแล้ว เสด็จลงมาได้” นี่เป็นคำย่อจากเพื่อนอู๋ที่โทรศัพท์มาตาม คำเต็มๆ

น่าจะเป็นว่า “เพื่อนมาถึงแล้ว เชิญหล่อนเสด็จลงมาได้”

วันนี้ วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 เรามีนัดกันกินอาหารไร้เนื้อสัตว์ และออกกำลังกาย แต่ก่อนหน้านั้น ขอบอกว่าเพื่อนมีประชุมคุยงานเรื่องแรงงานนอกระบบ เพื่อนเลยขอนัดเขาคุยนอกสถานที่ เพื่อจัดการเวลาให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อนบางคนคงจะงงๆว่า แล้วมันไม่ทำการทำงานกันเหรอว่ะ จะรายงานเดี๋ยวนี้ว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมจ๊ะ ยังไม่เริ่มสอนวันธรรมดา แต่เพื่อนมีสอนภาคฤดูร้อนของโปรแกรมปริญญาโท ภาคพิเศษสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยอยู่ ตอนนี้มีสอนทุกวันเสาร์เช้า ตั้งแต่ แปดโมงครึ่งถึงเที่ยง แต่วันธรรมดาก็จะมีงานประชุมบ้าง ลงพื้นที่ทำโน้นทำนี่ ยุ่งตามปกติแต่ไม่จัดว่ายุ่งมาก

 เล่าต่อเรื่องเพื่อนอู๋ วันนี้เราจะกินกันและต่อด้วยการไปออกกำลังกายที่คอนโดไฮโซ ตามที่ทำสัญญากันไว้ว่า จะชวนกันไม่กินเนื้อสัตว์ เพื่อนจะบอกว่า เพื่อนนั้นจัดเป็นคนที่พอจะมีบุญกับเขาบ้างนะ ที่มีเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร เจอเพื่อนอู๋ครั้งนี้ โทรไปบอกไว้ก่อนว่า เพื่อนมีเรื่องเมาท์จะขอเล่าและปรึกษา ปรากฏว่า เมื่อเล่าเสร็จแล้วสบายใจ ทุกอย่างมันจะต้องมีเหตุและปัจจัย เรียกภาษาธรรมไม่ถูก ตอนนี้เพื่อนพอจะเข้าใจ รู้เรื่องราว รู้สติ บ้างนิดหน่อย ก็เป็นสุขขึ้น มันมีคำหลายคำมากที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากเพื่อนอู๋ คำเท่ๆ ที่ได้มาคือ “ทำด้วยใจ” หรือ “บุญพอๆกัน” ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนมีบุญสูงกว่า แต่มันต้องพอๆกันคงทั้งขนาดและทิศทาง ฟังดูเป็นฟิสิกส์ที่เคยสอบตกมากเลย

เพื่อนๆอ่านแล้วอย่าตกใจ เพื่อนไม่ได้อกหักหรอก ไม่ได้เป็นเรื่องของหัวใจหรอกจ๊ะ เป็นเรื่องงานล้วนๆ เป็นเรื่องของนักศึกษาที่จะมาทำวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทด้วย อยู่ๆ เธอก็หายไป แล้วได้ข่าวว่าเปลี่ยนเรื่องไปเรียบร้อย วันดีคืนดีเพื่อนไปเจอ เธอผู้นั้นบอกว่า ถ้าหนูเป็นอาจารย์ หนูคงจะถามเด็กว่าตกลงเรื่องราวเป็นอย่างไร จะทำต่อไหม นี่คือเด็กสมัยนี้เขาคิดกัน แต่สำหรับเพื่อนแล้ว เพื่อนบอกว่า ถ้าพี่เป็นคุณ พี่จะเดินเข้ามาบอกอาจารย์ว่า อาจารย์คะ ที่เราคุยกันไว้เมื่อวันก่อนหนูหาคำตอบไม่ได้เลย และคิดหาหนทางในการทำเรื่องนี้ไม่ได้ และพอดีมีเรื่องนี้เข้ามาเลยจะมาเรียนให้อาจารย์ทราบ เรื่องทั้งหมดทำเพื่อนงง และที่สำคัญ เพื่อนนำเรื่องบางเรื่องที่เด็กนำมาปรึกษาเพื่อนได้นำไปปรึกษาเครือข่ายถึงเมืองนอกเมืองนาและในประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อนเลยงง และเป็นทุกข์ อะไรหว่า เด็กมันทำไมเป็นเช่นนี้นะ

คนเรามาพบมาเจอกัน (ตรงนี้อาจปนๆเรื่องใจนิดๆ)  ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน คงต้องมีอะไรอะไรที่มันเท่าๆกัน อย่าไปคิดมากว่ะ เราปรารถนาดีที่สุดแล้ว ไม่ได้มีองค์ประกอบเรื่องอื่นๆเข้าเลย องค์ประกอบที่ว่ายกตัวอย่างเช่น ไม่ได้เป็นโครงการที่เพื่อนได้สตางค์เลย เพื่อนต้องเสียเงินเองด้วยซ้ำและบางเรื่อง(นี่แปลว่ามีเด็กเช่นนี้หลายคน) เป็นเรื่องที่เด็กนำมาปรึกษา (ด้วยซ้ำ) แล้วเพื่อนก็ไปหาไปอ่านตาเหลือก วันดีคืนดี อ้าวไม่เอาละ เพื่อนเลยเกิดทุกข์ ตอนนี้เข้าใจแล้ว เพื่อนบางคนคงบอกว่า เฮ้ยอะไรหว่า มันโคตรคิดมาก ช่างมันเป็นไร ช่างเด็กมัน แต่เพื่อนจะบอกว่า คนเรามันไม่เหมือนกันว่ะ เพื่อนก็จะพยายามและตอนนี้มีเพื่อนๆ หลายคนให้ข้อคิด ตอนนี้เลย ธรรมะจัดสรร (อีกคำจากเพื่อนอู๋)

ในเมื่อเราปรารถนาดีกับเขาแล้ว เขาจะอย่างไรมันเรื่องของเขา เป็นเวรเป็นกรรมซึ่งรวมถึงเป็นบุญของเขา แต่ทางเรา เราขอจบไม่คิดอะไรต่อไปอีก เราก็จะไม่เป็นทุกข์ อย่าไปคิดอย่าไปหวัง มันเป็นเส้นทางของเขาเหล่านั้นเอง ทางเราทำดี แนะดี ปรารถนาดี อิ่มใจ ที่ได้บอกเรื่องดีๆ แต่เขาจะเห็นดีเห็นงามด้วยหรือเปล่า ธรรมะจัดสรร จริงๆ

 จบกิจกรรมในวันนั้น เราไปออกกำลังกายกัน คอนโดของอู๋สวยมาก มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม เพื่อนสองคนใช้ห้องกำลังกายพร้อมกับเปิดโทรทัศน์ฟังเสียงกัน เพื่อนอู๋แนะนำให้เล่นเครื่องไม้เครื่องมือแปลกๆ แต่ประมาณว่าเพื่อนไม่เปิดรับเลย ไม่ขอทำความรู้จักกับอะไรใหม่ๆเลย จะเล่นเครื่องที่มันเหมือนกันกับที่คุ้นเคยเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการออกกำลังกายของเพื่อนเอง เขียนครั้งนี้ จะชวนเพื่อนๆ ท่านใดว่าง ส่งข่าวมาแล้วชวนกันไปถล่มห้องกำลังกายของเพื่อนและเพื่อนอู๋ได้ ส่งข่าวกันมาจ๊ะ

หรือเพื่อนท่านใดอยากมาเรียนทำขนมเค้ก บอกกันมาได้เลย ตอนนี้เพื่อนกำลังมีความคิดว่า จะเปิดสอนทำเค้กแต่ให้คนเรียนซื้ออุปกรณ์เรียนกันเอง โดยเพื่อนจะพาไปซื้อด้วย เพราะร้านอยู่ตรงข้ามกับคอนโด เพื่อนอยากให้องค์ความรู้นี่ไม่สูญหายไป อุตส่าห์ได้มีโอกาสไปรู้วิธีมาจากเมืองนอกเมืองนาแล้ว อันนี้เพิ่งเป็นไอเดียใหม่ล่าสุดจ้า

เพื่อนปู

 

 

 

garden

เพื่อนๆ รู้ไหม ไอ้รูปนี้ กว่าจะถ่ายได้ออกมาสวยขนาดนี้

“ปู เธอถือดอกไม้ประมาณนี้นะ” และเพื่อนอู๋เป็นคนถ่ายรูป

เพื่อนปู ถือดอกไม้ จัดฉาก

 

ou in the garden

คอนโดไฮโซตามผู้อยู่อาศัย ดังรูป

 

 

 

puudome

 

เอาบุญมาฝากจ๊ะ April 16, 2009

งิ้ม เพื่อนรัก

 

เร็วๆนี้จะไปเยี่ยมเพื่อนที่บ้านหลังใหม่นะ จะชวนเพื่อนอู๋ไปด้วย แต่วันนี้ขอเล่าเรื่องเพื่อนรักทั้งสองคนก่อน

วันที่ 10-12 เมษายน ที่ผ่านมา  เพื่อนกับเพื่อนอู๋ ไปปฏิบัติธรรมกันมา เอาบุญมาฝากเพื่อนด้วย เราสองคนนัดเจอกันที่รถไฟฟ้าอ่อนนุช วันที่ 10 เหตุการณ์ไม่สงบเท่าไร แต่เราสองคนก็นัดแนะไปกันจนได้ เพื่อนอู๋บอกว่า อย่าเพิ่งรีบออกจากบ้าน ทั้งนี้เพราะบ้านเพื่อนอยู่ซอยอารีย์ ต้องนั่งรถไฟฟ้าผ่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อนอู๋จัดการวางแผนให้หมด พวกเราโทรนัดกันทั้งวัน ในที่สุดเพื่อนทั้งสองก็ถึงวัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 อย่างปลอดภัย ถึงวัดพร้อมกับความหิว จัดการกำจัดความหิวด้วยก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย และขนมครก 1 กล่อง

กิจกรรมปฏิบัติธรรมเริ่มขึ้นในตอนเย็น(มืด) ของวันศุกร์ กิจกรรมสิ้นสุดประมาณ สี่ทุ่ม เพื่อนถามตัวเองว่า รู้สึกอย่างไร เคร่งเครียดไปไหม คำตอบ ไม่เลย อยากบอกว่า สนุก แต่ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไร ขอเปลี่ยนใหม่เป็น มีความสุขดีกว่า แต่คำแรกมันตรงกว่า เพื่อนเพิ่งได้เรียนรู้ว่าการเรียนรู้เรื่องปฏิบัติธรรมไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเลย ปฏิบัติก็สบายๆ เคยมีคนชวนเพื่อนไปปฏิบัติธรรมเหมือนกัน แต่ในเวลานั้นสงสัยว่า คงยังไม่ถึงเวลาสำหรับเพื่อน แต่พอเพื่อนอู๋ชวน เพื่อนก็รับปากทันที ครั้งแรกที่เพื่อนอู๋เปรยๆ บอกว่าไปเป็นอาทิตย์ หน้าสวยๆของเพื่อนก็เจื่อนลงเล็กน้อย ขอสักสองสามวันได้ไหม การต่อรองได้ผล ในที่สุดเพื่อนอู๋ กัลยาณมิตรก็เลือกที่นี่ จองให้เสร็จสรรพ พร้อมแนะนำการเตรียมตัวหลายๆเรื่อง เธอต้องเอาถุงเท้าไปด้วยนะ

เพื่อนปฏิบัติตามทุกเรื่อง ฟัง ปฏิบัติและปรึกษาหารือ กับเพื่อนอู๋ตลอดเวลา 

เวลาเดินจงกรม ต้องก้าวขาขวาแล้วพูดว่า พุท ขาซ้ายพูดว่า โธ เหรอ อู๋เพื่อนอู๋แนะนำให้ ชี้ทางให้ มีเพื่อนดีสะอย่าง เพื่อนบอกว่า อยู่ที่จิตที่ตั้งไว้ อย่าไปปะปนกับการเคลื่อนไหวของขา (ใช่ไหมเพื่อน) และเพื่อนยังบอกต่อไปอีกว่า เวลาเดินอย่าก้มหน้ามาก เธอทำอย่างนี้เหมือนคนสูงอายุเลย ได้ฟังเพื่อนปรารภดังนั้น เพื่อนเลยปรับปรุงทันที มองไปข้างหน้า ไม่ก้มอีกต่อไป เดี๋ยวหน้ามืด (อีกเหตุผลหนึ่งที่เพื่อนอู๋บอก) เรื่องการเลือกการตั้งจิต สถานที่ตั้ง จะตั้งกันที่ไหนดี ก็เป็นหัวข้อdiscussion กันระหว่างเรา เพื่อนลองครั้งแรก ตั้งที่หน้าผาก ไม่ได้ผล ลองใหม่ เอาเป็นที่ลมหายใจเข้าและหายใจออก เพื่อนอู๋สนับสนุน เห็นดีเห็นงาม

กิจกรรมหลักที่พวกเราทำคือ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น เดินจงกรม เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง นั่งสมาธิ เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง และมีการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เช่น สมาธิตื้น สมาธิลึก เป็นต้น เพื่อนฟังตลอด ในขณะที่เพื่อนอู๋ นั่งสมาธิตลอดงาน (หลับลึกเหมือนเดิม เหมือนตอนเรียนหนังสือเลย)

อีกเรื่องที่ต้องเล่าให้งิ้มฟัง คือ อาหารอร่อยมาก เพื่อนทั้งสองเลือกกินมังสวิรัติ อร่อยทุกมื้อเลย เน้นนี่เป็นเรื่องจริง อาหารมีทั้งเผ็ดและไม่เผ็ด เพื่อนอู๋ช้อนเลือกแต่พริก  ทานเผ็ดได้ใจมากเพื่อนเรา คนภาคเหนือที่รู้จักนี่ทำไมกินเผ็ดเก่งจัง เพื่อนอู๋เป็นหนึ่งในบรรดานั้น

เหตุการณ์นอกวัดไม่ดีเลย แต่เหตุการณ์ในวัด สงบ มีความสุข ขอบใจเพื่อนอู๋ที่รัก แนะนำ ชี้ทางให้เพื่อนได้ทำดี เพื่อนไม่หยุดแค่นี้หรอก กะในใจ เราพบเจอเรื่องที่ดีๆ เราต้องแนะคนอื่นๆ ตอนนี้เพื่อนจะทำเป็นโครงการให้นักศึกษาปริญญาโท ที่ภาควิชาได้มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องดีๆอย่างนี้เช่นกัน เพื่อนอู๋แนะนำ ที่ปฏิบัติธรรมอีกที่ คือเรือนธรรม อยู่ใกล้ๆบ้าน กะว่าจะขายไอเดียให้กับนักศึกษาหากใครสนใจเราจะไปศึกษากัน ทำให้ใจมีสมาธิ จะได้อ่านหนังสือเข้าใจได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้นจะคิดทำสิ่งใดๆ ก็คิดได้คล่องแคล่วขึ้น  

 

นำบุญมาฝากทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะค่ะ หากใครสนใจไป เรือนธรรมรีบบอกมาเลยค่ะ เขารับจำนวนจำกัด

 

ขอบใจท่านอู๋อีกครั้งนะจ๊ะ

 

 

Dr.Sara in Cape Town,ได้เที่ยวเหมือนคนอื่นเขาเหมือนกัน March 24, 2009

Filed under: เทคนิคการแพทย์ มช. — saraarphorn @ 1:41 pm
Tags:

ได้เที่ยวเหมือนคนอื่นเขาเหมือนกัน

 

ด้วยความตั้งใจจะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ แต่ทำไปทำมากลับกลายว่าต้องเดินไป waterfront แทน คงจะเป็นท่าเรือสมัยเก่า รู้แค่นี้จริงๆ ไม่ได้ทำการบ้านอะไรไว้ เพราะด้วยความตั้งใจอยากไปเรียนรู้เรื่องเมือง คน และสิ่งของ จากพิพิธภัณฑ์ของเมืองก่อน แต่ก็อดไปในที่สุด สาเหตุเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยเลย ดังนั้นอาจารย์สราและอาจารย์วันเพ็ญ ก็เลยต้องเปลี่ยนทิศทางการเดินเสียใหม่ เราไปใช้เส้นทางเดินที่คนเขาเดินกันเยอะๆดีกว่า

 

ที่ waterfront แดดร้อนมาก แต่ก็มีลมพัด อากาศเย็น แต่ขอย้ำแดดร้อนจริงๆ โปรดสังเกตว่าใส่แว่นตาราคาแพงเกือบทุกรูป ถึงแดดจะร้อนแต่ก็เที่ยวสนุก ห้องแถวฝรั่งสวย สีของฟ้าในวันนี้สวยมาก ฟ้าเป็นฟ้า น้องเพ็ญเหนือถ่ายรูปสวยจริงๆ แต่อาจารย์ต้องขอโทษว่าใช้กล้องถ่ายรูปของเพ็ญไม่ค่อยเป็นเลย จึงทำให้เพ็ญไม่มีรูปสวยเหมือนที่เพ็ญถ่ายให้อาจารย์ ดูดีทุกรูปเลย

 

จะบอกกับน้องแป๋มว่า ได้ไปเดินซื้ออุปกรณ์ทำเค้กด้วย เอาไว้กลับถึงบ้านจะต้องทำกันอีกสักตั้ง ได้ของฝากแป๋มที่ซุปเปอร์มาร์เกตนี่แหละ เตรียมทวงได้เลย

 

เขียนเสร็จแล้วยังนึกไม่ออกจะเอาบทนี้ไปไว้ที่กลุ่มไหนดี พรุ่งนี้ต้องรีบไป up load ขึ้นblog แต่เช้า ทุกสรรพสิ่งที่เคปทาวน์ช่างมีราคาแพง ไปใช้ internet ฟรีที่งานประชุมดีกว่า

 

bye bye, see you soon

 

sany0036

oo Oh!!

sany0045

thank you ja, Aj Wanpen!

one pen two pens and three pens

sany0061

wow wow

sany0071

where is Thailand, how far is it?

sany00961

Talk to me please please please

sany0116

Table Mountain and a lady from Thailand

 

In Ulm, um Ulm und um Ulm herum, March 21, 2009

บทนี้เป็นบทที่เขียนขึ้นมาพิเศษ จากเหตุการณ์วันที่ 8 มีนาคม 2552

 

วันนี้ ตื่นเช้ามากสำหรับเช้าวันอาทิตย์ ทั้งนี้มีภารกิจอันยิ่งใหญ่รออยู่  วันนี้จะทำ Kaesekuchen ให้พี่หมอนิดกิน น้องนุ้ยด้วย สำหรับพี่ตู่ และ ลุงโอ้ค ได้ทานกันแล้วเมื่อวานก่อนดูหุ่นละครโรงเล็ก เมื่อวานใส่น้ำมะนาวมากไปหน่อยค่ะ วันนี้ขอแก้ตัว

ทำเค้กอย่างตั้งใจ พี่หมอนิดไม่ได้กินขนมฝีมือเรามานาน จำได้ว่าเมื่อก่อนเดินขึ้นเนินจาก Heilmeyersteige  ไป Tokajaweg ไปหาพี่หมอนิด เอาขนมใส่กล่องไปด้วย พี่หมอนิดให้ความเอ็นดูและช่วยเหลือน้องเสมอมา น้องก็ทำเค้กให้ทานสถานเดียว เพราะทำอย่างอื่นไม่เป็น นึกถึงพี่หมอนิด แล้วทำให้นึกถึงพี่หมอหมู วันที่พวกเราสามคน ไปเที่ยวPassau กันแล้วหลงทาง วันนั้นเราทานข้าวคลุกกะปิ พี่หมอเนรมิตอาหารพิเศษให้น้องได้ทานเสมอ หลังจากทานข้าวคลุกกะปิ แล้วเกิดหลงทาง ตอนนั้นภาษาเยอรมันคล่องแคล่ว ไม่เกรงใคร เดินเข้าไปถามคนเยอรมันซึ่งขอเลือกถามแต่คนหน้าตาดี เดินเข้าไปถามอย่างมั่นใจ ว่าโบสถ์ชื่อดังอยู่ตรงไหนไปอย่างไร มีแต่คนเดินหนี มันอะไรกันหนอ รูปประโยคก็ถูกต้อง ออกเสียงชัดเจน (ลูกศิษย์พี่ตู่) นั่งนึกไปนึกมา ทั้งนี้เป็นเพราะกะปินั่นเอง พวกเราก็ต้องรีบจัดการกลิ่นกะปิเสียก่อนอย่างเร่งด่วน หลังจากนั้น จึงเดินไปโบสถ์ชื่อดังได้ถูกต้อง

โม้มากไปแล้ว ประเดี๋ยวไม่จบ ทำเค้กเสร็จ ต้องโทรไปจองร้าน ไม่ไปไกลจากซอยอารีย์เท่าไรเลย ร้านนี้เป็นร้านที่พี่หมอจ้อยแนะนำ  ท้ายที่สุดเอาในซอยนี่แหละ จองเวลาร้านเสร็จสรรพ รีบไปทำงานก่อน นัดนักศึกษาไว้ ปรึกษางานการกันเสร็จสรรพ มีเวลาเหลือแอบไปทำสังฆทานแล้วจึงโทรบอก พี่หมอจ้อย พี่ตู่ (เจ้าของงาน) น้องนุ้ย พี่หมอนิด พวกเราโทรกันทั้งวัน โทรศัพท์ดังกันตลอด พี่ตู่ถามเรื่องเส้นทาง น้องนุ้ยแจ้งข่าวหลานฝาแฝดป่วย มาไม่ได้ ไม่เป็นไรจ๊ะ ครั้งหน้าคุณป้าจะเอาขนมไปให้ทานที่บ้าน ใกล้เวลานัด เรานั่งรถซิ่งในซอยไปร้านอาหารที่นัดหมาย ถือขนมถาดโตไปด้วย วันนี้หน้าตาขนมดูดีมาก ดีใจ ภูมิใจ เป็นที่สุด ย้อนเล่าอีกนิดเถอะ ตอนอยู่เยอรมันชอบทำขนมมาก พี่หมอหยู (อยู่ที่ใด น้องๆคิดถึง) นำวัตถุดิบมาให้บ่อยๆ พี่หมอหยูเป็นหมอทหารอากาศ เราสองคนเจอกันครั้งแรกที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย เพราะมีจุดประสงค์จะลงดอยเข้าเมืองทั้งคู่ พี่หมอหยูถือถุงของทหารอากาศ เราจำได้ ไม่มีที่ไหนแน่นอน ต้องคนไทยแหง ไม่กล้าทัก เอาละ รถเมล์มา นั่งเบอร์เดียวกันอีกเพราะต้องลงไปซื้อของในเมือง ไม่กล้าทักต่อไปอีก พอไปซื้อของ อ้าวไปซื้อร้านเดียวกันอีกจนได้ เจอกันจังๆ ที่เคาน์เตอร์ เราก็พูดไทยเลยว่า คนไทยหรือค่ะ พี่หมอหยูเดินหายกลับไป แล้วสักประเดี๋ยวเดินกลับมาทักเราด้วยประโยคเดิมที่ทักแกไปว่า คนไทยหรือครับ ทั้งนี้พี่หมอมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า งง ไม่เจอใครเลยในเมืองUlm นี้ พอเจอน้องทัก เลยงง หลังจากนั้นมา พี่หมอหยู พี่หมอนิดและเรา ก็ได้เดินทางท่องเที่ยวกัน ย้อนเล่าต่อ พี่หมอหยูมักจะนำวัตถุดิบในการทำขนมเค้กมาให้เยอะมากและบ่อยมาก เช่น เนย และที่เป็นพิเศษก็คือ เนยจากพี่หมอหยูจะเป็นก้อนเล็กๆ เพราะเป็นเนยสำหรับอาหารเช้าที่โรงอาหารของทหาร เราก็เลยมีวัตถุดิบทำขนมไม่ต้องซื้อเนยอยู่ตั้งนาน ลองคิดดูนะคะ ว่ามันเยอะเพียงใด  

เอาล่ะ เล่าต่อ เมื่อถึงร้าน พี่ตู่กับลุงโอ้คผู้ใจดี นั่งรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นก็ได้โยกย้ายกันไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ ต่อจากนั้น น้องกบ ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นศิษย์เก่าเมือง Ulm แต่เคยไปมาหาสู่ น้องกบมาร่วมด้วย พี่หมอจ้อยมาถึง โอโห ผอมลงและสวยขึ้น หน้าเนียน สวย น่ารัก เราเป็นสักครึ่งของพี่หมอจ้อยท่าจะดี สักประเดี๋ยวพี่หมอนิดมาร่วมด้วย พี่หมอนิดคนเก่งของเรามาแล้ว คุยกันสนุกสนาน แต่สำหรับเรา เรากำลังนั่งตื่นเต้นในใจว่า ขนมมันจะอร่อยเหมือนกับหน้าตามันไหมน่ะ กลัวจริงๆ อย่าทำหน้าแตกนะจ๊ะ พี่หมอนิดรื้อฟื้นความหลัง ครั้งเมื่อพวกเรา ทำ Quiche กัน โอ้โห หลังจากวันนั้น ไม่เคยกล้าแตะต้องอาหารฝรั่งเศสสูตรไหนอีกเลย เพราะQuiche ของพวกเรา รสชาดเหมือนน้องๆ ไข่ตุ๋น เลยค่ะ เข็ดมาก ไม่กล้าทำอีกเลย ถ้ามีโอกาสไปฝรั่งเศสจะต้องไปลองทำให้ได้

 

กินข้าววันนี้สนุกมาก มีความสุขมาก พี่ๆและน้องที่รัก พร้อมหน้าพร้อมตา พวกเราไม่ค่อยได้เจอกันเลย จะได้พบกันก็ประมาณ ปีละ 1 ครั้ง มักจะเป็นช่วงเวลาที่พี่ตู่และครอบครัวซึ่งเป็นศูนย์รวมความรัก ความผูกพัน ความสุขของพวกเรากลับมาจากเยอรมันนี พวกเราก็จะส่งข่าวบอกกันและนัดหมายกัน มาเล่าสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน

 

ขาดไม่ได้ต้องพูดถึง ต้องระวังหน่อย กำลังพาดพิงผู้ใหญ่ อาจารย์ผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่รักและเคารพของพวกเราเสมอมา อาจารย์หมอแดง มาร่วมงานเหมือนทุกครั้ง เราเกรง (จริงแล้วกลัว)อาจารย์หมอแดงมาก ต้องมอบหมายน้องหมอนุ้ยติดต่อไป เกรงจะพูดอะไรไม่ถูกต้อง ระหว่างทานข้าวพี่ตู่ยื่นโทรศัพท์ให้บอกว่าอาจารย์ถามทาง เกร็งแทบแย่ และแล้วอาจารย์ก็มาถึง ช่วงนี้อาจารย์ออกทีวีบ่อยมาก เพราะ stem cell เป็นเรื่องฮอตฮิตในบ้านเรา เราละภูมิใจเมื่อเห็นอาจารย์ในทีวี คนเมืองUlm เก่งจริงๆ เราต้องไม่ทำเสียชื่อเสียเสียงของศิษย์เก่าชาว Ulm พวกเราทุกคนภูมิใจในตัวอาจารย์กันมากค่ะ อาจารย์คุยสนุกเหมือนเดิมและสอนพวกน้องๆหลายๆเรื่อง

อาจารย์ขา ขนมหวานน้อยไปนิดค่ะ เพราะว่าคนทำหวานมากอยู่แล้ว

สักประเดิ๋ยว ทิ้งเวลาไม่นาน เมื่อเราขอน้ำตาลจากน้องกบ เพื่อมาเติมในกาแฟ

 

อ้าวปู เติมทำไมล่ะ น้ำตาล ก็ไหนว่าหวานอยู่แล้วงานเข้าเลยยายปู

 

อาจารย์ค่ะ Nicht vergessen นะค่ะ ถ้าปูได้ตำแหน่งวิชาการ พวกเราจะพบกันอีกครั้งก่อนพี่ตู่และลุงโอ้คกลับไปเยอรมันนีค่ะ

 

 

 

 

ธรรมะจัดสรร March 9, 2009

ธรรมะจัดสรร

 

เขียนอย่างนี้หรือเปล่าอู๋ อาทิตย์นี้เพื่อนอู๋ พาพี่สาวคนโต มากินข้าวไร้เนื้อสัตว์กันด้วย อนุโมทนาบุญด้วยกันค่ะ

 

คืนก่อนวันนัด เพื่อนเตรียมทำเค้ก ซึ่งตั้งใจให้เป็นเค้กชอกโกแลต แต่พอทำเสร็จกลายเป็นเค้กถั่วไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้เพราะอาจจะใส่ถั่วเยอะเกินไป แต่แปลกว่าตอนที่ทำเยอรมัน มันก็เป็นชอกโกแลตนะ น้องแป๋ม น้องห้องสำนักงานที่ภาควิชา มาช่วยกันทำเพื่อพี่อู๋เลยทีเดียว ไม่เป็นไรครั้งหน้าจะแก้ตัวใหม่

 

ครั้งหน้าเพื่อนอู๋ บอกว่า อยากฟังเพลง เดี๋ยวเพื่อนซ้อม เพลงช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ไว้ให้เลย เตรียมตัวมาเต้นนะ เปียโนเพื่อนไม่ค่อยได้เล่นหรอก ถ้าว่างจริงๆถึงที่สุดจึงจะจับตัวโน๊ตมานั่งดูแล้วลงไม้ลงมือกับมัน แต่เพื่อเพื่อน เดี๋ยวจะซ้อมไว้ให้ เอาเพลงเดียวนะ เพลงอื่นๆเล่นไม่เป็น ห้ามเปิดสมุดโน้ตแล้ว request เด็ดขาด เพราะอาจไปเจอเพลงที่เพื่อนยังไม่ได้เรียน เพื่อนก็เล่นไม่เป็นไปตามระเบียบ

 

อาทิตย์หน้าโน้น เพื่อนจะไปอาฟริกาใต้แล้ว ตอนนี้ เบื่อๆเมืองไทย เป็นกำลัง ต้องนั่งปลงและทำใจอยู่บ่อยๆ เพื่อนสังเกตว่า คนส่วนใหญ่นี่แปลกๆ สิ่งที่เพื่อนทำอยู่ คือส่งข่าวดีๆ ส่งโอกาสอันดีไปให้กลุ่มคน ชนชีพ ต่างๆ แต่สิ่งที่เพื่อนได้รับ คือ เงียบ นิ่ง และเฉย

 

เพื่อนว่า มันแปลก ถ้าเพื่อนได้รับสิ่งที่ดีๆ อ่านแล้วรู้สึกดี เพื่อนจะรีบส่งกลับไปบอกคนที่ส่งทันทีว่าขอบคุณ แต่ที่นี่แปลกๆ คงต้องทำแบบที่มีคนแนะนำ คือ ต้องเข้าใจธรรมชาติของคนกลุ่มนี้ อันนี้เพื่อนมีฐานคิดว่า เฮ้ย คนเราเสียเวลามานั่งทำอย่างนี้ได้ เขาทำให้เราขนาดนี้ เขาหวังดีกับเรานะ ให้กำลังใจ ให้กำลังใจ

 

แต่ในที่สุด เพื่อนอู๋ ก็มาชี้ทางสว่างว่า เออ ธรรมะจัดสรร จริงๆ คนบางคน คงยังไม่ถึงเวลาของเขากระมัง ชวนทำบุญ ชวนไปได้รับโอกาสดีๆ พวกเขาก็ยังลืมได้ ธรรมะจัดสรร จริงๆ นะคนเรา

เอาละ เพื่อนจะเดินทางไกลอีกแล้ว คงจะได้ไม่ต้องเอาเรื่องมาแบกไว้บนบ่าสักระยะ

วันนี้ นักศึกษาปีที่4 ของภาควิชา จะเรียนเป็นวันสุดท้าย เมื่อคืนเพื่อนก็เลยทำ เค้กมาให้ 3 ก้อน แต่วันนี้เพื่อนคงไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วย เพราะต้องออกไปให้ความรู้กับกลุ่มชาวบ้านที่ลาดกระบัง แต่ อยากฝากสอนเด็กๆ กลุ่มนี้หรือทุกกลุ่มไว้ว่า เท่าที่สังเกต คนเรายังขาดการให้กำลังใจและการยอมรับซึ่งกันและกันนะ อยากฝากบอกเด็กกลุ่มนี้และกลุ่มอื่นๆว่า ควรรู้จักชื่นชมคนอื่นๆ ความคิดคนอื่นๆด้วย จำได้ว่า (ถ้าเพื่อนจำผิดบอกด้วย) พระพุทธเจ้าก็สอนเรื่องประมาณนี้ไว้ว่า ควรหัดชื่นชมคนอื่นๆด้วย ตอนเพื่อนอยู่เยอรมัน วันไหนแต่งตัวสวยเดินออกไปขึ้นรถเมล์เจอคนเดินสวนมาซึ่งไม่รู้จักกัน เขาก็ยังบอกว่า แต่งตัวสวย แต่คนไทยเสียเปล่า กลับไม่มีเรื่องประมาณนี้นะ ไม่เป็นไร เราต้องทำดีต่อไป เราให้กำลังใจตัวเราเองก็ได้ว่ะ เพราะเราก็รู้ว่า เราทำอะไรอยู่ มันแปลกจริงๆเพื่อน คิดเสียว่า เป็นธรรมชาติที่แปลกของพวกเขาเอง มิใช่เพื่อน ซึ่งพยายามอยู่ตลอดเวลาที่จะมอบสิ่งที่ดีๆให้ พวกเขาไม่รับก็ยังไม่ใช่เวลาของคนกลุ่มนี้กระมัง แต่คนให้มันคงท้อใจไปก่อน ไปอยู่เมืองนอกสักพักคงจะดี

 

ธรรมะจัดสรร ต้องจบลงตรงนี้

ขอไปให้ความรู้ชาวบ้านที่ลาดกระบังก่อน

 

กินกันครั้งหน้า วันที่ 7 มีนาคม 2552 March 5, 2009

ไอ้งิ้ม เพื่อนยาก

 

มาไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมเพื่อน เขาจะกินกันวันที่ 7 มีนาคม 2552 นี้ ได้ข่าวจากเพื่อนเก่งว่าจะมาด้วย เฮ้ยจำได้ไหม ตอนพวกเราทำ lab กัน สาม ส เสือ จะอยู่ใกล้ๆ กัน สรา สิริพรรณ สมชาติ และวันก่อนเพื่อนเจอยาว สรัญญา partner lab ของเพื่อน  เพื่อนบอกยาว ว่าสงสารยาวมากเลย เวลาซ้อมเจาะเลือดทีไร เพื่อนทำไม่ได้สักที ยาวเลยโดนหลายรอบ เพื่อนเจาะเลือดไม่เก่งเอาเล้ย แล้วมีอยู่ 1 lab เพื่อนสอบแล้วสอบอีก ไม่ผ่านสักที คือ lab PTT  โอ๊ย ยกเลือดไม่ทันสักที ยกทีไร เลือดแข็งตัวแล้วทุกที เพื่อนสอบอยู่หลายรอบ ใครจำได้บ้าง ยกมือขึ้น เรื่องนี้ไอ้อู๋มันเก่ง เอ็งก็สอบผ่านก่อนข้า ไอ้คุณ lab PTT เนี้ย แต่มีอยู่ หนึ่งอย่างที่พอจะทำได้คือ ทำขนมเค้ก ถ้าเอ็งมา ข้าจะทำให้กิน โปรเฟสเซอร์ที่มาจากญี่ปุ่น ก็พามาได้ ยินดีเลยเพื่อน

 

เมื่อวาน ข้าประชุมที่คณะ อาจารย์ที่คณะทักข้าว่า งิ้ม เอ็งมาได้ไหม อาจารย์เขาไปอ่านที่ข้าเขียนไว้ที่ จีเมล์ เขาถามว่าทำไมไม่ส่งเมล์ไปบอก เพื่อนที่ชื่องิ้ม ข้าบอกว่า เพื่อนงิ้มนี่ข้ารักมาก เวลาจะด่ามันต้องให้คนทั้งโลกเขารู้ ไม่งั้นไม่สะใจข้า ที่ข้าทำนี่ เพราะข้ารักเอ็งนะ

 

ดังนั้น หาโอกาสมาเชียวเพื่อน หากข้าไปอาฟริกาใต้ครั้งหน้า ในวันที่ 19-28 แล้วข้าไปหลงใหลได้ปลื้มกับม้าลาย ข้าอาจจะเปลี่ยนใจอยู่มันสะที่โน้นเลย เมืองไทยช่างโหดร้ายกับข้า (ลิเกชะมัดว่ะ) ไปอยู่เมืองนอกดีกว่า พูดกับใครไม่รู้เรื่องดี  เอาล่ะ เอ็งจะอดกินขนมของข้า ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปหากินแถวๆโน้น

 

ไอ้ปู

 

กินกัน วันแห่งความรัก February 19, 2009

Filed under: เทคนิคการแพทย์ มช. — saraarphorn @ 10:55 am
Tags:

ตอนแรกนัดกันไว้ 3 คน ทำไปทำมา มีกันแค่เราสองคน น้องพรรณ ไม่มากินเค้ก (ทำไปทำมาจุดประสงค์เปลี่ยนไป) เขียนใหม่ ไม่มากินอาหารไร้เนื้อสัตว์ เพราะไปนั่งปฏิบัติธรรม พี่ทั้งสองขออนุโมทนาสาธุด้วย ถ้าไปทำอย่างอื่น ถูกอัดแล้ว แต่นี่ไปทำดี สาธุ สาธุ

เพื่อนขอเวลาอีกหน่อยนะ ศึกษาป้ายจราจรอยู่ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะวิ่งเส้นไหนดี

เหมือนเดิม เพื่อนอู๋ โทรบอก ก่อนถึงเวลานัด

 

วันนี้เพื่อนเตรียมตัว ใส่เสื้อเยอรมัน เพราะทำขนมเยอรมันไว้ต้อนรับเพื่อน ตื่นแต่เช้า เหมือนเดิมใส่บาตร ด้วยอาหารแห้งที่น้องชายจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อนช่างโชคดี มีน้องชายคอยดูแล ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ส่งน้องชายคนนี้มาให้นะ กิจกรรมเหมือนเดิม คือ ต้องวิ่งไปดูอาหารไร้เนื้อสัตว์ก่อน ว่าน่ากินไหม จะได้เอามาโม้กับเพื่อนอู๋ได้ถูกต้อง ตรวจเช็คเรียบร้อย น่าสนใจ น้ำย่อยไหลริน กลับมาตระเตรียมบ้าน 33 ตารางเมตร ต้องให้ดูประณีตเล็กน้อย เดี๋ยวเพื่อนอู๋เจอฝุ่น งานจะเข้า ไม่ได้เลย ไม่ได้เลย

 

พอเพื่อนมาถึง ก็ยื่นกระป๋องมาให้ อะไรว่ะ กระป๋องมันเล็กมาก เพื่อนทำเค้กอันเบ้อเร้อไว้ให้ เอากล่องนิดเดียวมาใส่ มีอภิปรายผล discussion กันเล็กน้อย ไม่เป็นไรแก้ไขได้ ไปกินอาหารก่อนดีกว่า หิว เพราะไปสำรวจไว้ก่อนแล้ว วันนี้อาหารหน้าตาดูดี คนขายงง ไอ้สองคนนี้ ถ่ายรูปกันเยอะมาก มันจะกินหรือมันจะถ่ายรูปกัน โชคดีความสวยช่วยไว้ ยิ้มไว้ลูก ยิ้มไว้ลูก คุณนายแดงสอนมา แม่เพื่อนสอนหนักๆๆอยู่ สองเรื่อง ยิ้มกับไหว้ ทำไว้นะลูกนะ เพื่อนไหว้ทุกอย่างที่ขวางหน้าสมัยเด็กๆ เพราะแม่บอกว่า ข้าไหว้คนสวย มีคนชมละไม่ได้เลยทีเดียว

 

วันนี้เพื่อนอู๋มาแปลก กินน้อยมาก จับจ่ายใช้ไปไม่ถึงร้อยบาท แปลกแต่จริง สาเหตุอาจจะมาจากมี Kaesekuchen รออยู่ คำยากๆ คำนี้เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่าเค้กเนยแข็ง ส่วนผสมหลักเป็น Quark เพื่อนไปเปิดพจนานุกรมอาหารมาแล้ว ในภาษาเยอรมัน เขาเขียนไว้ว่า Quark ist ein Frischkaese. มันแปลว่า คุณควากนี้เป็นเนยแข็งสดชนิดหนึ่ง เพื่อนปรับปรุงสูตรเพื่อเพื่อนอู๋โดยเฉพาะ เพิ่มเนยนิดหน่อย ลดน้ำตาลนิดหน่อย ตื่นเต้นมาก กลัวเพื่อนกินไม่อร่อย เพราะตั้งแต่คบกันมาเป็นตัวเป็นตน ก็เพิ่งเคยทำอะไรให้กินครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตนี่แหละ

ไอ้งิ้ม เอ็งเริ่มอิจฉาแล้ว ข้ารู้ น้ำย่อยออกมาแล้ว ไหลริน ริน

 

อร่อยเพื่อน อร่อย

 

คนทำเขินเล็กน้อย พอกินได้ ใช่ไหมอู๋ถามเพื่อให้มันพูดอีกครั้งว่า อร่อย ๆ และมันก็ตกหลุมที่พลางไว้ เออ เออ อร่อยๆ” (ทำไมมันต้องมีเออ เออ ด้วยว่ะ)

 

ดังนั้น เพื่อนจึงขนตำราขนมภาษาเยอรมันที่ขนใส่เครื่องบินกลับมา เอามาให้เพื่อนอู๋ ดูรูป เลือกไว้เลย ครั้งหน้ากินอะไรบอกได้ เพื่อนจะ(ลอง) ทำให้กิน การบ้านที่เพื่อนให้ไว้ เพื่อนอู๋ ชี้ไปที่ Sachertorte อะไรว่ะ ให้เลือกเค้กเยอรมัน ดันไปเลือกกินเค้กออสเตรีย ชื่อเป็นเยอรมันชื่อนี้ เป็นเค้กดังของเมืองเวียนนา ถ้าจำไม่ผิดร้านต้นตำรับอยู่หน้าโบสถ์ฉะเตฟาน (ภาษาอังกฤษอ่านว่า สเตฟาน) เค้กแห่งเมืองเวียนนานี้เป็นเค้กชอกโกแลต เพื่อนบอกเพื่อนอู๋แล้วว่า มันมีคาลอรีสูง มีความเสี่ยง มันไม่ดี จริงๆแล้วเพื่อนขอบอก เพื่อนไม่เคยลองทำ ไอ้ที่ทำได้เป็นเค้กชอกโกแลต  by sara ธรรมดาๆ

 

หลังจากปรึกษาหารือ เมนูครั้งหน้าเสร็จ เราทั้งสองก็พากันไปเดินห้างที่ชิดลม ไปดูสตรอเบอรี่อร่อยจากโครงการหลวง อิ่มหน่ำสำราญอีกครั้งก็ใช้บริการรถไฟฟ้ากลับมาบ้านซอยอารีย์

 

กินกัน วันแห่งความรักก็จบลงด้วยความอร่อยของเนยแข็ง น้ำสตรอเบอรี่ และแน่นอนที่สุดไม่มีเนื้อสัตว์

 

ไอ้งิ้ม เมื่อไรจะมากินข้าวกันครบสามคน ได้สักที

 

image002

เพื่อนอู๋ กับ kaesekuchen

 

image006

ของฝากไปยังลูกศิษย์ของอู๋ ห่อเรียบร้อยฝีมือท่านอู๋ อีกห่อไม่ต้องบอกว่าเป็นฝีมือใคร

ulf2

vielen Dank

 

 

ได้เหยื่อแล้ว February 5, 2009

วันนี้เล่าเมาท์ให้ท่านอู๋ฟัง ว่าเพื่อนทำเค้ก ชื่อว่า Kaesekuchen เค้กเนยแข็งแบบเยอรมัน ชื่อมันเป็นเนยแข็งเนื่องจากหน้าตาเหมือนก้อนเนยแข็ง แต่จริงๆในส่วนผสมมี quark เพื่อนๆที่ทำกับข้าวบ่อยๆ จะรู้จัก quark นี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์จากนมประเภทหนึ่ง ตอนเพื่อนกลับจากเยอรมันใหม่ๆ หาซื้อไม่ได้เลย ดังนั้นเวลากลับไปเยอรมันจะซื้อกลับมาทุกครั้ง บางครั้งก็ไม่ได้ทำ ซื้อกลับมาก็เสีย ตอนนี้หลายสิ่งหลายอย่างหาซื้อได้ง่ายขึ้น วันนี้ก็เลยได้มีโอกาสทำให้กับเพื่อนๆที่ภาควิชาทาน เพื่อนอู๋แสดงความปรารถนาสนใจอยากชิม เพื่อนดีใจสุดขีด มีเหยื่อแล้ว เพื่อนเชิญชวนใครต่อใครหลายคนให้มาชิมขนมที่ภาควิชา ไม่มีใครหลงกลเลย เว้าวอนแล้วเว้าวอนอีกก็ไม่มีใครมาเลยสักคน เอาละ วันที่ 14 เพื่อนอู๋ได้ชิมพร้อมกับจะได้นำกลับบ้านได้เลย

วันนี้ก็เลยนำรูปเค้กมาให้เพื่อนดูก่อน เผื่อว่าเพื่อนๆอยากจะกิน จะได้มาพบกันในวันที่ 14 เพื่อนอู๋คงจะยอมแบ่งให้เพื่อนๆ ได้กินนะ ส่วนท่านใดที่ถูกเชิญชวน ดูรูปแล้วตัดสินใจมากินกันเถอะ

 

เค้กนี้ใส่ใจทำ เป็นเค้กที่ให้ใจ  ตั้งใจ  แต่ไม่รู้ว่าจะโดนใจหรือเปล่า ลองมาชิม มาดูใจกันจ๊ะ

 

 

 

 

kuchen1

 

 

Endlich habe ich Quark im Supermarkt gefunden.

 

Die Sara(le) und Kaesekuchen!

 

 

kuchen2

 

klar!

 

180 Grad 1 Std.

 

 

 

 

เห็ดย่างกับสาวงาม(ขึ้น) ที่สวนไผ่ January 30, 2009

มาไม่ได้อีกแล้ว ไอ้งิ้ม

 

กว่าจะได้เขียน เพื่อนๆรวมถึงไอ้งิ้มคงรอกันแย่เลย เพื่อนอู๋ เข้ามาเยี่ยมblog ตรวจความก้าวหน้าของบันทึกหน้านี้บ่อยๆ เมื่อไร จะได้ฤกษ์เขียนเสียที รูปก็ส่งไปให้แล้ว ยังไม่ยอมเขียนอีก ท่านอู๋คงบ่นกับตัวเอง แต่เพื่อนแอบได้ยิน

 

เริ่มเรื่องดีกว่า นัดหมายครั้งที่ 2 ของพวกเรา ที่สวนไผ่ ที่นัดหมายเดิมแห่งเรา

เท่าที่ recall ได้นะเวลานี้ คือ  ปัญหาแรกที่พบสำหรับวันนัดหมาย เพื่อนอู๋คงไม่รู้ ก็คือ เพื่อนเลือกเสื้อผ้าอยู่นาน เลือกไปเลือกมา ก็ดันไปจับเสื้อผ้าชุดเดิม แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ไม่ได้เรื่องละ เดี๋ยวเพื่อนอู๋จะทักว่า มีเสื้อตัวเก่งอยู่ไม่กี่ตัว เจอทีไรก็ใส่ตัวนี้ทุกที กว่าจะได้ชุดที่คิดว่าสวย ใช้เวลาเลือกอยู่นาน ทำราวกับนัดพบกับชายหนุ่มเลย

ปัญหาที่สอง ที่ตามมาคือ เพื่อนหิวมาก หิวโซ กินน้ำอยู่หลายแก้ว เกือบจะไปหาอะไรกินก่อน สงสัยว่าจะใช้พลังงานในการเลือกเสื้อผ้านานไปหน่อย

 

หลังจากกินน้ำหลายอึก ก็พาตัวเองไปข่มใจอยู่ในห้องสมุดธรรมะบ้านอารีย์ เจอหนังสือดีๆ อ่านไม่ยากอยู่หลายเล่ม สักประเดี๋ยว เพื่อนอู๋ก็โทรเข้ามา “as usual เพื่อนขอเวลาอีกหน่อย ตอนนี้ถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ แล้ว

ขอบอก ขอเติมเมาท์เล่าเรื่องเล็กน้อย เพื่อนเคยเจอ คนในสังคมไทยสมัยใหม่ นัดกันว่าเย็นๆ จะมา เย็นก็แล้ว จนหัวค่ำ เมื่อหัวค่ำผ่านไปถึงดึก จนใกล้ถึงกลางดึก ยังไม่มาเลย โทรเขาก็ไม่โทรบอกนะ เงียบหายไป  เรื่องนี้สงสัยต้องส่งไปถอดบทเรียนกับเพื่อนอู๋ ปัจจัยใดที่ทำให้เพื่อนอู๋หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอก ลองให้พวกเขาเหล่านั้นไปหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กันดู

 

เอาเรื่องของเราต่อดีกว่า และแล้วเธอก็มาถึง วันนี้เธอผอมลง เพื่อนอู๋ของพวกเราผอมลงแล้ว ผอมลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำเร็จแล้ว แผนลดข้าวเย็นของพวกเราสำเร็จ วันนี้สวยมาเลยทีเดียว คนสวยของพวกเราวิ่งไปวิ่งมาซื้อกับข้าวไปฝากญาติอยู่ เพื่อนไม่สนใจละ เพื่อนหิวขอบอก เพื่อนขอไปซื้อเห็ดย่างก่อน วันนี้หิวมาก และด้วยความอยากกินเห็ดเป็นพิเศษ วันนี้มีความเป็นพิเศษอีกอย่างคือ มีเพื่อนใหม่มาเพิ่มด้วย 3 คน หนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล น้องพัน(หรือน้องพรรณจ๊ะ) ทำงานอยู่ในวงการอาชีวอนามัยนี่เอง นี่แหละนะ โลกมันกลมจริงๆ  อีกสองท่านมีกิจการโรงแรมขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ทั้งสามท่านนี้เป็นเพื่อนของเพื่อนอู๋อีกที

 

พวงแสดถามว่า อาหารอร่อยไหม ตอบอีกครั้ง อร่อยมาก เห็ดย่างอร่อยมาก กับข้าวอื่นๆ ก็อร่อย ผู้คนเดินกันคึกคัก ดูแล้วอิ่มใจมาก คนสนใจกินอาหารไร้เนื้อสัตว์มากนะ เพื่อนอู๋ บอกว่า นี่นะยายปู ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะกินทุกวันเลย บ้านก็อยู่ตรงเนี้ยอ้าว งานเข้าอีกแล้วฉัน

เพื่อนๆ ต้องจินตนาการเวลาเพื่อนอู๋พูดด้วยนะ แต่ขอชมเพื่อนอีกครั้ง เพื่อนผอมขนาดนี้ โอเคแล้ว

 

ในวันนั้นน้องพัน กินไอติมด้วย สีสดใส ดูน่ากิน แต่เพื่อนกินข้าวไปหลายขนาน ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียวด้วยความหิว ข้าวหมดแล้วแต่เห็ดยังไม่หมด แต่ก็ได้น้องพันช่วยจัดการเห็ดย่างหน้าตาดี จนหมดไป 1 จานด้วยความเรียบร้อย สรุปเลยไม่ได้กินไอติม

 

พวกเราไม่ลืมสำหรับการนัดหมายครั้งหน้า นัดกันครั้งหน้าจะเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ใครไม่มา ใครขอเลื่อนนัด แปลว่า ผู้นั้นมันมีกิ๊ก จะกล้าเลื่อนไหมเนี้ย ต้องดูก่อนละว่า ลำดับความสำคัญอยู่ที่อันดับที่เท่าไร มิฉะนั้น คงมิมีหน้าไปขอเลื่อนนัดกับเพื่อนแน่นอน ทายได้เลย เพื่อนอู๋ต้องถามว่า เธอจะไปไหนรึยายปู เธอมีอะไรเร่งด่วนใดรึ เพื่อนต้องเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าก่อน

 

ไอ้งิ้ม ครั้งหน้า 14 กุมภา เอ็งจะให้ข้าซื้อดอกกุหลาบให้เอ็งสักโหลไหม เอาสีไรดีเพื่อน ไอ้ถ้วยกาแฟของคณะ ข้ายังไม่ลืมนะ ข้าบอกแล้วจะเก็บไว้ให้ ถ้าไม่มาเจอกันตัวเป็นๆ จะไม่ให้ขอบอก

 

ขอละงิ้ม เจอกันเถอะ 14 กุมภา วันดีนะเพื่อน ที่แล้วมาเพื่อนให้อภัย ขอมาพบกันวันแห่งความรักนะเพื่อนนะ

 

ไอ้ปู

 

 

mus1

 

mus2

เห็ดย่างกับสาวงาม(ขึ้น)

 

อิ่มอร่อย พุงกาง January 19, 2009

พวงแสดที่รัก

 

แสดถามมาว่า กินเจ อร่อยไหม

ขอตอบที่นี่นะจ๊ะ

 

อร่อย อิ่ม พุงกาง

 

ครั้งหน้า มีนัดกินกันวันวาเลนไทน์ แสดว่างไหม ที่สวนไผ่มีอาหารหลากหลาย ไม่รู้สึกว่าเป็นเจเลยนะ น่ากินทั้งนั้น

 

พวกเราจะให้ความรักกับคนทั้งโลกกัน ไม่เบียดเบียนสัตว์กันในวันวาเลนไทน์ คิดได้ไงเนี้ย

 

คุยกับอู๋ไว้ว่า ถ้าใครมาไม่ได้แปลว่า มันผู้นั้นมีกิ๊ก เพราะอายุอานามขนาดนี้ คงต้องรับสภาพแล้ว ว่า คงไม่มีใครมาฟังเราบ่นได้ทุกวัน

 

ใครสนใจ ร่วมกินอาหารไร้เนื้อสัตว์กันทุกเดือนได้จ๊ะ

 

ปู

 

ปล. รวบรวม เรียบเรียง เรื่องราว ราวเรื่อง กินล่าสุดยังไม่ได้เขียนลงเลยจ๊ะ เพราะต้องรอรูปจากอู๋ก่อน อีกอย่างสาเหตุต้องไปบรรยายที่หัวเมืองจ๊ะ เดี๋ยวกลับมาปุ๊บ เพื่อนๆ จะได้อ่าน ความอิ่มอร่อย ทันที่จ๊ะ