Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

โซฟี ชอล October 31, 2009

เพื่อนมาจากเยอรมันค่ะ ก็เลยได้กินข้าวกัน พูดคุยกัน เอเรน่าถามอาจารย์ว่า เป็นไง ไปโปแลนด์มาเป็นไงบ้าง อาจารย์ก็เลยบอกไปว่า เศร้าใจ ยิ่งตอนไปที่ค่ายกักกัน ยิ่งเศร้าใจ เอเรน่าบอกว่า มันจะเป็นเรื่องที่สอนใจว่า มันจะไม่เกิดแบบนี้อีก เอเรน่าเล่าเรื่องหลายเรื่องให้ฟัง เกี่ยวกับความรู้สึกเรื่องสงครามที่คุณยายของเอเรน่า ซึ่งเกิดในสมัยนั้น เรื่องราวน่าสนใจมาก อาจารย์แลกเปลี่ยนกับเอเรน่าว่า หลังจากกลับจากโปแลนด์ อาจารย์สนใจเรื่องสงครามเป็นพิเศษ หาเรื่องราวอ่าน หาหนังดู และไปพบหนังดีหนึ่งเรื่อง ชื่อว่า โซฟี ชอล เป็นเรื่องราวของเด็กสาวเยอรมันอายุ 19 ปี ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านนาซี น้องโซฟี เป็นชาวเมืองอูลม์ด้วย (อาจารย์ภูมิใจเล็กน้อยเพราะเรียนจบจากเมืองนี้) อาจารย์บอกกับเอเรน่าว่า ในขณะที่ฉันอายุ 19 ฉันเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่เคยมีความคิดอย่างนี้เลย แต่น้องโซฟี เขาคิด เขาทำ ฉันละเชื่อเขาเลย หากผู้ใดสนใจลองไปศึกษาจากการดูหนังก็ได้นะค่ะ แกงค์กุหลาบขาวกับโซฟี ชอล ท้ายที่สุด น้องเขาถูกประหารชีวิต และหลังจากนั้นไม่นานเยอรมันก็แพ้สงคราม ลองหาอ่านหาดูกันนะค่ะ

เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กไทยสมัยนี้ อาจารย์ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าความสนใจของเด็กกลุ่มนี้ไปอยู่ที่อะไร ถามเรื่องข่าว ก็ไม่ทราบ ถามเรื่องกีฬาก็ไม่รู้ ถามเรื่องละครหลังข่าวรู้กันขึ้นมาหน่อย ถามเรื่องวิชาการยิ่งแล้วใหญ่ เขาไปทำอะไรกันนะ ในแต่ละวันอันมีค่าของเขา

และเขาเหล่านี้ก็ต้องการได้รับเกรดดีๆ เพื่อจะได้ไปเข้าทำงานกันในบริษัทที่ตั้งกฏเกณฑ์ไว้ว่าจะเลือกผู้ได้เกรด ทำผลการเรียนดี

มันก็พูดยากนะค่ะ การเรียนได้ผลดี กับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสามารถ ไม่รู้ว่ามันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันแค่ไหน มาถึงตรงนี้ อยากบอกบริษัทที่รับเด็กเข้าทำงานโดยพิจารณาที่เกรดว่า ฝากดูเรื่องจำนวนหน่วยกิตที่ลงเรียนกันด้วย ในมหาวิทยาลัยเดียวกันเด็กก็อาจจะลงทะเบียน มีจำนวนหน่วยกิตไม่เหมือนกันแล้ว ดังนั้นหากจะดูกันจริงๆ ฝากดูให้รอบคอบสักนิด

สำหรับคนเป็นอาจารย์แล้ว เลือกคนเข้าทำงานที่เกรด ไม่ได้เป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมเลยค่ะ คนที่เลือกก็คือคนที่เคยเรียนหนังสือและกำลังทำงานอยู่ ดังนั้นจริงๆแล้ว ทุกคนคงเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายกันให้มากมาย

เด็กๆ หลายคนที่มีศักยภาพจึงเสียโอกาสได้ทำงานในบริษัทที่พวกเราเรียกว่าบริษัทชั้นนำหรือบริษัทแนวหน้าไป

วันนี้ ก็คงฝากเรื่องดีๆไว้กับสังคม ลองไปดูหนังเรื่องโซฟี ชอล ดู และลองเปรียบเทียบกันดู

ในชีวิตของเรา เราต้องพบต้องเจอ ทั้งคนที่ชอบเราและไม่ชอบเรา แต่เราเองเรารู้ตลอดว่า ความตั้งใจ เจตนาของเรานั้นคืออะไร

คิดดี ตั้งใจทำอย่างบริสุทธิ์ใจ เมื่อเกิดเป็นครู ทำหน้าที่สั่งสอนเด็กค่ะ 

หากแม้ว่าเป็นแค่คนพบกันบนสะพานลอย คงไม่ทำอย่างนี้

แต่เมือได้ชื่อว่า “ครู” ดังนั้น คงต้องทำหน้าที่ต่อไปค่ะ

เพิ่มเติมนิดหน่อยว่า โซฟี ชอล มีชื่อเต็มๆว่า Sophia Magdalena Scholl

 

 

28 ตุลาคม 2552 คืนข้อมูลสู่ชุมชน October 23, 2009

วันพุธที่ผ่านมา คือวันที่ 28 ตุลาคม พื้นที่บูรณาการตำบลบ้านเลือก จัดให้มีเวทีคืนข้อมูลสู่ชุมชน งานนี้อาจารย์สราทำหน้าที่เป็นพิธีกร ทำหน้าที่หลายอย่างวิ่งวนอยู่รอบเวทีคืนข้อมูล ก่อนไป ก็ทำหน้าที่ขอ ขอของที่ระลึกเพื่อนำไปให้ผู้ที่มาร่วมงานนั้นคือ แรงงานในพื้นที่ อาจารย์ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านทางblog นี้ และใช้วิธีจู่โจมรายตัว มีผลลัพธ์คือ ได้ของที่ระลึกจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยร่วมกับ น้องอัมพา ศูนย์ความปลอดภัยปทุมธานี มอบของที่ระลึกให้กับแรงงานนอกระบบ ดังรูปที่เก็บมาให้ดูเป็นหลักฐานว่า ของทุกชิ้นถึงรากหญ้าจริงๆ ในงานนี้มีอะไรบ้าง

เริ่มต้นด้วยการกล่าวรายงานการจัดงานโดยท่านนายกเทศมนตรี ท่านสุริยะ กวงเมี้ย ตามด้วยการกล่าวเปิดเวทีคืนข้อมูล โดยท่านปลัดอาวุโส  ท่านวิษณุ พลอยสุข ซึ่งมาด้วยเสื้อสีสวย หลังจากนั้นมีการมอบรางวัลสถานประกอบการปลอดภัยตัวอย่างและบ้านปลอดภัยตัวอย่าง ให้กับแรงงานนอกระบบ ดังรูปแสดงข้างล่างนี้ สำหรับเกณฑ์ที่ใช้คือ การจัดให้มีการปรับปรุงบ้าน และที่ทำงานอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ตัวอย่างที่พบในกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการเช่น การจัดเก็บที่เหมาะสม การติดป้ายบอกวัตถุดิบหรือสินค้า การจัดให้มีเครื่องทุนแรงเพื่อลดการใช้งานคน เป็นต้น

นอกจากนี้ในเวทีนี้ยังมีการนำเสนอประเด็นปัญหาและความต้องการของแรงงานนอกระบบต่อคณะทีมบริหารเทศบาลตำบลบ้านเลือก นำโดย คุณปรานอม กลุ่มตุ๊กตา ผู้ใหญ่รัตนา กลุ่มเกษตร คุณนลินทิพย์ กลุ่มผู้ผลิตปลาหวาน ซึ่งทั้งหมดที่ถูกนำเสนอได้มาจากการทำงานกลุ่มแรงงานที่ผ่านมา รวมถึงจากผลการประชุมในวันที่ 7 ตุลาคม ต่อด้วยอาจารย์สรา นำเสนอเรื่องต้นทุนอาชีวอนามัยและนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย ในระหว่างนั้น มีคุณโสภาพรรณ จากสคร. 4 และคุณหมอนิคม จากสถานี้อนามัยบ้านเลือก ร่วมแลกเปลี่ยน

อย่าลืมว่า พวกเราทำงานเกี่ยวข้อง กับ ส.เสือ

เรามีผู้สนับสนุนโครงการจาก สสส. สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ ทำงานเกี่ยวกับ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสวัสดิการ

โดยมี สรา ทำหน้าที่ศูนย์วิชาการ โสภาพรรณ อยู่ที่ สคร. และสถานีอนามัยที่มีหมอชื่อนิคม (แกบอกว่า แกชื่อ นิคม เติม s จึงเป็นนิคมส์)

และมี นายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านเลือก ชื่อ สุริยะ เป็นเจ้าภาพในพื้นที่

พวกเราก็เลย สุข กายและสุขใจ

เวทีคืนข้อมูลจบด้วยการกล่าวปิดเวทีโดยท่านรอง ประภาพร บุญพิทักษ์สกุล

ส สรา รายงานจากพื้นที่บ้านเลือก

 

 DSC05815

ขอบคุณของกำนัล จากกรมสวัสดิการและน้องอัมพา

 

DSC05821

DSC05823

ผู้ร่วมงาน คืนข้อมูลสู่ชุมชน

DSC05822

ท่านรองทั้งสอง ท่านรองหนามเตย และท่านรองประภาภรณ์

 

DSC05834

ผู้เข้าร่วมโครงการสถานประกอบการและบ้านปลอดภัย

พื้นที่บูรณาการตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

 

เยี่ยมโครงการบ้านปลอดภัย October 21, 2009

คณะกรรมการเยี่ยมชมโครงการบ้านปลอดภัย ในวันที่ 20 ตุลาคม 2552 อาจารย์สราถึงพื้นที่ตั้งแต่เช้าเหมือนเดิม จุดนัดพบคือสถานีอนามัยบ้านเลือก เกณฑ์บ้านปลอดภัยถูกงัดออกมาจากคอมพิวเตอร์ คณะกรรมการนำแบบสำรวจที่ถูกส่งกลับมามาพิจารณา หลังจากนั้น แผนการเยี่ยมแผนการเดินทางจึงถูกกำหนดตามตำแหน่งแห่งที่ของเจ้าของบ้านและเจ้าของกิจการ ในระหว่างนั้น อาหารเจ ขนมเจ ถูกเสริพโดยน้องแต๋น คณะกรรมการส่วนใหญ่ทานเจค่ะ น้องแต๋น หรือคุณปรานอม อสอช. เกรดเอ จึงวางแผนการทานกลางวันไว้ที่ร้านเจในเมือง วันนี้ได้เดินทางเยอะ 

การเยี่ยมบ้านเป็นไปอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลิน ตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ บ้านแรกที่ไปดูคือบ้านน้องไพรัช กลุ่มตุ๊กตา คณะกรรมการบุกไปถึงบ้านคุณไพรัช น้องแจ๊ค ภรรยาคุณไพรัชซึ่งเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยได้ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก แต่หลังจากที่สามีคือคุณไพรัชไปอบรมมาก็นำหนังสือมาไว้ที่บ้าน นำผ้าปิดจมูกมาให้ และบอกให้ใช้ เดี๋ยวนี้ไม่ใช้ไม่ได้เลย เพราะไม่ชิน นอกจากนี้น้องแจ๊คยังพาคณะกรรมการไปดู ที่เก็บสารเคมีและฉลากติดเป็นที่เป็นทาง คณะกรรมการเห็นก็ปลื้มใจ

หลังจากนั้นคณะกรรมการเยี่ยมชมอีกหลายบ้าน ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มตุ๊กตา เสริมสวยและปลาหวาน และตบท้ายบ้านสุดท้าย ท้ายสุด จะครื้นเครงเป็นพิเศษด้วยการเยี่ยมชมเกษตรกรปลูกผัก สมบูรณ์จริงๆ เมืองไทยของเรา ดังรูปที่นำมาให้ชมค่ะ

เมื่อวาน ทุกคนบอกกันว่าเป็นวันที่เหนื่อยที่สุดตั้งแต่จัดทำโครงการมา อาจารย์สราก็รู้สึกอย่างนั้นค่ะ แต่กลับมานั่งดูรูป มันช่างคุ้มกับค่าเหนื่อยที่เราช่วยกันทำโครงการกันมา

วันนี้ อาจารย์สราได้เขียนบทคัดย่อของโครงการนี้ เพื่อจะนำไปเสนองานที่สวิสเซอร์แลนด์ในปีหน้า ทั้งหมด สองเรื่องด้วยกัน

ตั้งใจ มั่นใจว่า เราจะเอาของดีไปโชว์ฝรั่ง เมืองไทยเรามีเรื่องดีๆ เยอะแยะค่ะ

 

DSC05713

 

ฉลากสารเคมีอันตราย ในบ้านผู้รับงานไปที่บ้าน กลุ่มตุ๊กตา

DSC05727

การใช้รอก ขนย้ายสินค้าแทนการใช้แรงงานคน

 

DSC05754

ทำงานระดับข้อศอก

DSC05768

ห้องจัดเก็บสารเคมี ในบ้านเกษตรกร ปลูกข้าวโพดแปดแถว

DSC05805

เพลิดเพลินจำเริญใจกับความสมบูรณ์ของเมืองไทย

อาจารย์สราและฟักเขียว

 

กฐินสามัคคี ณ วัดมะปรางหวาน ลพบุรี October 15, 2009

อนุโมทนาบุญกันถ้วนหน้า

วันที่ 11 ตุลาคม 2552 เราได้ไปทอดกฐินสามัคคีกันที่วัดมะปรางหวาน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี บ้านเกิดของแม่

ปีนี้กฐินสามัคคีมีหลายกองด้วยกัน ดังรูปข้างล่าง ชาวพุทธเห็นแล้วปลื้มใจ รวมเงินทั้งสิ้นหลายกองหลายสาย รวมเป็นเงิน 568,988.50

ห้าแสนกว่าบาท เห็นแล้วปลื้มใจจริงๆ สาธุ สาธุ สาธุ

ขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทางอันประกอบด้วย คุณอี๊ด น้องกบ และยายปุ้ม

โดยเฉพาะยายปุ้ม ลงทุนลงแรงมานอนค้างกับอาจารย์ที่คอนโดไฮโซเพื่อได้ตื่นนอนแต่เช้า แกงค์กฐินเริ่มต้นจากการไปรับดร.กบที่คอนโด (ไฮโซเหมือนกัน) แล้วจึงต่อไปรับคุณอี๊ดที่คณะ พวกเรานี่ช่างกระไรเลย ถ้าไม่ได้ไปที่คณะสักวันเหมือนจะขาดใจ ไปไหนมาไหน ต้องเริ่มต้นกันที่คณะก่อน มิฉะนั้นจะหลงทาง รับคุณอี๊ดแล้วเดินทางโดยเลือกใช้ทางด่วน จุดหมายปลายทางจังหวัดลพบุรี ระหว่างทางที่ผ่านกะว่าจะแวะจังหวัดอ่างทองกันก่อน อ้าว! คนอ่างทองดันมาเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพ แผนการร่วมทานข้าวเช้านี้จึงต้องระงับไว้ก่อน  เกิดอาการเสียดายเป็นกำลัง กะว่าจะแวะรับอาหารเช้าที่อ่างทองก่อนไปวัด อดเสียแล้ว คณะของเราจำต้องเดินทางต่อทำภารกิจกฐินสามัคคี ณ วัดมะปรางหวาน ปีนี้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

ปีนี้คนมาร่วมงานกฐินเยอะกว่า เมื่อสองปีที่ผ่านมา จุดประสงค์ของงานกฐินในครั้งนี้คือบูรณะเมรุ ซึ่งชำรุดใช้งานไม่ได้

จำนวนเงินที่สาธุชนร่วมทำบุญ คงจะทำให้ทางวัดสามารถทำตามจุดประสงค์ได้อย่างครบถ้วน

วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ ทราบมานานแล้วว่า ทางบ้านแม่เป็นผู้ช่วยอุปถัมภ์ ร่วมกันสร้างเมื่อครั้งโบร่ำโบราณ ดังนั้นเมื่อถึงรุ่นหลานนักรบอย่างเรา เมื่อทำได้ไม่เดือดร้อน จึงยินดีทุกครั้ง ทางวัดจะทำอะไรก็มีการบอกกล่าวกันมาตลอดเวลา ยินดีด้วยความเต็มใจยิ่ง เจ้าค่ะ

 

ท้ายนี้ขออนุโมทนาบุญกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ร่วมทำบุญกันในครั้งนี้ด้วย ขอบุญกุศลที่ทุกท่านได้ทำ จงเกิดความสุขสวัสดิ์แก่ทุกท่านและครอบครัวด้วยเทอญ

ลูกหลานคนเมืองหลวงเก่า บางขันหมาก ต้นสะตือ ลพบุรี

 

1

ต้นกฐินต้นนี้ของพวกเราจ้า

 

4

ชัด ชัด อีกครั้ง ต้นกฐินในอ่างมังกร

 

3

อนุโมทนาบุญอีกครั้ง

 

 

 

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน October 15, 2009

จป.ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?

มีการเข้ามาเยี่ยมblog นี้โดยใช้คำค้นหาเป็นคำถามที่น่าสนใจเช่นนี้

ดังนั้นอาจารย์ขออธิบายหรือให้คำเต็มของคำว่า จป. ก่อน

 

จป. คือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ทำหน้าที่ส่งเสริม ดูแลความปลอดภัยของพนักงานในสถานประกอบการ ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า “Safety Officer”

จป. มีหลายระดับตามที่กฏหมายกำหนด

ในกฏหมายกำหนดการจัดให้มีจป. ให้ขึ้นอยู่กับจำนวนของพนักงานในสถานประกอบการนั้นๆ วันนี้อาจารย์ได้เอกสารอ้างอิงจากท่านผู้เชี่ยวชาญด้าน จป. ท่านทำงานด้านการสร้าง จป. ตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่มีจป. เป็นเรื่องเป็นราว

รศ.ดร. เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ ให้เกียรติอธิบายคำว่า จป. ดังปรากฏในรูปถ่ายข้างล่าง

จำนวนพนักงานเป็นตัวกำหนดให้มีระดับของจป.ที่แตกต่างกัน สำหรับจป. ที่จบจากภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จัดเป็นจป. ในระดับวิชาชีพ มีความสามารถ มีศักยภาพในการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยขึ้นในสถานประกอบการโดยองค์ความรู้ที่หลากหลาย ทั้งด้านวิศวกรรม ด้านสุขภาพ ความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปควบคุม บริหารจัดการความเสี่ยงอันจะมีผลต่อสุขภาพอนามัยของพนักงาน

 

safetyofficer

เอกสารอ้างอิงสุดclassic จากอาจารย์เฉลิมชัย

with permission ค่ะ

 

 

ประกวดบ้านปลอดภัย October 8, 2009

ประชุมพื้นที่อีกแล้ว

วันที่ 7 ตุลาคม 2552 คุณหมอนิคม เชิญประชุมเพื่อสรุปข้อเสนอ ความต้องการของกลุ่มอาชีพ ที่เทศบาลตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม และวาระที่ 2 ชี้แจงโครงการประกวดบ้านปลอดภัย

อาจารย์สราถึงพื้นที่แต่ไก่โห่ รีบไปแต่หัววัน ถึงพื้นที่เป็นคนแรก นั่งเตรียมเรื่องเนื้อหาของเกณฑ์บ้านปลอดภัย พยายามทำให้ง่ายที่สุด ให้ฟังแล้วรู้เรื่องทันที แต่เกรงว่า เกณฑ์จะโหดเกินกว่าจะมีคนสมัคร

วาระแรก คุณหมอ จัดให้มีการปรึกษาหารือกลุ่ม และนำเสนอใช้เวลาทั้งหมด เกือบ ชั่วโมงครึ่ง

สิ่งที่น่าสนใจที่อาจารย์และคุณโสภาพรรณให้ข้อสังเกตุคือเรื่องสวัสดิการ เมื่อครั้งที่พวกเราชวนคุยเรื่องนี้กันใหม่ๆ สมาชิกทุกกลุ่มมักจะให้ความคิดเห็นเรื่องภาครัฐ จะต้องเป็นผู้ให้ ผู้จัดให้มี ในเรื่องการจ่ายเงิน ต้องการให้รัฐจ่ายอย่างเดียว

แต่ในวันนี้ เสียงจากทุกกลุ่มออกไปในแนวทางการร่วมจ่าย การมีส่วนร่วม

ทีมงานดีใจ ที่ทุกคน หรือคนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจ เรื่องสิทธิ เรื่องหน้าที่ กันมากขึ้น ไม่เสียแรงเลยที่พวกเราทุ่มเททำงานกันตลอด สองปีที่ผ่านมา

สำหรับเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยนั้น เป็นเรื่องที่ทุกกลุ่มให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ และเรื่องปลีกย่อยรายละเอียดเช่น การจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

เยี่ยมจริงๆ

อาจารย์สรา ขอเชิญชวนศิษย์เก่าที่ทำงานเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันอันตราย เช่นหน้ากากชนิดต่างๆ หากบริษัทจะจัดให้เป็นของขวัญสำหรับแรงงานนอกระบบในกิจกรรมประกวดบ้านปลอดภัย ขอเรียนเชิญให้การสนับสนุนโครงการได้ค่ะ

สำหรับวาระที่ สอง เรื่องบ้านปลอดภัย อาจารย์สราเป็นคนนำเสนอเกณฑ์ (ที่ค่อนข้างจะโหด) และมีคุณโสภาพรรณ จาก สคร. 4 และคุณหมอนิคม ให้ความกระจ่างอยู่เป็นระยๆ

เครื่องมือที่ใช้ในการคัดบ้านปลอดภัย คือ แบบสำรวจจากโครงการวิช ที่พัฒนาโดยภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย แต่มีการประยุกต์โดย คุณโสภาพรรณ ทำให้เกิดความเข้าใจในแบบสำรวจดีขึ้น

ทีมงานจะลงพื้นที่สำรวจบ้านในวันที่ 20 ตุลาคมนี้

อาจารย์พร้อมค่ะ

 

071020091174

ท่านรองประภาภรณ์ เปิดการประชุม

 

071020091175

ประชุมกลุ่มย่อย กลุ่มเกษตกร

 

071020091180

ส่วนหนึ่งของข้อเสนอจากกลุ่มตุ๊กตา

 

071020091183

คุณอุระษา เหล่าโชติ กลุ่มตุ๊กตา

 

 

 

รายชื่อสารก่อมะเร็งในมนุษย์ October 6, 2009

วันนี้ขยันเป็นพิเศษ นอกจากจะเล่าเรื่องยาวๆเกี่ยวกับค่ายกักกันที่โปแลนด์แล้ว วันนี้อาจารย์อยากจะ update ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวิชาการเรื่องสารเคมีค่ะ มีหลายๆ คนถามว่า จะไปดูรายชื่อสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ที่ไหน

สถาบันที่หลายองค์กรให้ความเชื่อถือในการจัดกลุ่มสารก่อมะเร็งคือ IARC หรือมีชื่อเต็มว่า International Agency for Research on Cancer เขาได้จัดทำ เวบและช่องทางการเข้าถึงรายชื่อสารเคมีไว้ให้ ดังที่อาจารย์ทำ link ไว้ให้ในด้านขวามือของทุกคน (หันขวา ทำ แบบทหารค่ะ) เมื่อคลิกเข้าไปแล้วจะปรากฏดังภาพข้างล่าง และสำหรับสารก่อมะเร็งในมนุษย์จะถูกจัดอยู่ใน กลุ่ม 1 ค่ะ

 

IARC

 

คลิกลงไปที่กลุ่มที่ 1 สารก่อมะเร็งในมนุษย์

ที่เวบ link ขวามือ ในส่วน chemical link

สารก่อมะเร็งที่กำหนดโดย IARC ค่ะ

 

 

วันที่ สอง และวันอื่นๆใน Krakow October 6, 2009

Filed under: แพร์และ The Gang — saraarphorn @ 11:01 am
Tags: , ,

วันที่ สอง ในคราโคว เริ่มต้นที่โต๊ะกินข้าวในโรงอาหาร เรื่องของเรื่องเกิดบนโต๊ะกินข้าว (ขนมปัง) เนื่องด้วยกระดาษรองจานเป็นใบโฆษณาของ บริษัท Krakowcity ทัวร์ และอาจจะต้องรออาหารกันนานหน่อย ทั้งสองสาวก็เลยทำการศึกษากระดาษรองจานขนมปัง จากการศึกษาพบว่า ทัวร์ไป Auschwitz ถูกมาก คนละ 90 ชลอตี้ น่าสนใจ น่าสนใจ

ดังนั้นเมื่อกินขนมปังกับเนยเสร็จ จึงทำการจองตั๋วไปทันที และเพื่อความมั่นใจว่าได้ไปแน่นอนจึงต้องไปทำการยืนยันอีกรอบถึงที่ร้านของเขาเลย ขอโฆษณาว่า ถ้าใครมาเที่ยวเมืองนี้ ต้องใช้บริการบริษัททัวร์ชื่อนี้ค่ะ น้องๆ น่ารักทุกคน ยิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยใจคอดี

จากคราโคว ต้องนั่งรถบัสออกไปนอกเมือง เพื่อไปเยี่ยมชมพิพัธภัณฑ์ค่ายกักกัน Auschwitz ชื่อนี้ถูกเปลี่ยนจากชื่อภาษาโปล เนื่องด้วยเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมันทำการยึดโปแลนด์ และการออกเสียงเรียกชื่อเมืองนั้น คนเยอรมันออกเสียงลำบาก พวกเยอรมันจึงทำการเรียกชื่อเมืองเสียใหม่เป็นชื่อที่ออกเสียงได้ง่ายขึ้นสำหรับคนเยอรมัน เป็นเอาส์ชวิตส์ ดังที่เขียนข้างบน

 

ค่ายกักกันนี้ มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในเรื่องความโหดร้าย ในการทำลายชีวิตของคน นาซีทำการสังหารผู้คนเชื้อสายยิว ว่ากันว่าประมาณ 1.5 ล้านคน การสังหารที่ร้ายแรงเลื่องชือคือ การใช้ก๊าซ การใช้สารเคมี การเยี่ยมชมของบริษัททัวร์นี้ทำได้ดีมากคือในระหว่างการเดินทางซึ่งมีระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรจากคราโควนั้น เขาจัดให้ดูภาพยนต์ซึ่งมีภาษาอังกฤษกำกับข้างล่าง จึงทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น แต่บอกได้คำเดียวว่า สลด อาการเดียวกับตอนที่ไปดูพิพิธภัณฑ์ที่ฮิโรชิมาเลย

ทำกันได้ขนาดนี้เลยทีเดียว เขาว่ากันว่า  ทหารรัสเซียเข้ายึดค่ายได้เร็วมาก นาซีทำลายหลักฐานไม่ทัน หลักฐานบางอย่างถึงเล็ดรอด ปรากฏให้พวกเราเห็นถึงความโหดร้ายของสงครามมาได้ถึงปัจจุบัน การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ จบด้วยการพาไปที่ Birkenau ซึ่งเป็นค่ายกักกันอีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ห่างกันเท่าไร ค่ายนี้จัดเป็นค่ายกักกันที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดในโลก (ไม่ภูมิใจสักนิด เศร้าและหดหู่สุด สุด)

ไกด์ของบริษัทนี้ทำได้ดีมาก ขอชื่นชม เธอสามารถพานักท่องเที่ยวไปกับอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย ตอนจบเธอบอกว่า

ถึงแม้มันจะเป็นสถานที่ที่มีความโหดร้าย แต่ในสถานที่แห่งนี้ ก็ยังเป็นสถานที่ที่ก่อให้เกิดความรัก มีความรักเกิดขึ้นในค่ายนี้มากมาย หลายคน หลายคู่ที่ได้เรียนรู้จักกัน แม้ในช่วงเวลาสั้นๆ บางคู่รอเวลาที่จะมาถ่ายทุกข์ (เข้าห้องส้วม) เพื่อได้เจอกัน และเมื่อมีชีวิตรอดออกไป ก็ไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

วันอื่นๆ ในคราโควของสองสาวคือ การเข้าร่วมประชุมสัมมนา ซึ่งจะมีงานกินเลี้ยงเกือบทุกวันดังปรากฏในภาพในหัวข้อที่ผ่านมา

 วันสุดท้ายสาลีแอบไปเดินซื้อเสื้อสีสวยมาให้ 1 ตัว

ขอบใจในน้ำใจที่มีให้กันตลอดจ้า มันไม่ได้อยู่ที่สิ่งของ แต่น้ำใจ การเอาใจใส่กัน สำคัญจ๊ะมันสำคัญ

ตั้งใจ ให้ใจ ใส่ใจ สำคัญจริงๆน่ะค่ะ

หวังว่าสักวัน คงจะ เข้าใจ

ท่าทางจะจบแบบลิเก ลิเก ไม่เอาดีกว่าค่ะ ถ้าเป็นไปตามตารางการเดินทาง ครั้งหน้าจะพาไปเยอรมัน สวิซเซอร์แลนด์ จบด้วย ลิเวอร์พูล ค่ะ

หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น

สรา

 

IMG_1453

 ระวัง ไฟฟ้าแรงสูง อันตรายถึงแก่ชีวิต

ภาษาเยอรมันในค่าย Auschwitz

 

IMG_1468

ร่องรอยของค่าย Birkenau

 

IMG_1478

อีกมุมหนึ่งของค่าย Birkenau

 

IMG_1481

กลุ่มทัวร์ที่ไปด้วยกัน ที่ค่าย Birkenau

 

พาเที่ยวคราโคว โปแลนด์ October 5, 2009

วันเสาร์ที่ผ่านมาได้กินข้าวเย็นกับท่านอู๋

เพื่อนอู๋ถามว่า “เพื่อน เมืองที่เพื่อนไปมา สวยไหม” เพื่อนก็เลยเงยหน้าจากจานก๋วยเตี๋ยวในห้างหรูแถวสุขุมวิท ตอบเพื่อนอู๋ไปว่า

โห อยากให้เพื่อนอู๋ไปด้วยเป็นที่สุด เมืองมันโบราณเหมาะกับพวกเรามาก สวย (ย ยักษ์ต้องออกเสียงยาวหน่อย) ที่สุดเลย

เพื่อนอู๋บอกว่า แล้วฉันจะไปเข้าblog ของเธอดูรูปสักหน่อย ดังนั้นก่อนที่เพื่อนอู๋จะมีเวลาว่างเข้ามาดูต้องรีบเขียนบรรยายเรื่องเมืองสักหน่อย เดี๋ยวมีโวยวาย “อะไรนะ (ของแท้ต้อง ว่ะ) มีแต่เรื่องวิชาการ ฉันไม่อยากอ่าน”

ดังนั้น ขอเชิญเพื่อนหาความสำราญได้ ดังนี้

การเดินทางครั้งนี้ไปกับศิษย์เก่าสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย คนนี้เพื่อนอู๋ เคยพบแล้ว เธอมีชื่อว่า สาลี เป็นคนเมืองเหนือเหมือนกัน สาลีเกือบเกิดเป็นคนต่างประเทศ เพราะเกิดที่จังหวัดตาก ขอบใจสาลีที่ไปหาตั๋วราคา reasonable ภาษาไทยใช้คำว่า ตั๋วราคาถูกมาให้อาจารย์ได้ใช้บริการ ไปกลับยุโรปครั้งนี้ ตั๋วเครื่องบินมีราคา สองหมื่นหกพันบาท โดยสายการบินออสเตรียน (แห่งประเทศออสเตรีย) เมื่อเป็นตั๋วราคาถูกก็ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องเป็นธรรมดา เพื่อนไปเปลี่ยนเครื่องที่เมืองเวียนนา พักอยู่ที่สนามบินเวียนนาประมาณสามชั่วโมงแล้วบินต่อไปยังเมืองคราโคว ประเทศโปแลนด์ โดยเครื่องบินขนาดเล็ก มันเล็กจริงๆนะ แต่ก็ปลอดภัย เพื่อนนั่งหลับสถานเดียว จะตื่นก็ต่อเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง

ประเทศโปแลนด์ คุ้นๆอีกแล้ว ตอนเด็กๆ จำได้ว่า แม่ซื้อมีดคุณโต้มาหนึ่งด้าม (ถูกต้องตามลักษณะนามไหม) และแม่บอกว่า มันคมมากเพราะมาจากโปแลนด์ มีดอันนี้เลยมีชื่อว่า มีดโปแลนด์มาโดยตลอด เพื่อนก็เลยรู้จักประเทศนี้จากมีดที่อยู่ในครัว

สำหรับเมืองคราโคว ไม่เคยได้ยินเลย ก็เลยต้องศึกษาก่อนจะไปนิดหน่อย ว่า เป็นเมืองเก่า เหมือนๆกับอยุธยาบ้านเรา

เริ่มที่ชื่อเมืองก่อน คราโคว เป็นชื่อภาษาอังกฤษ คราครูพเป็นชื่อภาษาโปแลนด์ และคราเคราเป็นชื่อภาษาเยอรมัน

ไปครั้งนี้เป็นที่แน่นอนว่าต้องจ่ายเงินเองทุกบาททุกสตางค์ ยินดีไม่มีปัญหา มันเป็นการลงทุนเพื่อการศึกษา เอาล่ะ ชื่องานประชุมเนื้อหาก็ดี คนมาพูดก็ดี คนมาฟังก็ดี ทุกอย่างทำให้ตัดสินใจเสียเงินไปเอง

ดังนั้นต้องประหยัดเรื่องบางเรื่องกันหน่อย ตั๋วได้ถูกสุดแล้ว ที่พักล่ะ ทำไง ศิษย์เก่ายุโรป ไม่กลัวอยู่แล้ว (คุยหน่อย) หาพักตามมหาวิทยาลัยดีกว่า ถูก ประหยัด ปลอดภัย ดังนั้นก็ได้ที่พักถูกอีก เป็นหอพักมหาวิทยาลัยชื่อหอพัก Nawojka ตั้งอยู่ที่ถนน Reymonta 11 คืนละประมาณ เก้าร้อยบาทไทย เน้น เก้าร้อยบาทไทย ห้องคู่จ๊ะ อยู่ สองคน หากท่านใดต้องการไปขอแนะนำให้ติดต่อดังเวบลิงค์ข้างล่างนี้

ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย จึงทำให้รู้ว่าเป็นหอพักของมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ที่ประชุมมากที่สุดที่ใช้วิธีการเดินไปประชุม (โห)

สรา และสาลี ถึงสนามบินคราโควประมาณเที่ยงๆ จากการค้นคว้าหาข้อมูลไปบอกว่าต้องไปซื้อตั๋วรถเมล์เข้าเมืองก่อน ดังนั้นทั้งสองสาวจึงเดินไปที่ศูนย์ข้อมูล เพื่อถามเรื่องตั๋วรถเมล์ แต่ปรากฏว่า น้องฝรั่งคนสวยยัดแผนที่ของเมืองคราโควใส่มือมาให้ และบอกว่าตั๋วรถเมล์ซื้อบนรถก็ได้ ต้องขอบคุณน้องฝรั่งคนนี้ เพราะแผนที่ฉบับนี้ทำให้พวกเราไปไหนมาไหนในเมืองคราโควได้ทั้งอาทิตย์ แผนที่เขาดีจริงๆ ละเอียดทุกตรอกซอกซอย

สองสาวขึ้นรถเมล์ เบอร์ 292 เข้าเมืองด้วยราคา 3 ชลอตี้ คิดเป็นเงินไทยต้องคูณด้วย 12

ถูกแฮะ จริงจ๊ะ ค่าครองชีพไม่แพง ลืมไปว่าโปแลนด์ยังไม่ใช้เงินยูโร ต้องดำเนินการแลกเงินยูโรมาเป็นเงินตระกูลของเขาก่อน ให้ดำเนินการแลกเงินที่สนามบิน และกรุณาเดินให้ครบทุกร้านจ๊ะ

จากสนามบิน เดินทางมาโดยรถเมล์ ต้องลงรถเมล์ที่ป้าย AKH อ่านว่า อาร์ คา ฮา เฮ้ย อ่านเหมือนภาษาเยอรมันเลย (เอ เค เอช ในภาษาอังกฤษ) คุ้นอีกแล้วเรา ท่าทางจะไปรอดงานนี้ แต่เนื่องด้วยซอยอยู่ลึกสักนิดประมาณสองร้อยเมตร ถ้าเดินตัวเปล่า ก็สบาย แต่นี้มีกระเป๋าเดินทางด้วย เลยต้องทุลักทุเลนิดหน่อย แต่ก็ต้องทำใจรับสภาพ

เมื่อถึงหอพัก เพื่อนพยายามส่งภาษาอังกฤษกับคนโปแลนด์ น้องฝรั่งตัวโต (ทราบชื่อทีหลังว่าน้องเคท) ไม่เข้าใจ อย่าไปโทษเขา เพื่อนคงสำเนียงไม่ดี ทำไง เขาบอกว่า ไม่เข้าใจ เพื่อนเลยลองเสี่ยงดู ก็เลยพูดออกไปว่า “oder Deutsch”  แปลว่าหรือใช้ภาษาเยอรมันดี

เท่านั้นเอง น้องเคทคนสวย ยิ้ม ตาสีฟ้าเป็นประกาย สรุปวันแรก พูดคุยกันด้วยภาษาเยอรมัน สบายเพื่อนอีกแล้ว เพื่อนได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ด้วยภาษาเยอรมัน ขอบคุณสวรรค์

เข้าพักเป็นที่เรียบร้อย อาบน้ำอาบท่า สองสาวก็จัดการสำรวจเมืองใช้แผนที่ที่มีในมือและข้อมูลจากน้องเคท แกสั่งว่าออกจากหอพักให้เดินเข้าหาถนนใหญ่เดินตรงไปอย่างเดียว (อย่าไปทางไหนน่ะ) เธอก็จะถึงจตุรัสใจกลางเมือง

คราโคว สวยกว่าที่คิดไว้จมเลย  สิ่งก่อสร้างซึ่งส่วนใหญ่เป็นโบสถ์จะมีขนาดย่อมๆ แต่ไม่ขี้เหร่ มีโบสถ์เยอะมาก เรียกได้ว่า พบกันทุกสามร้อยเมตร เหมือนอยุธยาที่มีวัดเยอะแยะ เช่นใดก็เช่นนั้นเลย 

สรุปคราโควบริเวณรอบๆจตุรัสใจกลางเมือง สวยมาก หากใครชอบตึกเก่า โบสถ์ ป้อมปราการเมือง อนุสาวรีย์ ขอแนะนำเดิน เดิน เดิน สักสองวัน จะเก็บรายละเอียดได้หมด จนถึงวันกลับเมืองไทย เราสองคนยังเสียดายว่า ยังเดินไม่รอบเลย

ขอหยุดวันที่ 1 เท่านี้ก่อนเพราะว่า เพื่อนใส่รายละเอียดมากไป ให้พักสายตาดูรูปสวยๆ ของสองสาวกันหน่อย

 

 

IMG_1236

 ลูกศิษย์และอาจารย์ ที่สนามบินเวียนนา

 

IMG_1251

http://www.yac.org.pl/en/individual–tourists–nawojka

สาลีหน้าหอพัก Nawojka

 

IMG_1266

รถม้า สัญลักษณ์ของเมืองคราโคว

เหมือนลำปางบ้านเราเลย

 

IMG_1268

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองคราโคว  ณ จัตุรัสใจกลางเมือง

 

IMG_1275

เด็กฝรั่งนี่ ต้องห้ามให้หยุดโตนะ

พุงของน้องเขากลมมาก หักห้ามใจไม่อยู่

 

IMG_1282

สองสาวหน้าโบสถ์ ณ จตุรัสใจกลางเมืองคราโคว

 

 

Effort-Reward Imbalance ณ เมืองคราโคว โปแลนด์ October 1, 2009

Filed under: แพร์และ The Gang — saraarphorn @ 11:04 am
Tags: ,

ดังที่ได้เกริ่นไว้เมื่อวานเรื่องเจ้าพ่อคนที่สองที่พบกันในงาน และมีนัดกันต่อในงานกินเลี้ยงตอนเย็น วันนี้ก็เลยนำรูปของท่านและงานที่ท่านนำเสนอมาให้ได้ดูกัน อาจารย์คิดว่าคงไม่น่าจะต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม

คุ้มค่าจริงๆกับการเดินทางไปเสาะแสวงหาความรู้ในครั้งนี้ อาจารย์สัญญากับProf. ท่านไว้ว่าจะติดต่อมาแน่นอนและจะพยายามทำงานวิจัยร่วมด้วยในอนาคต ทฤษฏีของท่านมันโดนใจจริงๆ ขณะที่ท่านอธิบาย ท่านได้บอกว่า Reward มันไม่ได้ออกมาในรูปของเงินอย่างเดียว แต่มันออกมาในรูปแบบอื่นๆอีกในสังคมเช่นการยอมรับ การชมเชย การเห็นคุณค่า และถ้าทั้ง effort ความตั้งใจ ความพยายามทำงาน  และ เจ้า reward รางวัล ที่ได้มันไม่สมดุลกันก็จะเกิดความเครียดในการทำงานขึ้น

งานนี้ มีต่อแน่นอน เราต้องนำมาเรียนรู้และประยุกต์ใช้ได้อย่างแน่นอน จากการคุยกันในเบื้องต้น ท่านว่า มีการแปลตัวเครื่องมือที่ใช้ในทฤษฎีนี้เป็นภาษาไทยแบบขออนุญาตท่านเรียบร้อยแล้วในเมืองไทย ท่านว่าจะแนะนำให้อาจารย์ได้รู้จักกันนักวิจัยไทยที่ทำเรื่องนี้อยู่  และอาจารย์ก็วาดฝันวางแผนว่า ปีหน้าคงต้องไปฝึกงานกับท่านสักหน่อย ปีหน้าคงได้ควบหลายงานแล้วเดินทางในครั้งเดียวเพราะมีตารางงานการทำงานหลายงานด้วยกันในยุโรปในปีหน้า

ฝากรูปให้ได้ดูและเรียนรู้กันค่ะ

อาจารย์สรา

 

IMG_1713

 

 

IMG_1715

 

 

IMG_1717

 

 

IMG_1718

 

 

IMG_1719

 

 

 

 

IMG_1722

 

IMG_1827

อาจารย์สรา Prof.Siegrist และสาลี ในงานเลี้ยง ณ เมืองคราโคว