Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

น้องสาวที่รัก May 24, 2009

Filed under: แพร์และ The Gang — saraarphorn @ 11:57 pm

เตรียมพร้อม หนึ่งในบรรดาแพร์และ the gang  คือ น้องปุ้ม โทรมานัดแนะ ท้าดวล ท่องเพลงคาราโอเกะ ในวันพุธ เราจะต้องฉะ-หลอง กัน อุตส่าห์รอคอยกันมาแสนนานกับคำนำหน้าชื่อใหม่ (อ่านดีๆ ไม่ใช่นามสกุลใหม่จ๊ะ)

วันแรกที่ทราบข่าว อาจารย์ส่งข่าวบอกวันเพ็ญใต้ “เพ็ญ พี่มีข่าวดีจะบอก” เพ็ญ ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนนามสกุลหมาดๆ ร้องเสียงหลงว่า อาจารย์จะแต่งงานเหรอคะ

อาจารย์รีบบอกทันที อันนี้คงเป็นเรื่องแปลกและข่าวแปลกละ หาใช่ข่าวดีไม่ ฉันให้เธอคิดหนึ่งชั่วโมงเดี๋ยวช่วยโทรกลับมาบอกด้วย และแล้วอาจารย์ก็รอ อยู่ ไม่ปรากฏการโทรศัพท์ของเพ็ญเลย เธอยังคิดไม่ออก และแล้วอาจารย์ก็ต้องโทรไปเฉลย เสียสตางค์อีก

กลับมาเรื่องยายปุ้มต่อ ขอบอกปุ้มว่า อาจารย์เริ่มซ้อมแล้ว เราต้องเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ เมื่อวานนี้หลังจากเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาหลีจากหนังเรื่องลีซานแล้ว อาจารย์รีบไปซ้อมคาราโอเกะในห้องฟิตเนตทันที ฝรั่งต่างชาติที่คอนโดไฮโซงง มาครั้งนี้แปลก มันร้องเพลงด้วย ไม่ได้เลย ครั้งนี้ต้องฉลองกันหน่อย

เรามาลุ้นกันว่า เย็น เย็น ของเจ้าปุ้ม มันจะมาสักกี่โมง ครั้งที่แล้ว เย็น เย็นของปุ้ม ก็ปาเข้าไป สองทุ่มครึ่ง ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่า จะเป็นกี่โมง แต่เอาละ อาจารย์ได้เตรียมแกงค์ไว้แล้ว คุณอี๊ด น้องแป๋ม น้องกบ อาจารย์น้องนันต์ อาจารย์นันท์  พวกเราเริ่มกันไปก่อนได้

บอยเล็ก บอยใหญ่ เพ็ญเหนือ โหน่ง มาไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราไปครั้งหน้า ครั้งนี้ให้โอกาสยายปุ้มเขาก่อน เขาอั้นมานาน ยายปุ้มและน้องกบ คงได้แย่งกันร้องโดยมีอาจารย์นัน ทั้งสองยืนพื้นให้

รศ.ดร. สรา นามสกุลเดิม ขอรับคำท้าดวล

 

twoAjs

รูปนี้ พี่ดูดีจ๊ะเพ็ญ ของเลือกรูปนี้นะ เห็นด้วยไหม

 

ผลลัพธ์จากการขับเคลื่อน May 24, 2009

ข่าวแจ้ง ข่าวร้อน จากคุณอรพิน
โพสต์ทูเดย์ — คลังดันกองทุนอุ้มแรงงานนอกระบบจ่ายสมทบ 100 บาท/เดือน มีเงินเดือนหลังเกษียณเกิน 50%
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ให้นโยบายเร่งดำเนินการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบเพื่อเป็น หลักประกันให้กับแรงงานนอกระบบ และในระบบมีรายได้เกษียณอายุ 60 ปี ไม่น้อยกว่า 50% ของเงินเดือนสุดท้าย

ทั้งนี้ หากกองทุนกบช. มีผลบังคับใช้จะเริ่มใช้กับแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีอยู่ประมาณ 23-24 ล้านคน เข้าสู่ระบบก่อน

โดยให้ส่งเงินสมทบกองทุนขั้นต่ำ 100 บาทต่อเดือนถึง 1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความสามารถของแรงงาน โดยส่วนนี้รัฐบาลจะสมทบให้กับแรงงาน 50 บาทต่อเดือน ซึ่งภายใต้สมมติฐานที่แรงงานส่งเดือนละ 100 บาท จะได้เงินหลังเกษียนเดือนละประมาณ 2,800 บาทต่อเดือน ซึ่งแรงงานนอกระบบที่จะส่งเงินสมทบ เข้ากองทุนต้องอายุ 15-60 ปี

นายสมชัย กล่าวว่า กบช.จะมีเงินกองทุนเข้ามาปีละ 4 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนที่รัฐบาลต้องจ่ายสมทบเดือนละ 50 บาท จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท ในส่วนนี้ก็จะมีการนำไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ เป็นกองทุนส่วนบุคคลของแรงงานเหมือนกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งแรงงานที่ส่งจ่ายเงินจะมียอดส่งเงินและผลประโยชน์ที่ได้ชัดเจน โดยกองทุนนี้ถือเป็นภาคบังคับ

นอกจากนี้ ร่างพ.ร.บ. กบช.ยังกำหนดว่าหลังกฎหมายมีผลบังคับไปแล้ว 2 ปี ก็จะบังคับให้แรงงานในระบบประกันสังคมที่มีอยู่ประมาณ 10 ล้านคน เข้ามาอยู่ในระบบกบช. เพื่อให้เป็นหลักประกันว่าจะ มีรายได้หลังเกษียณไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้เดือนสุดท้าย เพราะปัจจุบันสมาชิกกองทุนประกันสังคมมีรายได้หลังเกษียณอยู่ที่ 38% ของรายได้เดือนสุดท้ายถือว่าน้อยเกินไป โดยในส่วนนี้จะเป็นแรงงานและนายจ้างที่ต้องจ่ายเพิ่ม รัฐบาลจะไม่จ่ายสมทบเพิ่มให้ในส่วนนี้

เบื้องต้นจะบังคับให้ผู้ประกอบการ ที่มีลูกจ้าง 200 คนขึ้นไปก่อน หลังจากนั้นอีก 2 ปี ถึงจะบังคับผู้ประกอบการที่มีแรงงานน้อยกว่า 200 คน

นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของแรงงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทซึ่งเป็นกองทุน ภาคสมัครใจ ในส่วนนี้จะขอให้โอนบางส่วนมาเป็นกองทุนภาคบังคับของกบช. เช่น เคยส่งให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 5% ก็ให้โอนมาที่ กบช. 3% ที่เหลือ 2% ไว้ที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเหมือนเดิม ซึ่งการตั้งกองทุน กบช.นี้จะเป็นประโยชน์กับแรงงานทุกคน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่ไม่มีหลักประกันรายได้เกษียณในขณะนี้ นอกจากเบี้ยยังชีพของรัฐบาลที่ให้อยู่เดือนละ 500 บาท

ข่าวจากโพสต์ทูเดย์ 22 พฤษภาคม 2552

นำมาแจ้งอีกรอบ

หัวหน้าศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบ ภาคกลาง