Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

in Ulm ภาค 2 May 11, 2009

เมื่อวานพวกเราศิษย์เก่าเยอรมัน ณ ซอยอารีย์ไปดูหนังกันมา สนุกมาก หนังเรื่องนี้ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ตอนใกล้จบก็ทำประหนึ่งเหมือนว่าจบแล้ว แต่โชคดีว่า มีตัวภาษาไทยขึ้นมาว่า นั่งอยู่ก่อน หนังยังไม่จบ เป็นระยะๆ ทำให้ตื่นเต้นจนวินาทีสุดท้าย 

ศิษย์เก่าเยอรมันที่ว่าประกอบด้วย พี่หมอจ้อย น้องกบ และอาจารย์ปู พวกเราอยู่อาศัยใกล้ๆกัน เมื่อก่อนน้องกบเช่าอพาร์ทเมนต์อยู่ในซอยลึก วันดีคืนดีพี่หมอจ้อยขับรถไปส่ง พี่หมอจ้อยให้ข้อสังเกตว่า บ้านกบอยู่ลึกเกินไป มาอยู่คอนโด(ไฮโซเหมือนกัน)ของพี่หมอจ้อยดีกว่า ดังนั้น ณ บัดนี้น้องกบก็เลยได้ย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโดผาสุข ณ อารีย์สัมพันธ์เรียบร้อย

เมื่อดูหนังเสร็จ พวกเราก็ดำเนินกิจกรรมคล้ายคลึงกับตอนที่อยู่ที่เยอรมันคือ ไปกินกัน ณ บ้านใคร คนใดคนหนึ่ง เมื่อวานเป็นที่อื่นไปไม่ได้เลย ต้องเป็นคอนโดไฮโซของดิฉันก่อน พี่จ้อยบอกว่า คืนนี้ละครตอนจบ ต้องดู น้องกบบอกว่า มีแหนมเนืองมาจากขอนแก่น ทำท่าปรามๆขณะที่พี่ๆจะซื้อข้าวซื้อของไปกินตอนเย็น ดูท่าทางพี่จ้อยจะใช้พลังงานในการดูหนังไปมาก เลยซื้อพยายามจะซื้อของกินเยอะ เจอไม้ตายน้องกบ ว่า แหนมเนืองกบมีตั้งสองชุด เข้าไป พี่ๆ ก็เลยหยุด

น้องยันต์ น้องชายที่รัก ถูกตามตัวมาหั่นผัก (เหมือนตอนอยู่ที่ไฟร์บวร์กเลย) ด่วน แต่น้องยันต์มาไม่ได้ เพราะมีงานนำเสนอโรงงาน พวกเราสามคนก็เลยต้องหั่นผักไปตามระเบียบปฏิบัติ จะว่าสามคนก็ไม่ถูกนัก เพราะมีแต่พี่จ้อยกับน้องกบ เท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ อาจารย์ปู มัวแต่เปิดตำรา จัดการกับเครื่องไมโครเวฟที่ซื้อมาแล้วไม่เคยทำกับข้าวเลย ทำแต่ขนมเค็กอย่างเดียว (เป็นเครื่อง Combi จ๊ะ) วุ่นวายกับเครื่องสักพักก็จัดการย่างของกิน และอุ่นกับข้าวได้

 เมื่อจัดการกับท้องไส้กันเสร็จ ละครก็มา พวกเราดูกันอย่างสนุกสนาน พร้อมโทรอภิปรายผลกับน้องยันต์เป็นระยะๆ ในระหว่างนั้น พี่จ้อยเกิดความคิดบรรเจิดขึ้นมาว่า ปีนี้เราต้องไปเที่ยวกัน ทุกคนก็หาวันหยุด พี่จ้อยอีกแหละ “เดือนตุลามีวันหยุด” น้องกบหยิบปฏิทินทันที พี่จ้อยคิดโปรแกรม พวกเราจะไปปายกัน โอเคคะ เห็นด้วย เห็นด้วย วางแผนทันที

เรานึกในใจ นี่แหละพวกเรา วางแผนกันยาว ประสบการณ์การทำงานกับคนอื่นๆ ซึ่งไม่ค่อยจะวางแผนเลย นี่ไง สิ่งที่แตกต่าง เขาไม่ค่อยจะวางแผนกันเลยนะ พอมาเจอไอ้คนชอบวางแผนประมาณเรา เราก็เลยกลายเป็นคนที่น่ารำคาญไป เพราะดันไปชอบพูดถึงเรื่องอีกตั้งนานกว่าจะเกิด มุมมองของคนเราช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยากน่ะที่จะเกิดความเข้าใจกันอย่างดี เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก แต่ข้อคิดหรือข้อเท็จจริงก็คือ คนแต่ละคนโดนสิ่งแวดล้อม ที่ทำการหล่อและหลอม มาไม่เหมือนกัน เราเองจะชินกันการพูดถึงเรื่องที่จะทำ แต่บางกลุ่มคน เขารอใกล้ๆก่อน ถ้าเขาเหล่านั้น มาอ่านตรงนี้ เขาก็ไม่เข้าใจอีก ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้าเป็นเรา เราก็ไม่ทำอย่างเขา ดังนั้นเขาก็คงไม่มาทำอย่างเราเหมือนกัน

มีบ่น เล็กน้อย แต่ก็ได้ข้อคิดนะคะ ประเด็นคือ การวางแผน ที่เราชอบวางกันจ๊ะ

เล่าต่อ วันนี้จะมีเรื่องของพี่ตู่ด้วย

Dein Blog war ja so schön geschrieben, es war auch lustige Erinnerung
an die vergangen Zeit. Danke, dass du uns Käsekuchen gebacken hast, da
bekommt man doch Heimweh nach Deutschland, oder? 

ข้อความข้างบน เป็นเมล์ที่มาจากพี่ตู่ค่ะ ดีใจที่สุดเลย พี่ตู่เชื่อไหมค่ะ พี่ตู่เป็นคนแรกๆ เลยที่ชมว่า บล๊อกนี้เขียนได้ดี เขียนได้สนุก ที่เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ เพราะคนที่นี่ เขาติดนิสัย เฉย เฉย กันค่ะ

อะไรที่ดี เขาก็เฉยๆ ไม่มีแม้แต่คำชมให้ได้ยิน นิ่ง นิ่ง เฉย เฉย แต่อย่าได้ไปทำอะไรที่ผิดแผกและแตกต่างนะ เดี๋ยวจะมีการส่งเมล์ยาวเป็นหางว่าวทันที นี่คือประเด็นที่สอง

“การแสดงความซาบซึ้งที่ออกมาเป็นรูปธรรม ในเรื่องดีๆของคนอื่น หาได้ยากในกลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศไทย”

เพราะไปติดกับคำ (หรือ แก้ตัวให้กับตัวเอง) ว่า “คนไทยไม่ค่อยชอบแสดงออก”

เอ๊ะ เอ๊ะ ไม่ใช่กระมังคะ เลือกแสดงออกมากกว่าหรือเปล่า เพราะเรื่องไม่ดี (กับตนเอง) ยังมีการตอบสนองกันทันทีเลย ไม่เห็นนิ่ง นิ่ง และ เฉย เฉย เหมือนกับที่คนอื่น ได้ทำดี ทำสิ่งที่ถูกที่ต้องเลย ขอฝากข้อคิดเห็นนี้ไว้ สำหรับคนผ่านไปผ่านมาอ่าน blog นี้ค่ะ

การชื่นชมคนอื่นที่เขาทำความดี เป็นสิ่งที่ดีนะค่ะ ถ้าจำไม่ผิด ถือเป็นธรรมะ หรือเป็นการทำบุญด้วย ในหลวงของเรา ท่านยังรับสั่งเลยว่า จงสนับสนุนคนที่ทำความดี ทำสิ่งดี

ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาคุยเรื่องดีๆ กันต่อค่ะ นอกจากนี้ พี่ตู่ยังเขียนมาเล่าว่า มัลลิกาลูกสาวของพี่ตู่กำลังจะเริ่มทำปริญญาเอก ที่ University of Denver ซึ่งมีคนสมัครถึง 230 คน แต่รับแค่ 4 คน และได้ทุนด้วย น้องมัลลิกาลูกสาวของพี่ตู่ และเป็นคนเก่งของพวกเรา ได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนต่อและได้ทุนด้วย เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด ฝากบอกมัลลิกาว่า หากเรื่องอะไรที่พี่ปู พอจะช่วยเหลือได้ ขอให้บอกทันที พี่ปูจะพยายามอย่างที่สุดจ๊ะ จะมาเก็บข้อมูลในเมืองไทยหรือไปเมืองลาว เมืองญี่ปุ่น ขอให้เลือกเมืองที่พี่ปู มีสายสัมพันธ์(ที่ดี) อยู่ 

คนเมือง ulm ของเรา เก่งจริงๆ ดีใจที่สุดค่ะ สงสัยว่า อากาศเมืองนี้ มันจะบริสุทธิ์มาก เมื่อคนสูดอากาศไปแล้วทำให้เกิดปัญญาที่ดีค่ะ

โอเว่อร์ไปหรือเปล่า แต่มันเป็นสมมติฐาน ที่สมควรจะต้องมีการพิสูจน์โดยคนรุ่นหลังต่อๆ ไป

ดร. ปู ณ อารีย์

ปล. จากภาษาเยอรมันข้างบน พี่ตู่ยังขอบคุณเรื่องขนมเค้กอีกด้วย

เสร็จแน่ครั้งหน้าถ้ามาเมืองไทย ได้กินทุกสามวันแน่นอนค่ะและ

อีกเรื่องที่สำคัญมากหนึ่งเรื่อง เกี่ยวกับ คำว่า ขอบคุณ คือ  

ปูขอขอบคุณพี่หมอจ้อย ที่ได้ให้โอกาส อนุญาตให้ปูร่วมเดินทางไปทำบุญวัดที่จังหวัดชลบุรี และพบกับผู้ใหญ่ใจดี คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่ใจดีและมีเมตตา คุณป้าปิ่น จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อนและพี่ๆน้องๆ จากกระทรวงการคลัง  ขอบคุณพี่จ้อยจ๊ะ ครั้งหน้าเรากินอาหารอิตาเลี่ยน ในซอยบ้านเรากัน ปูขออนุญาตเป็นเจ้าภาพ