Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

รูปเพิ่มเติมจากการรวมตัว April 29, 2009

ต๊กกะใจ ได้รับเมล์ 16 ฉบับ ไม่เคยได้รับเยอะแยะอะไรจะขนาดนี้มาก่อนเลย ใครส่งมากันนะแต่หัววันเลย

 

น้องชะเอมนี่เอง วันนี้น้องป๊อก เอมเอี่ยมส่งรูปมาให้  รูปเหล่านี้ได้มาจากกล้องอายุ 15 วัน น้องป๊อกบอกว่า ขอโทษนะครับมีรูปอาจารย์น้อยไปหน่อย น้องป๊อกก็เลยส่งรูปทานตะวันมาให้ดู น้องป๊อกคงเห็นหน้าอาจารย์กลมเป็นดอกทานตะวัน อย่างไรอาจารย์ก็เหมือนเดิมค่ะ หน้าเด็กเหมือนเดิม พูดจริงอยู่แล้ว จากในรูปยังดูแก่ไปด้วยซ้ำ (wow!) 

 

 

หวังว่าคงจะได้พบกันเร็วๆนี้ ครั้งหน้าพวกเราคงได้ของที่ระลึกจากรถไฟฟ้าหรือไม่ก็ ปตท. หรือไม่ก็ซีพี สำหรับจากมหิดล มีใจ เป็นกำลังให้อยู่แล้วค่ะ (คุยกับพี่ป๊อกมากไปหน่อย ได้เชื้อความหวานมาเลยทีเดียว)

 

ให้กะลังใจ ทุกๆคนจ๊ะ

หัวหน้าแกงค์กินนอน

 

หมูปิ้งข้าวเหนียว และกาแฟสตาร์บัค

 

ppp

ชอบรูปนี้มากค่ะ ขอให้ชื่อว่า PPP Pen Poke Pare เพ็ญ ป๊อก แพร

 

ning2

เพ็ญ ส่งสายตาหวานมองพี่เอด้วย รูปนี้ก็ชอบค่ะ

 

pum

ลูกสาวคนใหม่ของอาจารย์วิชัย ยายปุ้ม หัวหน้าแกงค์เสื้อชมพู กางเกงขาสั้น

 

ajvichai

อาจารย์นพนันท์ (ผู้อบอุ่น) น้องกบ อาจารย์นันต์และอาจารย์วิชัย

เห็นถุงบนโต๊ะไหม จากบริษัทน้องป๊อกจ๊ะ

 

chompu

แกงค์สาวเสื้อชมพู บนโต๊ะไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่เลย

กินอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ

chompu2

ยอมไม่ได้ รูปนี้หน้าแก่กว่าตัวจริง หมายถึงอาจารย์จ๊ะ

 

kob

ตกลงแล้ว แสงสวย หรือคนสวยจ๊ะ

ขอบใจหนูกบ ที่สุดเลย

 

การรวมตัวอีกครั้งของแกงค์กินนอน April 26, 2009

เขาว่ากันว่าการมีชีวิตของคนเรานั้นเหมือนกับการเดินเก็บสิ่งของ เรื่องราวลงกระเป๋าเดินทางเก็บกันอยู่สักประมาณ 70 ปี ก็จะหยุดเก็บและจะหายตัวกันไป ดังนั้น ในช่วง 70 ปีของการมีชีวิตอยู่กันนี้ สมควรจะเก็บในเรื่องดีๆลงกระเป๋าของแต่ละคน ในทำนองเดียวกัน เรื่องราวที่ไม่ดีก็ไม่ต้องเก็บกันลงไปในกระเป๋า เรื่องราวของแกงค์กินนอน ภาคพิเศษรุ่น 1 ที่พวกเราลำบากฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนาๆ มาด้วยกันโดยมีจุดประสงค์หลัก จะจบปริญญาโทให้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปี ถึงแม้ว่าต้องกินนอนที่คณะ ในช่วงเวลาหนึ่งก็ตามนั้น เป็นเรื่องที่อาจารย์คงต้องเก็บลงไปในกระเป๋าใบหรูที่อาจารย์มีอยู่

 

วันเพ็ญ หรืออาจารย์วันเพ็ญ ที่เพื่อนๆเรียก แต่สำหรับอาจารย์จะเรียกว่าเพ็ญใต้ เพราะจะมีน้องเพ็ญเหนืออีกหนึ่งคน ทั้งสองคนเป็นคนที่รักใคร่สนิทสนม พึ่งพาอาศัย ปรึกษาหารือกันและกันอยู่ตลอดเวลา

 

วันเพ็ญใต้ เป็นหนึ่งในแกงค์กินนอน เพ็ญเป็นอาจารย์อยู่ทางภาคใต้ เพ็ญจะมีงานมงคลในเดือนพฤษภาคมทีจะถึงนี้ และจะมากรุงเทพเพื่อมาเตรียมงานมงคลที่ใกล้จะมาถึง อาจารย์ก็เลยได้ความคิดว่า เราต้องรวมตัวกันและทำบางสิ่งบางอย่างให้เพ็ญ ทุกคนอยากแสดงความยินดีในความสุขและงานมงคลของเพ็ญ งานเลี้ยงในวันที่ 25 เมษายน 2552 ก็เลยเกิดขึ้นจากการรวมตัวของพวกเราหลายๆคน คนที่มาไม่ได้ก็ได้ส่งข้อความมาให้เพ็ญ คนที่ส่งข้อความไม่ได้และมาไม่ได้ก็จะติดต่อกับเพ็ญด้วยตัวเองในภายหลัง (คงไม่ลืมนะค่ะแปลว่าห้ามลืมจ๊ะ)

 

วันที่ 25 เมษายน สถานที่นัดเป็นครัวชุมสายเหมือนเดิม คนที่มาถึงเป็นคนแรก คือ ท่านอาจารย์วิชัย อาจารย์โทรศัพท์หาอาจารย์สรา ตอน หกโมงครึ่ง (ก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง) ซึ่งในขณะนั้นเพ็ญยังมาไม่ถึงคอนโดไฮโซเลย อาจารย์สราก็เลยพยายามติดต่อบอย และปุ้ม บอกให้บอยรีบๆมาเพราะอาจารย์วิชัยไปรอที่ร้านแล้ว คนที่มาถึงร้านเป็นคนที่สอง น่าจะเป็นบอย คนที่สามเป็นหนิง เล่มดำ หนิงโทรหาอาจารย์สรา ตอนนั้นอาจารย์กำลังอยู่กับพี่เพ็ญ อาจารย์ก็เลยไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะพี่เพ็ญไม่รู้เรื่องกินข้าววันนี้ ทุกอย่างเป็นความลับ พี่เพ็ญรู้แต่ว่ากินข้าวกับอาจารย์ที่ครัวชุมสายเท่านั้น คนที่สี่น่าจะเป็น อาจารย์ไชยนันต์ กลุ่มของอาจารย์อันประกอบด้วย เพ็ญ น้องกบ ปุ้ม อาจารย์โอ้ (อาจารย์นพนันท์ อาจารย์คนใหม่ล่าสุดของภาควิชา น่ารักและใจดีมาก) และอาจารย์มาถึงเป็นกลุ่มคนที่ 5 ความลับเริ่มจะแตกเมื่อเพ็ญพบกับบอยที่หน้าร้าน อ้าว บอยมาได้อย่างไงเพ็ญทักทายบอย และเริ่มรู้เป็นนัยๆ  อาจารย์นึกในใจ ตาน้องบอย ไม่น่าเดินออกมาเลย ความลับเปิดเผย แต่นี่แหละน่า ความลับไม่มีในโลก เพ็ญเริ่มถามอาจารย์ทันที นี่อาจารย์นัดมากี่คนคะ คนเยอะไหม ทำไมอาจารย์ไม่บอกก่อน โอโห นอนด้วยกันทุกวันปิดเงียบเลย พี่เพ็ญใส่เป็นชุดเป็นชุดเลย แต่อาจารย์รู้ว่าเพ็ญไม่โกรธหรอก เพ็ญก็คงดีใจเหมือนที่อาจารย์ดีใจเหมือนกัน เพราะเราทุกคนอยากสร้างความสุขให้กับทุกคนด้วยใจที่เป็นสุขจ๊ะ อาจารย์บอกกับเพ็ญต่อว่า ยังมีsurprise อีก

 

เข้าไปถึงในร้าน สักครู่ พี่เอ และแพรก็เดินเข้ามาในร้าน เพ็ญบอกว่า มีใครอีกบ้างค่ะ อาจารย์ก็เลยแกล้งบอกว่านี่ยังไม่ถึงครึ่งเลย อาจารย์เห็นดวงตาของวันเพ็ญแล้วมีความสุขมาก (ทั้งอาจารย์และเพ็ญ) หลังจากนั้นกระบวนการกินเริ่มขึ้น แกงค์เพิ่งมาถึงสั่งอาหารจานหลักทันที ถึงแม้ว่าอาจารย์วิชัยจะเสนอของกินเล่นก็ตาม แต่น้องกบบอกว่า เราขอกินจริงกันเลย ดังนั้นของบนโต๊ะจึงขาดแกงคั่วหอยขม ของโปรดของน้องกบไม่ได้ และยังมีอาหารต่างๆอีกมากมาย ยายปุ้มเจริญอาหารมาก เห็นปุ้มกินแล้ว อาจารย์แทบจะไม่ต้องกินอะไรเลย เพราะรู้สึกอิ่ม กินกันไปกินกันมาจนของกินเริ่มหมด ความหิวเริ่มจาง ทุกคนเริ่มคิดถึงพี่ป๊อก พี่ติ่ง สำหรับพี่ติ่ง อาจารย์โทรบอกพี่ติ่งแล้ว พี่ติ่งมาไม่ได้ ขอโทษด้วยเพราะต้องทำงานอยู่ต่างจังหวัด และจะเข้ากรุงเทพวันอาทิตย์ แต่สำหรับพี่ป๊อก ทำไมยังไม่มาถึง มันใกล้จะสองทุ่มแล้วนะ พี่เอโทรหาพี่ป๊อกทันที  พี่ป๊อกของพวกเราไปกลับรถอยู่แถวสุขุมวิท พี่เอโทรคุยกับพี่ป๊อกเป็นระยะๆ สักประเดี๋ยว(ครู่ใหญ่ๆ) ได้ข้อมูลใหม่ล่าสุด ถึงประตูน้ำแล้ว อาจารย์สบายใจ ป๊อกมาได้แน่นอน นี่ไม่ได้เจอกันเกือบปีแล้วนะ

 

Surprise เรื่องที่สองสำหรับพี่เพ็ญ คือ การ์ด ที่รวบรวมคำอวยพรจากเพื่อนๆแกงค์กินนอน อาจารย์ฝากให้ทุกคนส่งเมล์มาและจะทำการตัด ปะ ลงไปให้ เมื่อเพ็ญได้รับ เพ็ญชอบมาก อ่านอย่างละเอียดและตั้งใจ (ดังแสดงในรูป) ขอแจ้งสมาชิกแกงค์ทุกท่านว่า เพ็ญท่าทางจะชอบมากเพราะเมื่อกลับมาถึงคอนโดไฮโซ เพ็ญก็เปิดอ่านแล้วอ่านเล่า คนทำก็ดีใจ๊ดีใจจ๊ะ อาจารย์ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมกันส่งคำอวยพรมาให้ เสียดายว่าหลายคนไม่ได้มาเห็นตอนเพ็ญอ่านการ์ด ไม่เป็นไร รองานหน้ากันนะ ยังมีสมาชิกแกงค์กินนอนหลายท่านกำลังรอคิวอันเป็นมงคลนี้อยู่

 

ในที่สุดพี่ป๊อกก็มาถึงงานได้อย่างปลอดภัย และเหมือนเดิมพี่ป๊อกของพวกเรา ไปไหนมาไหนไม่เคยขาดผลิตภัณฑ์ของบริษัทเลย ตกลงเป็น safety หรือเป็นแผนกโฆษณาประชาสัมพันธ์จ๊ะ ทุกคนที่มาในงานก็เลยได้รับผลิตภัณฑ์ของยูนิริเวอร์กันถ้วนหน้า งานนี้พี่ป๊อกมีของเล่นใหม่มาด้วย คือ กล้องถ่ายรูปตัวใหม่ อายุ 15 วัน งานนี้พวกเราก็จะมีรูปสวยๆ กันล่ะ เพราะพี่ป๊อกสัญญาว่าจะส่งรูปที่เดินถ่ายทั้งงาน (ตามรูป) มาให้ดู

 

เขียนมายาวมาก สุดท้ายงานเลี้ยงก็จบ ทุกคนมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใสกัน จัดการแยกย้ายคนที่มีรถตามไปส่งคนที่ไม่มีรถ และอาจารย์คาดว่าพวกเราคงจะพบกันแน่เร็วๆนี้

 

แต่สำหรับวันนี้ ขออวยพรให้เพ็ญมีความสุขมากๆ อาจารย์เขียนไว้ในการ์ดว่า บางครั้งเราควรโยนเหตุผล(ของเราเอง) ทิ้งเสียบ้าง ขอมาขยายความต่อว่า เพราะต่อไปนี้คงต้องมีคนมาอยู่ร่วมเพิ่มขึ้นแล้ว ก็ต้องอาศัยความรัก ความเข้าใจ กันให้มากๆ มาช่วยดำรงคงความสัมพันธ์ที่สวยงามอันนี้ไว้ อาจารย์คงจะเขียนอะไรได้หวานไม่เท่ากับพี่ป๊อก แต่ขอให้ทั้งคู่รักกันให้มากๆจ๊ะ

 

การรวมตัวของแกงค์กินนอนก็จบลงด้วยความสุขและความสมหวัง

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

หัวหน้าแกงค์กินนอน

 

pen1

เพ็ญ กำลังอ่านการ์ด

 

ning

บรรยากาศที่โต๊ะ หนิงเล่มดำ อจ.นันต์ อจ.วิชัย แพร และป๊อก

 

pi-pok

งานนี้สาวๆทุกคนพร้อมใจใส่เสื้อสีชมพู รวมถึงแพรด้วย

pok2

พี่ป๊อกกับกล้องอายุ 15 วัน

 

พบกันเร็วๆนี้ในพื้นที่ April 23, 2009

23 เมษายน 2552

 

อาจารย์สรากำลังเตรียมตัวเรื่องประชุมพื้นที่บูรณาการ แต่ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากคุณนิคมว่า พรุ่งนี้ต้องเลื่อนการประชุม ท่าทางเราจะเริ่มดำเนินการประชุมในเดือนพฤษภาคม แต่ทางศูนย์วิชาการมีงานต้องเตรียมหลายเรื่องในขณะนี้ ทีมนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยกำลังทำโมเดลเพื่อนำไปจัดแสดงในวันที่ 30 เมษายน 2552 ที่ลานคนเมือง สำนักงานกรุงเทพมหานคร ส่วนอาจารย์สรากำลังปรับปรุงรายงานการประชุมที่ทางแผนงานข้อให้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมในรายละเอียด คาดว่าจะส่งได้ตามกำหนด อาทิตย์หน้า อาจารย์จะลงพื้นที่ที่บ้านเลือก เพื่อตามงานเรื่องการปรับปรุงความปลอดภัยในกลุ่มปลาหวาน และการเพิ่มศักยภาพ อสอช. ต่อไปค่ะ

 

พบกันเร็วๆนี้ในพื้นที่

 

เอาบุญมาฝากจ๊ะ April 16, 2009

งิ้ม เพื่อนรัก

 

เร็วๆนี้จะไปเยี่ยมเพื่อนที่บ้านหลังใหม่นะ จะชวนเพื่อนอู๋ไปด้วย แต่วันนี้ขอเล่าเรื่องเพื่อนรักทั้งสองคนก่อน

วันที่ 10-12 เมษายน ที่ผ่านมา  เพื่อนกับเพื่อนอู๋ ไปปฏิบัติธรรมกันมา เอาบุญมาฝากเพื่อนด้วย เราสองคนนัดเจอกันที่รถไฟฟ้าอ่อนนุช วันที่ 10 เหตุการณ์ไม่สงบเท่าไร แต่เราสองคนก็นัดแนะไปกันจนได้ เพื่อนอู๋บอกว่า อย่าเพิ่งรีบออกจากบ้าน ทั้งนี้เพราะบ้านเพื่อนอยู่ซอยอารีย์ ต้องนั่งรถไฟฟ้าผ่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อนอู๋จัดการวางแผนให้หมด พวกเราโทรนัดกันทั้งวัน ในที่สุดเพื่อนทั้งสองก็ถึงวัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 อย่างปลอดภัย ถึงวัดพร้อมกับความหิว จัดการกำจัดความหิวด้วยก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย และขนมครก 1 กล่อง

กิจกรรมปฏิบัติธรรมเริ่มขึ้นในตอนเย็น(มืด) ของวันศุกร์ กิจกรรมสิ้นสุดประมาณ สี่ทุ่ม เพื่อนถามตัวเองว่า รู้สึกอย่างไร เคร่งเครียดไปไหม คำตอบ ไม่เลย อยากบอกว่า สนุก แต่ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไร ขอเปลี่ยนใหม่เป็น มีความสุขดีกว่า แต่คำแรกมันตรงกว่า เพื่อนเพิ่งได้เรียนรู้ว่าการเรียนรู้เรื่องปฏิบัติธรรมไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเลย ปฏิบัติก็สบายๆ เคยมีคนชวนเพื่อนไปปฏิบัติธรรมเหมือนกัน แต่ในเวลานั้นสงสัยว่า คงยังไม่ถึงเวลาสำหรับเพื่อน แต่พอเพื่อนอู๋ชวน เพื่อนก็รับปากทันที ครั้งแรกที่เพื่อนอู๋เปรยๆ บอกว่าไปเป็นอาทิตย์ หน้าสวยๆของเพื่อนก็เจื่อนลงเล็กน้อย ขอสักสองสามวันได้ไหม การต่อรองได้ผล ในที่สุดเพื่อนอู๋ กัลยาณมิตรก็เลือกที่นี่ จองให้เสร็จสรรพ พร้อมแนะนำการเตรียมตัวหลายๆเรื่อง เธอต้องเอาถุงเท้าไปด้วยนะ

เพื่อนปฏิบัติตามทุกเรื่อง ฟัง ปฏิบัติและปรึกษาหารือ กับเพื่อนอู๋ตลอดเวลา 

เวลาเดินจงกรม ต้องก้าวขาขวาแล้วพูดว่า พุท ขาซ้ายพูดว่า โธ เหรอ อู๋เพื่อนอู๋แนะนำให้ ชี้ทางให้ มีเพื่อนดีสะอย่าง เพื่อนบอกว่า อยู่ที่จิตที่ตั้งไว้ อย่าไปปะปนกับการเคลื่อนไหวของขา (ใช่ไหมเพื่อน) และเพื่อนยังบอกต่อไปอีกว่า เวลาเดินอย่าก้มหน้ามาก เธอทำอย่างนี้เหมือนคนสูงอายุเลย ได้ฟังเพื่อนปรารภดังนั้น เพื่อนเลยปรับปรุงทันที มองไปข้างหน้า ไม่ก้มอีกต่อไป เดี๋ยวหน้ามืด (อีกเหตุผลหนึ่งที่เพื่อนอู๋บอก) เรื่องการเลือกการตั้งจิต สถานที่ตั้ง จะตั้งกันที่ไหนดี ก็เป็นหัวข้อdiscussion กันระหว่างเรา เพื่อนลองครั้งแรก ตั้งที่หน้าผาก ไม่ได้ผล ลองใหม่ เอาเป็นที่ลมหายใจเข้าและหายใจออก เพื่อนอู๋สนับสนุน เห็นดีเห็นงาม

กิจกรรมหลักที่พวกเราทำคือ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น เดินจงกรม เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง นั่งสมาธิ เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง และมีการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เช่น สมาธิตื้น สมาธิลึก เป็นต้น เพื่อนฟังตลอด ในขณะที่เพื่อนอู๋ นั่งสมาธิตลอดงาน (หลับลึกเหมือนเดิม เหมือนตอนเรียนหนังสือเลย)

อีกเรื่องที่ต้องเล่าให้งิ้มฟัง คือ อาหารอร่อยมาก เพื่อนทั้งสองเลือกกินมังสวิรัติ อร่อยทุกมื้อเลย เน้นนี่เป็นเรื่องจริง อาหารมีทั้งเผ็ดและไม่เผ็ด เพื่อนอู๋ช้อนเลือกแต่พริก  ทานเผ็ดได้ใจมากเพื่อนเรา คนภาคเหนือที่รู้จักนี่ทำไมกินเผ็ดเก่งจัง เพื่อนอู๋เป็นหนึ่งในบรรดานั้น

เหตุการณ์นอกวัดไม่ดีเลย แต่เหตุการณ์ในวัด สงบ มีความสุข ขอบใจเพื่อนอู๋ที่รัก แนะนำ ชี้ทางให้เพื่อนได้ทำดี เพื่อนไม่หยุดแค่นี้หรอก กะในใจ เราพบเจอเรื่องที่ดีๆ เราต้องแนะคนอื่นๆ ตอนนี้เพื่อนจะทำเป็นโครงการให้นักศึกษาปริญญาโท ที่ภาควิชาได้มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องดีๆอย่างนี้เช่นกัน เพื่อนอู๋แนะนำ ที่ปฏิบัติธรรมอีกที่ คือเรือนธรรม อยู่ใกล้ๆบ้าน กะว่าจะขายไอเดียให้กับนักศึกษาหากใครสนใจเราจะไปศึกษากัน ทำให้ใจมีสมาธิ จะได้อ่านหนังสือเข้าใจได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้นจะคิดทำสิ่งใดๆ ก็คิดได้คล่องแคล่วขึ้น  

 

นำบุญมาฝากทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะค่ะ หากใครสนใจไป เรือนธรรมรีบบอกมาเลยค่ะ เขารับจำนวนจำกัด

 

ขอบใจท่านอู๋อีกครั้งนะจ๊ะ

 

 

เอาอีกแล้ว ประชุมกับแผนอีกแล้ว April 8, 2009

ประชุมครั้งนี้มีชื่อยาวๆ ว่า การประชุมเพื่อบูรณาการการดำเนินงานแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ

จัดขึ้นที่โรงแรม อินน์ คำ กิ่งแก้ว ลาดกระบัง กรุงเทพ วันที่ 7 เมษายน 2552

 

อาจารย์สรา ไปสายอีกแล้ว เพราะมีงานที่ต้องรีบมาจัดการที่คณะให้เสร็จก่อน แต่ก็ได้แจ้งกับแผนงานให้ทราบแล้ว ว่าหากต้องนำเสนออะไร ขอให้ทางแผนจัดเวลาให้ประมาณ สิบเอ็ดโมง เมื่อไปถึงสถานที่ประชุม ทุกคนตื่นเต้นกับสิวเม็ดโต (มาก่อนความเครียดจากการประชุมกับแผน) บนใบหน้าของอาจารย์ สิวเม็ดนี้ เป็นสิวอินเตอร์เลยทีเดียว อากาศเปลี่ยนคะ เลยเป็นอย่างนี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่เป็นไรจ๊ะ

 

 พอไปถึง พี่แอ๊ด กำลังนำเสนอสรุปประมวลงานและเงินของแต่ละโครงการอยู่

แผนเราจะเป็นอย่างไรนะ แต่นึกในใจว่า เราก็ทำตามกรอบที่วางไว้ เต็มความพยายามอยู่แล้ว พี่เขาจะว่าอย่างไร ตั้งใจยินดีนำกลับไปปรับปรุงอย่างเต็มที่

 

โล่งอก เงินไม่ได้ใช้เกิน ยังมีใช้อยู่ กิจกรรมก็อยู่ในระดับโอเค เอาละนะ ก็เพิ่งทำกันไปได้ สามเดือน มีบางกิจกรรมของศูนย์วิชาการจะเริ่มหลังเมษาเป็นต้นไป ทั้งหมดเป็นไปตามแผนอยู่แล้ว

 

สรุป สั้นๆ ใช้เงินเป็น ทำงานได้ (ดีระดับหนึ่ง)

สามเดือนที่ผ่านมา งานของศูนย์วิชาการ ภาคกลาง เน้นสร้างศักยภาพอสอช. และศึกษาร่างนวัตกรรมความปลอดภัย

เดือนเมษาเป็นต้นไปจะเริ่มงานกิจกรรมการตามงาน การปรับปรุงความปลอดภัยกลุ่มปลาหวาน การศึกษาต้นทุนอาชีวอนามัย การทำงานของอสอช. และอื่นๆอีกมากมาย

 

ข่าวด่วนจากอาจารย์ไชยนันต์ ตรวจเจอโทลูอีนในสีล้างเล็บ ดังนั้นอาจารย์สราจึงนำกราฟไปแสดงให้ที่ประชุมทราบ วันนี้พวกเรากำลังจะวางแผนเก็บตัวอย่างสารเคมีในร้านเสริมสวยดู ว่าจะมีความเข้มข้นเท่าไร การพบสารเคมีในน้ำยาเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ แต่คำถามคือ สารเคมีเหล่านี้มันมีความเข้มข้นเกินกว่าหรือสูงจนเกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้รับสัมผัสหรือไม่

 

พวกเราจะรอ ผลจากการเก็บตัวอย่างของจริงต่อไป

ผศ.ดร.สรา อาภรณ์

 

ตามงานความปลอดภัยกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าที่สวนแตง April 8, 2009

หลังจากดำเนินการบรรยายที่สำนักงานเขตราชเทวี กทม.  ทีมงานอันประกอบด้วย ดร.สรา ดร.วราภรณ์ (จากคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล และจงกลวิณี (จาก กทม.) เดินทางต่อ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี จุดหมายวันนี้ของเราคือกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า สวนแตง แห่งเมืองสุพรรณ ก่อนไปถึงกลุ่ม พวกเราแวะรับเจ้าของโครงการ คุณสมพร และน้องน้ำฝนกันก่อน จากนั้นไปกราบแสดงความเคารพสมเด็จพระนเรศวรกันก่อนดังรูป หลังจากนั้นนั่งรถต่อกันไปที่สวนแตง 

 

เมื่อถึงกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า ดร.แวร์เนอร์ ทำหน้างงเมื่อเห็นพี่น้องของเรานั่งทำงานบนพื้นเสื่อ

คำถามที่ได้จากดร.แวร์เนอร์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้ามเนื้อ จากมหาวิทยาลัยอูลม์ ประเทศสหพันสาธารณรัฐเยอรมันนี มีดังต่อไปนี้

 

 นี่เขานั่งทำงานกันอย่างนี้เหรอ นั่งกันนานเท่าไรต่อวัน วันหนึ่งทำงานกี่ชั่วโมง

เขาปวดหลังบ้างไหม

เขามีรายได้เท่าไร

เขามีระบบประกันสุขภาพอย่างไร

เมื่อเขาเจ็บป่วย เขารักษากันอย่างไร

 

อาจารย์สรา บอกดร.แวร์เนอร์ว่า  งานหัตถกรรมทำด้วยมือในเมืองไทยนั้นส่วนใหญ่แล้วผู้ผลิตชิ้นงานหัตถกรรมนั้นมักจะนั่งทำงานบนพื้น ไม่ได้นั่งบนเก้าอี้และมีโต๊ะทำงานเหมือนที่อื่นๆ  จากรูปจะเห็นว่า ดร. วราภรณ์ คำยอด แห่งภาควิชาชีวเคมี กำลังอธิบายเป็นภาษาเยอรมันให้ดร.แวร์เนอร์ฟังอย่างแข็งขัน

 

พี่ๆ บางคน(มีอยู่คนเดียว) ก็มีเก้าอี้ตัวเล็กๆ สำหรับนั่งทำงาน และยังให้ข้อมูลกับพวกเราว่า

คนอื่นเขาไม่ชิน เขาไม่นั่งเก้าอี้ แต่ฉันต้องนั่งแบบนี้

อาจารย์ก็เลยได้เข้าไปพูดคุยกับพี่ๆ ที่นั่งทำงานบนพื้น หลังจากเล่าคร่าวๆเกี่ยวกับเรื่องการปวด การเมื่อยแล้ว อาจารย์ก็เลยลองเชิญชวนว่า

ลองๆ ดูไหมค่ะ เริ่มนั่งเก้าอี้วันละ สักครึ่งชั่วโมงไปก่อน แล้วรู้สึกอย่างไร ค่อยๆ ปรับกัน ลองดูไหมค่ะ

 

เรื่องอื่นๆ ที่เราพบ พวกเราดีใจกับจักรเย็บผ้าพี่เกษม ที่ดูสะอาดขึ้น ฝุ่นน้อยลง

เพิ่งปัด ทำความสะอาดกันครับ

ดีนะคะ ไม่ค่อยมีฝุ่น อาจารย์ยิ้มในใจเพราะจำรูปถ่ายที่เคยถ่ายจากจักรเย็บผ้าของพี่เกษมไว้

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       

จากการได้ไปดูงาน ดูกิจกรรมที่ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ร่วมมือสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะทำให้เกิดการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์รู้ ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้ทำงาน และทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยต่อไป ด้วยความร่วมมือ สนับสนุนด้านวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศในอนาคต

 

03042009704

 

 

 

 

 

03042009708

 

 

 

 

 

 

 

 

03042009714

 

the gang กินข้าวกับ ดร.แวร์เนอร์ April 6, 2009

หมดอารมณ์เลย แมนยูใช้เวลาช่วงสุดท้ายทำเกมส์อีกแล้ว เหมือนกับที่ทำกับบาเยิรน์หลายปีที่ผ่านมาไม่มีผิด แค้นจริง อย่างนี้  คงกระทบกระเทือนใจแฟน The Cop เช่น พี่ติ่ง และบอยเล็กแน่นอน เมื่อ สิบนาทีก่อนยังส่งข้อความไปให้ว่า A Villa นำ ดังนั้นตอนนี้ The Cop ของพวกเราต้องทำงานหนักอีกแล้ว ไม่เป็นไรสู้ต่อไป เดี๋ยวครั้งหน้าพวกเราไปดูจอใหญ่ๆด้วยกัน

 

Category นี้เป็นเรื่องใหม่  เรื่องสบายๆ ในบรรดา แพร์และThe Gang

รูปข้างล่างนี้ เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม แพร์และ The Gang  มีนามว่า บอยเล็ก

 

เย็นวันที่ 4 เมษายน บอยเล็ก ขับรถโฉบผ่านหน้า อาจารย์ ไป บอยอาจจะไม่ทันสังเกตว่า สาวสวยเดินข้างถนนคือ อาจารย์ แต่คนที่มีความจำเป็นเลิศ จำเลขทะเบียนได้แม่นคืออาจารย์เอง บอยแน่ๆ มาตรงเวลาเลย วันนี้พวกเรามีนัดไปรับ ดร.แวร์เนอร์ไปกินข้าวเย็น อาหารเย็นวันนี้ พวกเราได้เลือก ครัวชุมสาย ร้านโปรดในซอย เพราะอยากให้ ดร.แวร์เนอร์ ได้มีโอกาสชิมอาหารไทยแท้ๆ สักครั้ง มาเมืองไทยครั้งนี้ไม่ได้พากินข้าวอร่อยๆกันบ่อยๆเลย ดังนั้นขอเย็นวันเสาร์ก่อนกลับสักครั้ง เมนูในใจคือ อาหารจานโปรด แกงส้มชะอมไข่ วันนี้แกงคั่วหอยขมไม่ได้สั่ง เพราะ ดร. กบ ไม่มาด้วย นอกจากนี้แล้ว พวกเรายังมีไก่ตะไคร้ ผัดไทย แกงจืดวุ้นเส้นสาหร่าย วันนี้ ทั้ง ดร.แวร์เนอร์และบอยเล็ก ใส่เสื้อเชียร์สีแดงอย่างออกนอกหน้านอกตา อาจารย์ แซว แต่ตัวเองก็ยังสั่งน้ำแครอทซึ่งมีสีแดงมาอีก พวกเราสามคนกินข้าวกันไป แล้วก็หัวเราะกันไป การหัวเราะคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของพฤติกรรมทั้งหมดในการกินของพวกเรา โชคดีที่ไม่มีอาหารติดคอ พวกเราผลัดกันเล่าเรื่องขำๆ สู่กันฟัง มีการแปลกันบ้างเป็นระยะๆ อย่างเมามัน มีอยู่ช่วงหนึ่ง อาจารย์ โทร หาดร.กบ ว่าจะมาไหม (จะได้เตรียมสั่งแกงคั่วหอยขมไว้รอ) ดร.กบ บอกว่า เดินซื้อของอยู่ เนื่องจากจะย้ายเข้าคอนโดมิเนียม เร็วๆนี้ อาจารย์ เลยเล่าให้ดร.แวร์เนอร์ฟัง เมื่อฟังเสร็จถามทันทีว่า ซื้อรถเข็นเด็กอ่อนหรือเปล่า เพราะเมื่อวานเสี่ยงเซียมซีได้เบอร์เดียวกันว่า จะมีบุตรชาย อารมณ์ขันของพวกเราจะออกทุก 5 นาที ระหว่างทางขากลับ บอยเล็กขับรถคันสวยพาไปส่งบ้าน บอยบอกว่าซื้อรถคันนี้เมื่อเดือนเมษา ปีที่แล้ว ในวันที่ 16 ดร.แวร์เนอร์บอกว่า อ้าวก็ใกล้วันเกิดของรถแล้ว ต้องฉลองกันหน่อย

สงสัยว่า ดร.แวร์เนอร์ แกซึมซับความเป็นเอเชียมากไปหน่อย เลยมีอารมณ์ขันมาก(เป็นพิเศษ) สมัยอาจารย์ เรียนอยู่ที่เยอรมัน ที่เมืองอูลม์ นั้น ก็มีเพื่อนๆ นี่แหละ คอยให้กำลังใจ คนหัวดำที่เรียนอยู่ต่างบ้านต่างเมือง นับเป็นโชคเหลือเกิน เมื่อต่างคนต่างจบ ก็ยังติดต่อกันอยู่เป็นระยะ ตามโอกาสอันควร เพื่อนย่อมไม่ทิ้งกัน เมื่อ 3 ปี ที่แล้ว อาจารย์ มีโอกาสพา กลุ่ม แพร์และ The Gang ไปดูงานที่มหาวิทยาลัยอูลม์ ดร.แวร์เนอร์ ก็ช่วยจัดการเรื่องจดหมายเชิญ จัดเตรียมห้องทดลองให้พวกเราได้ไปดูงาน เตรียมอาหารกลางวันจากร้านอาหารหรูไว้ให้พวกเรา

วันนี้ ดร.แวร์เนอร์ แวะมาเยี่ยมเพื่อนเก่า พวกเรา ชาวThe Gangซึ่งมี subset คือ The Cop ได้ร่วมต้อนรับ พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขและดิบกัน พวกเราหวังกันว่า จะได้พบกันอีกครั้งทั้งที่เยอรมันนีและประเทศไทย

 

Gute Reise! Werner

 

04042009718

Dr.Werner Klingler and The Cop

 gang11

The gang ในห้องปฏิบัติการกล้ามเนื้อ ณ มหาวิทยาลัยอูลม์ เยอรมันนี