Saraarphorn's Weblog

health, occupational health, ergonomics, chemicals

สุมหัวจัดทำแผน November 24, 2009

คาดว่าวันนี้น้องป่าน ต้องเข้ามารออ่านแน่นอน เกรงว่าจะเสียแฟนคลับมาก ดังนั้น หลังจากอาจารย์ดูแลลูกศิษย์จากภูฏานเสร็จ จึงต้องดำเนินการเล่าเรื่องงานสุมหัวรวมตัวซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน งานนี้ไม่ใช่การกินข้าวหรือกินกาแฟกันธรรมดาๆ หากแต่เป็นงานที่ต้องระดมความคิดเพื่อดำเนินการงานสำคัญ ท้าทาย

เมื่อวานอาจารย์พาคุณกาละมา จากภูฏานไปดูงานที่โรงงานมาลีสามพราน ทั้งนี้ต้องขอบคุณอาจารย์วันเพ็ญ(ใต้) ที่ช่วยประสานงานและต้องขอบคุณทางโรงงาน ที่อนุญาตให้นำชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมดูงาน พร้อมกับเลี้ยงข้าวอีก ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความอนุเคราะห์

 ในช่วงบ่ายพาไปดูงานที่สถานีอนามัยบ้านเลือกและโรงงานอุษาตุ๊กตา ที่สถานีอนามัย คุณหมอนิคม นำเสนอการดำเนินงานของ PCU Primary Care Unit และที่โรงงานอุษาตุ๊กตา คุณอุระษา พาชมโรงงานและอาจารย์สรา แนะนำเรื่องการปรับปรุงสถานีงานเพื่อความปลอดภัย

เสร็จแล้วก็รีบเดินทางกลับกรุงเทพเพื่อมาประชุม กับทีมงานอันประกอบด้วย น้องสวน น้องบาส น้องบอม น้องเอ๋ และน้องป่าน นัดกันครั้งแรกเป็นร้านกาแฟชื่อฝรั่ง ใกล้รถไฟฟ้าอารีย์ ทำไปทำมา น้องเอ๋ โทรมานัดใหม่ ขอย้ายเป็นร้านกาแฟชื่อไทย ว่าร้านวาวี ก็ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ซอยอารีย์ 1 นี่เอง พวกเราเริ่มคุยกันตั้งแต่ หกโมงครึ่ง เสร็จเอาใกล้ๆ สองทุ่ม จบด้วยความเหนื่อย แต่ก็ได้งานที่ต้องทำต่อมากมาย ตั้งใจแล้ว อย่างไรก็เต็มใจทำ เรื่องที่จะทำเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในกลุ่มคนทำงาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแรงงานในกรุงเทพมหานคร โจทย์ที่ได้เป็นโจทย์ยักษ์ โจทย์ใหญ่ โจทย์ยาก โจทย์ที่มีความซับซ้อน ด้วยกลไก ด้วยลักษณะกลุ่มคนทำงาน ด้วยหลายๆอย่างหลายๆปัจจัย พูดไปพูดมา ดูมันจะยากตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ แต่ด้วยใจแล้ว พวกเราถึงไหนถึงกัน หลังจากกินกาแฟ กันเสร็จ คุยงานเสร็จ ก็คงจะต้องตามด้วยของคาว ทั้งหมดก็พาไปกินที่ร้านใกล้ๆ กับคอนโดไฮโซ ระยะเดินถึง อาจารย์ดีใจมาก มาประชุมกันอย่างนี้บ่อยๆ คุยไปกินไป ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้คุยกัน แต่ก็รู้สึกได้ถึงความตั้งใจจริงในการทำงานกับกลุ่มแรงงาน เพื่อแรงงาน ครั้งหน้าเราจะคุยกันในวันที่ 2 ธันวาคม ในวันนั้นอาจารย์ก็มีประชุมแต่ก็จะรีบกลับมาคุยงานต่อเหมือนเดิมค่ะ คุยงานเสร็จ กินกันเสร็จก็ปาไป สี่ทุ่มกว่า อาจารย์รับปากเพื่อนว่าจะโทรไปคุยด้วยก็เลยไม่ได้โทร ทั้งนี้เพราะเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรได้แล้ว ข้อมูลเต็มสมอง แผนงานเต็มมือ ขอนอนก่อนค่ะ ขอบคุณน้องๆทุกคน ดีใจมากค่ะที่ได้ทำงานร่วมกัน อาจารย์ขอร่วมเรียนรู้ ทำงานร่วมด้วยความตั้งใจอีกคน

อาจารย์สรา

ปล.ครั้งหน้าตั้งใจจะเขียนเรื่องอาหารอร่อยซอยอารีย์ค่ะ แต่งานยุ่งสุดจะบรรยาย ขอเวลาสักนิดนะค่ะ

 

เรื่องเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Safety Officer November 17, 2009

เนื่องด้วยในเวลานี้อาจารย์ทำหน้าที่รับผิดชอบหลักสูตรอบรมเรื่อง Occupational Health and Safety Management ซึ่งจัดโดยเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่จากประเทศภูฏาน จำนวน 1 คน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ นักศึกษาคนนี้ของอาจารย์ชื่อ คุณกาละมา วังดี เป็นชายหนุ่ม จากเทือกเขาสูง อาจารย์อยากบอกความจริงบางอย่างว่า อยากให้นักศึกษาทั้งหลายมาร่วมเรียนด้วย เพราะอยากให้มาดู มาฟัง การเรียนการสอนแบบนี้ นักศึกษาคนนี้ของอาจารย์ แกไม่เคยนั่งหลับเลย และแกสนใจซักถามตลอดเวลา และคำถามแต่ละคำถามของแก ล้วนแล้วแต่มาจากการบูรณาการความเข้าใจ และพร้อมจะนำไปปฏิบัติได้ทุกขณะ ภูมิใจและเห่อลูกศิษย์คนนี้มาก วันนี้อาจารย์และลูกศิษย์ก็พากันเดินทางไปสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO เพื่อไปศึกษากิจกรรมต่างๆของ ILO ในเอเชีย ต้องขอบคุณ ดร.คาวาคามิ และ ดร.ไค ซึ่งอธิบายเรื่องราวและแจกหนังสือเอกสารมาเยอะแยะมากมาย รับรองว่า นักศึกษาคนนี้ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน อาจารย์แอบเห็นคุณกาละมา แกนั่งเปิด นั่งดูเอกสารของดร.ทั้งสอง จนแทกซี่นำพาเราทั้งสองถึงคณะเลยทีเดียว ภูมิใจอีกแล้ว

กลับมาเรื่องตามหัวข้อเรื่องก่อนค่ะ เนื่องจาก เราคุยกันเกี่ยวกับกลไกการผลักดันงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในประเทศไทย แล้วก็อ้างกันถึงกฏหมายหลายฉบับ คุณกาละมา นั้น กำลังจะทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานคนแรกของประเทศภูฎาน คุณกาละมาก็เลยขอให้อาจารย์สรา ทำการรวบรวมกฏหมายด้านนี้ฉบับภาษาอังกฤษให้ อาจารย์ก็ต้องอ่าน ไปด้วยพร้อมกับรวบรวม ไม่ทำการคัดลอกและวางหรอกค่ะ รับรอง อยากเรียนรู้ด้วย จึงได้พบว่า จริงๆแล้ว คำว่า Safety Officer นั้น จริงๆ เป็นคำย่อมาจาก Occupational Safety Officer คำนี้เป็นคำที่ใช้ตามกฏหมาย ในฉบับภาษาอังกฤษค่ะ เรื่องบางเรื่องเราทำกันจนเคยชินแล้วก็หลงคิดไปว่าเออ หนอ ใช่หนอ ถูกต้องหนอ เช่น ทำไปเถอะ ใช้ไปเถอะ เพราะคนอื่นเขาก็ใช้กัน แต่หลงลืมไปว่า มันไม่ถูกต้องเลย ไปทำตามสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้อง อยู่ได้ ตั้งนานแสนนาน ไม่สายค่ะ ตอนนี้ทราบแล้ว ครั้งหน้าใช้ให้ถูกต้องกัน นะค่ะ อาจารย์ก็จะใช้ให้ถูกต้องเช่นเดียวกัน เรียกหาตัวช่วย S.O.S ต้องเรียกหา OSO Occupational Safety Officer ทันที อาจารย์ก็ทำเช่นนั้นทุกครั้งค่ะ นึกอะไรไม่ออก ก็บอกเซฟตี้ได้ค่ะ

อีกนิดเถอะนะค่ะ ตอนนี้ดีใจมากที่ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสร่วมสร้างอาชีวอนามัยในประเทศภูฏานค่ะ

 

พี่ พี่ว่างไหม November 15, 2009

ทุกครั้งน้องช่วง ดร.ช่วง ผู้เคยหล่อ ถามด้วยประโยคนี้มาทางสายโทรศัพท์ พี่ปูจะเกิดวิตกจริตทุกครั้ง นึกในใจว่า มันจะคุยกันเรื่องสิ่งใดน่ะ  สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเจอน้องช่วง สองครั้ง

อาทิตย์ที่แล้วเจอกันที่ร้านสเต๊ก ในห้าง  คุยไปกินไป งานวันนั้นได้เจอน้องๆอีกหลายคน อันได้แก่ น้องกบ น้องเปิ้ล น้องห่ง น้องแก้ว น้องเอ็ด น้องช่วง และอีกหนึ่งน้อง (ส่งชื่อด่วน พี่ปูขอโทษ) ได้ชื่อเพิ่มเติมมาแล้วค่ะ ชื่อว่า น้องเจ

พูดถึงน้องห่ง ดร.ห่ง ดอกเตอร์คนล่าสุด made in germany  ยินดีต้อนรับกลับบ้าน พี่เจอน้องห่งครั้งแรก น่าจะเป็นงานนักเรียนไทย ที่ winterberg หรือเปล่า คนแก่ๆก็อย่างนี้ขี้หลงขี้ลืม แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเราก็ได้เจอกันบ่อยๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่จะพบกันปีละหนึ่งครั้งในช่วงคริสต์มาสและจะใช้ชีวิตสุมหัวรวมตัวกันครั้งละหลายๆวัน เป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง น้องห่งเปลี่ยนแปลงไปเยอะมา จากอ้วนท้วนมาเป็นสันทัด ดังรูป อาทิตย์ที่แล้ว น้องช่วง ชวนคุยเรื่องเครือข่ายนักวิชาการ ที่น้องๆที่จบมาจากหลากหลายสาขาวิชา จะมาช่วยกันได้ นำสิ่งที่แต่ละคนมีความสามารถมาช่วยให้เกิดสิ่งที่ดีๆกับสังคมไทย พี่สนับสนุนน้องๆทุกวิถีทาง ดังนั้นเมื่อมีการซักถาม พี่ พี่ว่างไหม ถ้าพี่ว่าง พี่ยินดีทุกครั้ง ในวันนั้นน้องห่งยังส่งความปรารถนาดี เสนอแนะให้พี่ดำเนินการวิเคราะห์การดำเนินชีวิต พี่ลองไปหัดทำสิ่งใดที่ไม่เคยทำเสียบ้าง นี่คือสิ่งที่น้องห่งแนะนำ เสียงสนับสนุนจากน้องเอ็ดบอกว่า จริงด้วย พี่หัดไปฟิตเนตบ้าง มีเสียงและรอยยิ้มส่งมาจากหัวโต๊ะ ซึ่งมีแกนนำคือ น้องเปิ้ล เป็นเสาหลัก น้องกบเป็นเสารอง แต่พี่รีบตอบทันทีว่า จะไปทำอะไรว่ะ ที่คอนโดไฮโซของฉันมีครบทุกอย่าง  การกินกันในครั้งนั้น น้องทั้งคู่คือน้องแก้วและน้องห่ง บอกทิ้งท้ายตามสไตล์เยอรมันว่า อย่าลืมที่ผมบอก

เออ จ้า

withPiPu

แถวหน้า พี่ปู และน้องแก้ว สำหรับแถวสุภาพบุรุษ น้องเอ็ด (เสื้อขาว) น้องฮ่ง นั่งกลาง และ น้องช่วง ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง ผู้เคยหล่อ

withKob

รูปนี้ เพิ่ม น้องกบ ดร.วราภรณ์ คำยอด เสื้อสีแดง ท่าทางเหมือนกับกำลังจดบันทึกการประชุม

น้องๆ ที่รัก ใครมีรูป น้องเปิ้ล น้องเจ น้องแก้ว และพี่ปู ส่งมาด่วน ต้องโชว์รูปงามๆ กันหน่อยจ๊ะ

 

เทคโนโลยีทำให้คนกล้าหาญ ชาญชัย November 15, 2009

วันนี้ได้มีโอกาสสัมผัสเรื่องบางเรื่องที่มีความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง อันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การมีฐานข้อมูล องค์ความรู้ที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ความสามารถกระทำ การคัดลอกและวาง (c&p) นั้นเกิดขึ้นในวงวิชาการอย่างกว้างขวาง การกระทำดังนี้ จะเป็นการดีมาก หากคนที่ทำจากการเกิดความเข้าใจอย่างดี แต่หากทำโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจ สิ่งใดจะเกิดขึ้น เรื่องนี้อาจารย์เคยเขียนไว้ในเรื่องการอบรมสารเคมี ในวันนี้ได้มีโอกาสสัมผัสสิ่งที่คล้ายคลึงกันอีกครั้ง สมมติฐานของอาจารย์คือ ในเมื่อคนที่ทำหรือถ่ายทอดออกไปโดยปราศจากความเข้าใจอย่างแท้จริง คนฟังหรือคนอ่าน ก็ไม่สามารถได้ประโยชน์จากการได้ฟังหรือได้อ่าน กระมัง ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ในวงการพิษวิทยาเช่นคำว่าการระคายเคืองและการกัดกร่อน คำสองคำนี้ ลึกซึ้งมากในสมัยก่อนๆ ไม่มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจน แต่เดี๋ยวนี้โดยระบบการจำแนกและติดฉลากที่เหมือนกันทั่วโลก หรือที่เรียกว่า GHS เขาก็ได้แบ่งอย่างชัดเจน ละเอียด จะมีความลึกซึ้งปานใด ขอให้ไปอ่านศึกษากันต่อไป หากอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ ขอให้รีบบอกเล่ามาได้เลย เพราะอาจารย์ทำหน้าที่ในการแปลเอกสารชุดนี้ในส่วนของความเป็นพิษต่อสุขภาพเอง ขอรับผิดหากทำสิ่งใดไม่ถูกไม่ต้อง ส่งข่าวบอกมาได้ค่ะ

มาเล่าเรื่องนี้ต่อว่า ที่ต้องมีการมานั่งเขียนเรื่องแบบนี้ เพราะอยากทำให้กลุ่มคนที่ใช้เทคโนโลยีเป็น รู้ภาษาต่างประเทศ ทั้งวิชาการและตัวภาษาจริงๆ หากท่านกระทำการรวมรวมเรียบเรียง ในสิ่งที่ท่านรู้และเข้าใจอย่างดี สิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกต้องและดีงามค่ะ ขอสนับสนุนให้ทำต่อไป แต่หากทำไปโดยมิได้รู้ มิได้เข้าใจ ล่ะค่ะ

 

มีเรื่องเยอะแยะต้องเขียน November 12, 2009

ขณะนี้มีเรื่องค้างในหัวสมองที่ต้องเรียงร้อยถ้อยความหลายต่อหลายเรื่อง แต่เนื่องจากงานยุ่งมาก ต้องขยายความความยุ่งของงานสักนิด งานที่ว่าคือรายงานสารปนเปื้อน ของสคบ. การส่งตัวอย่างสินค้าเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาสารปนเปื้อนที่ว่า นอกจากนี้ยังมี บทคัดย่อเพื่อส่งไปนำเสนองานที่เจนีวา งานวิชาการแรงงานนอกระบบซึ่งต้องเขียนแนวปฏิบัติให้ทางพื้นที่ สุดจะบรรยายความยุ่งของงาน และงานที่ยุ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีความสุขกับงานค่ะ มีเพื่อนๆที่ห่วงใย ก็อบอุ่น เห็นเรื่องยากเป็นง่าย เห็นเรื่องง่ายเป็นเรื่องธรรมดาไปหมดค่ะ ให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง

สำหรับท่านที่รองานอยู่ วันนี้รายงานสคบ.เสร็จค่ะ ส่งพรุ่งนี้ตามเวลา พรุ่งนี้ บทคัดย่อก็คงจะเสร็จ และเสาร์อาทิตย์แนวปฏิบัติสำหรับแรงงานนอกระบบจะถูกส่งไปที่เมล์น้องปรานอม ตามเวลาค่ะ อีกเรื่องคือกินข้าว สเต๊กกับน้องๆ ศิษย์เก่าเยอรมัน ก็ยังไม่ได้เขียนเลย เรื่องนี้พลาดไม่ได้ เพราะน้องๆ รออ่านอยู่ รอดูรูปตัวเอง ทำหล่ออยู่ ดังนั้น ใครมีรูปที่ถ่ายวันก่อนกรุณาส่งมาด่วนจ๊ะ

งานยุ่ง ยุ่งกับงาน ขอบคุณที่ห่วงใยจ้า

 

อาชีวอนามัย จบรุ่นละกี่คน November 9, 2009

วันนี้มีคำถามจากการ ค้นหาคำ เข้ามาใน blog นี้ว่า อาชีวอนามัย จบรุ่นละกี่คน คำตอบในปีหน้า ปี 2553 ที่จะถึงนี้ ทางมหิดล คาดว่าจะสามารถผลิตบัณฑิตอาชีวอนามัยและความปลอดภัยได้จำนวน 49 คน เมื่อครั้งที่อาจารย์สราบรรจุทำงานใหม่ๆ นั้น มีจำนวนนักศึกษาน้อยกว่านี้ อย่างมีนัยสำคัญ จำได้ว่า โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 35 คน ต่อรุ่น

คำค้นหายอดฮิตคือ อาชีวอนามัย รองลงไปคือ การยศาสตร์

แต่ แต่ แต่ ก็ยังมีการใช้คำว่า ชีวอนามัยเข้ามาค้นหาอยู่นะค่ะ ชีวอนามัยนั้น  อาจจะมาจากความเข้าใจผิดมากกว่า คำที่ถูกต้องคือ อาชีวอนามัย ซึ่งหมายถึง การประกอบอาชีพอย่างมีสุขภาพดี ผู้ที่เรียนจบจากภาควิชานี้ จะเป็นนักอาชีวอนามัย ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ในระดับวิชาชีพ หรือ คำย่อ ว่า จป. หรือมักจะเรียก ในโรงงาน สถานประกอบการ กันว่า เซฟตี้ มาจาก safety officer ซึ่งเป็นกลไกหลักในการผลักดันงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการ อาจารย์เคยเขียนลงไว้ในblog นี้แล้วนะค่ะ ลองๆ ค้นๆ หาอ่านดู แต่วันนี้ต้องเขียนอีกครั้งเพราะมีการซักถามกันมา เพื่อทำการเน้นค่ะ ต่อไปนี้คงไม่มี ชีวอนามัยกันแล้ว จะมีแต่อาชีวอนามัย

 

ชีวิตดูยุ่งๆ November 8, 2009

ช่วงนี้ ชีวิตดูยุ่งๆ ทั้งที่ก็สอนไม่เยอะอะไร แต่คงจะเหนื่อยทางใจสะมากกว่า อย่าเพิ่งเอาไปลือกันค่ะว่าอกหัก ยัง ยัง ขอให้อ่านต่อไปก่อน เทอมนี้สองเพียงสองวันคือวันพฤหัสและวันศุกร์ วันพฤหัสจะเป็นพิษวิทยา ฉบับปรับปรุงใหม่  และวันศุกร์ จะเป็นสัมมนาอาชีวอนามัย ซึ่งมีจำนวนคนเรียน 21 คนจาก 49 คน

ที่ว่าเหนื่อยคงจะเป็นเหนื่อยในวิชาสัมมนาอาชีวอนามัย เรื่องการพยายามติดต่อพาน้องๆเข้าดูงาน และวางแผนการจัดสัมมนาโดยนักศึกษา หาโรงงานหรือบริษัทที่จะให้น้องๆเข้าดูงาน ยากมาก ตอนนี้เกือบจะลงตัว สำหรับรุ่นพี่ ที่จะมาพูดให้น้องฟัง อาจารย์ก็รอคำตอบอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ได้ไม่ได้ก็บอกกันมา อาจารย์จะได้จัดหาคนอื่นๆ ได้ทันท่วงที อาจารย์ก็มีคนในใจอยู่บ้าง แต่สำหรับคนที่ติดต่อไป ก็คือคนที่เลือกสรรแล้ว ว่าชำนาญ ว่าเก่ง ว่าเหมาะ ว่าดี

สำหรับการจัดสัมมนาของน้องๆ ได้ข่าวว่ามีการตอบรับเมล์ที่ส่งไป 4 เปอร์เซนต์ แปลว่า ส่งไปให้พี่ๆ ศิษย์เก่า หนึ่งร้อยคน ได้รับตอบกลับมา สี่ คน เรื่องนี้อาจารย์ก็เลยลองคุยๆกับศิษย์เก่ามากๆ ดู ท่านแนะนำว่า ลองให้ผ่านทางสมาคมฯ ดูไหม ก็เลยเกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาอีก อ้าว ถ้าเป็นการจัดสัมมนาจริงๆ มีคนพูดให้ฟังจริงๆ เพียงแต่เป็นในวิชาที่อาจารย์สรารับผิดชอบ ไม่มา หากแต่เปลี่ยนชื่อคนส่งเมล์ใหม่เป็นชื่อสมาคม อาจจะติดต่อมากัน เออ แฮะ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนะเนี้ย ครั้งเมื่อติดต่องาน สี่สิบปีของภาควิชา ส่งเมล์จากอาจารย์สรา ไม่(ค่อย) มีคนตอบรับ แต่พอเปลี่ยนชื่อคนเป็นน้องแป๋ม แล้วอาจารย์สรา ก็ยืนบอกกันอยู่ใกล้ๆ ปรากฏว่ามีคนตอบกระหน่ำ

แบบนี้ เกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นแล้ว ค่ะ สงสัยกำลังจะเกิดอีกเร็วๆนี้ ชีวิตมันก็เลยดูยุ่งๆ

จริงๆแล้ว ไม่น่าจะต้องยุ่งนะ ทางเราเป็น ผู้ให้ แต่ผู้รับ ไม่ปรารถนา เราก็คงต้องเลือกที่จะส่งข่าวใหม่ให้กับกลุ่มคนใหม่เพิ่มเติมเสียแล้ว

งานสัมมนาในเดือนมกราคม 2553 ที่น้องๆ ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาสัมมนาจะร่วมกันจัดนี้ จะขอเรียนเชิญทุกท่าน ที่สนใจงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จากทุกสถาบันเข้าฟัง จุดประสงค์หลักคือ อาจารย์ผู้รับผิดชอบวิชา คืออาจารย์สรา คนนี้ ต้องการให้เด็กเรียนรู้วิธีการจัดงานลักษณะนี้ รู้จักการทำงานเป็นทีม รู้จักการเตรียมงาน รู้จักการประสานงานกับคนอื่นๆ รู้จักการรายงาน งานนี้อาจารย์ผู้รับผิดชอบ จะรับทั้งผิดและชอบ และพร้อมจ่ายเงินให้น้องๆ ทดลองทำกันจริงๆ ชีวิตมันก็เลยยุ่งๆ เหนื่อยๆ ว่า อ้าว เรื่องดีๆ ไม่มีคนสนใจแฮะ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา นักศึกษาบอก (และอาจารย์ให้กำลังใจ) ว่า พี่ๆ อาจจะยุ่งๆ เลยไม่ตอบเมล์ เราก็มาดูกันค่ะ สมมติฐานขณะนี้ของอาจารย์คือ เรามุ่งผิดเป้าเสียแล้ว อาจจะมีคนที่เข้าต้องการเรื่องอย่างนี้อยู่ แต่ไม่ได้ข้อมูลก็ได้ เราจะรอ รุ่นพี่ของน้องๆเขาอยู่ แล้วเราจะมีวิธีการกันใหม่ อาทิตย์หน้าเราเริ่มกันใหม่ค่ะ ทั้งเด็กทั้งอาจารย์เราต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

สำหรับการเรียนการสอนพิษวิทยา หลักสูตรใหม่ที่ว่า เรียนกันสนุกมาก ปกติในช่วงหลักการทางพิษวิทยา ใช้เวลา สองคาบครึ่ง แต่ในปีนี้ สนุกเป็นพิเศษ ว่ากันไป สี่คาบ ตอนนี้นักศึกษาคงจะฝันถึงเอนไซม์ชนิดต่างๆ และไม่กล้ากินอะไรกันเลย ไม่เป็นไรจ๊ะ เรามาลดความอ้วนกัน ใครลดได้เยอะ ให้เข้าฟังสัมมนาของรุ่นพี่ ฟรี และได้กินขนมด้วย

ท้ายที่สุดชีวิตก็ไม่ได้ยุ่งอย่างที่ขึ้นหัวข้อไว้

สบาย สบาย  ค่ะ

คงจะรู้วิธีเร็วๆนี้ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ตอนนี้เลยหันมาใช้คอมพิวเตอร์ยี่ห้อใหม่ ที่ไม่เคยใช้เลย ที่มีสโลแกนว่า นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต

 

กินอิ่มอร่อย วันลอยกระทง November 3, 2009

เหนือยมาทั้งวันจากสอนทั้งเช้าและบ่าย และตอนบ่ายจัด บ่ายแก่ๆ ก็มีคุยเรื่องความร่วมมือระหว่างสถาบันเพิ่งจบ ท่าทางจะไปได้ด้วยดี

ขอไปลอยกระทงดีกว่า ลอยเคราะห์ ลอยโศก โบราณว่าไว้ และแสดงความนับถือต่อพระแม่คงคาด้วย

ตอนเด็กๆ แม่จะทำกระทงให้ พ่อจะตัดใบตองหลังบ้านแล้วแม่จะนั่งทำให้เราสองคนพี่น้อง เออเพิ่งนึกได้ ไม่เห็นพ่อกับแม่ลอยกระทงเลย ทำให้แต่เราทั้งสองคนมาตั้งแต่จำความได้

บ้านที่อุทัยธานีอยู่ใกล้กับคลองปากกะบาด สองคนพี่น้องจะต้องทำการเสี่ยงทายกระทงโยนจากสะพานลงแม่น้ำ ไฮโซอย่างเราสองคน ไม่ลอยธรรมดาอยู่แล้ว เล่นโยนกันเลย เป็นการโยนเสี่ยงทาย รู้สึกถ้าจำไม่ผิด แม่จะเป็นผู้นำเสี่ยงทาย

กระทงที่แม่ทำ สวยกว่าใครๆทำเสมอ แม่ทำงานประดิษฐ์ได้เก่งมาก ถ้า ถ้า เราฉลาดกว่านี้ คงได้วิชาความรู้ดีๆอย่างนี้เยอะ ไม่น่าเลย สายไปเสียแล้ว

ปีนี้ ขออนุญาตน้องกบและน้องเปิ้ล ขออนุญาตติดไปลอยกระทงด้วยคน

เราสามคน นั่งรถตุ๊กตุ๊ก จากหน้าคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ไปสะพานพระรามแปด สาเหตุที่ต้องนั่งรถพิเศษเพราะ ไม่มีแทกซี่ท่านใด ไปส่งเราสามคนเลย มีแต่ตุ๊กตุ๊กเท่านั้น

เหมือนเดิม ชีวิตไฮโซมาก ตอนเด็กโยนกระทง ตอนโตจนแก่ป่านนี้ เมื่อวาน มีคนลอยกระทงให้ เพราะไม่สามารถลอยเองได้ เนื่องจากฝั่งอยู่สูงมาก เลยใช้วิธีวางกระทงไว้บนแผง แล้ววางแผงนั้นไว้ในน้ำ แล้วดึงแผงนั้นออก กระทงก็จะอยู่ในน้ำ บริการวางและดึงแผงที่ว่านั้นมีอยู่มากมายไม่คิดค่าบริการ (เอง) แต่แล้วแต่จะให้สตางค์ค่ะ นอกจากนี้ยังมีบริการจุดเทียนด้วย บริการวางแผงและไฟจุดเทียนจะตั้งอยู่คู่กัน เออแฮะ เป็นแรงงานนอกระบบ มีแค่ หนึ่งวันในหนึ่งปี

หลังจากลอยกระทงเสร็จก็เกิดอาการหิว เป็นธรรมดา เหนือยจะหมดลมมาทั้งวัน ได้ไปงีบในห้องดร.กบ ค่อยยังชั่ว วันนี้ต้องพูดเหมือนแม่เลย แม่ชอบพูดว่า “เหนื่อยสายตัวแทบขาด”

คำโบราณ ต้องจากคุณนายแดง แม่เรา

หิว น้องกบและเปิ้ล เดินกินกันมาตลอด ไอ้โน่นก็อร่อย ไอ้นี่ก็ดูดี ขอแนะนำ ลอยกระทงสะพานพระรามแปด ในปีหน้า อาหารอร่อยทั้งนั้นเลยค่ะ

ร้านที่ต้องทำการจารึกไว้ในค่ำคืนนี้คือ “สุกี้-คั่วไก่ เยาวราช” ชื่อแบบนี้จริงๆค่ะ แต่มาตั้งอยู่ใต้สะพานพระรามแปด ตรงข้ามธนาคารแห่งประเทศไทย หาดูได้ไม่ยากค่ะ

อร่อย จริงๆ ขอให้ไปลองลิ้มชิมรสกันค่ะ น้ำสุกี้ น่ากิน ใส่ไข่ไม่อั้น หอม น่ากิน

กินอิ่มแล้ว หาแทกซี่กลับบ้าน

 

ความร่วมมือระหว่างประเทศ November 3, 2009

ฟ้าบันดาลจริงๆ หลังจากคุยงานกับดร.ไพบูลย์ หนุ่มซึ่งเคยหล่อ น้องไพบูลย์ก็ถามว่า

พี่จะมีโปรเฟสเซอร์มาจากเยอรมัน ด้านการยศาสตร์ จาก TUM อ่านว่า เทอูเอ็ม ในภาษาเยอรมัน แปลว่า Technical University of Munich เขามาหาความร่วมมือ พี่สนใจไหม ?

อ้าว ฟ้าส่งมาอีกแล้ว น้องๆ กลุ่มนักเรียนเก่าเยอรมัน มักจะนำพาสิ่งดีๆสู่ชีวิตของพี่เสมอ

บอกคำเดียว พี่พร้อม พี่สน ด้วยวิชานี้พี่สอนอยู่ และเป็นเรื่องที่ประเทศไทยยังขาดผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่ พี่อยากคุย พี่ต้องการคุย

การนัดหมายระหว่างลูกศิษย์ของโปรเฟสเซอร์และ อาจารย์สรา ก็เกิดขึ้น เป็นธรรมดา เขาก็ส่งลูกศิษย์เขามาเก็บข้อมูลก่อน ด้านเราก็แอบเก็บข้อมูลเขาเป็นระยะๆ เหมือนกัน

เมื่อคุยกันเบื้องต้น การนัดหมายระดับผู้ใหญ่จึงเกิดขึ้น เมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมา อาจารย์สราสอนทั้งเช้าและบ่าย แต่เรื่องสำคัญที่รออยู่คือ พาโปรเฟสเซอร์จาก TUM (เชียวนะ TOP THREE ของเยอรมันเชียว ขอบอก) มาพบท่านรองคณบดี ผู้ใหญ่ทางคณะ มีภาควิชาที่เข้าพบคือ ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข

ต่างคนต่างแลกเปลี่ยนกันว่า เราทำอะไรมาบ้าง สิ่งที่อาจจะร่วมมือทำกันได้ในอนาคตคืออะไรบ้าง

อาจารย์สรา นำเสนอไปว่า การยศาสตร์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากในวงการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สิ่งที่สำคัญมากยิ่งคือ การศึกษา การเรียนการสอน คนจะไปสอนคนอื่นๆ ให้รู้นั้น ในประเทศไทยก็ยังขาดอยู่ (มีนะค่ะ แต่ยังไม่พอกับความต้องการ) ดังนั้น

อยากเสนอว่า สิ่งแรกที่จะต้องการทำและเป็นไปได้คือ TUM มีประสบการณ์เรื่องนี้มานาน นาน นาน (กว่าประเทศไทยแน่นอน) อิฉันเสนอขอให้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องๆอาจารย์ในเครือข่ายสาธารณสุขศาสตร์ ที่บรรจุวิชาการยศาสตร์ในสาขาอาชีวอนามัยและหรือสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย จะขอเชิญมาร่วมเพิ่มอาวุธ เติมความรู้ที่(อาจ)ขาดหาย กับตัวแทนจากสถาบันการศึกษาที่เป็นตัวจริงเสียงจริงที่ผลิตอุปกรณ์ก็ดี โปรแกรมก็ดี วิธีก็ดี ทฤษฎีต่างๆนานา ก็ดี ให้มาแลกเปลี่ยน

สิ่งที่ตามมาอาจจะเป็นงานวิจัยร่วมในเครือข่ายต่างๆ ซึ่งอาจารย์คุยกับโปรเฟสเซอร์แล้วเช่น งานนวัตกรรมลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพต่างๆ ทางบ้าน TUM เขาเก่งมากค่ะ เราต้องเรียนรู้จากเขา

ทั้งนี้ต้องขอบคุณสมาคมศิษย์เก่าเยอรมัน ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง และ

น้องพิธาน ลูกศิษย์โปรเฟสเซอร์ ที่นำพาสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ อาจารย์คิดว่า นักศึกษาจะได้ประโยชน์สูงสูดในความร่วมมืออันพึงจะเกิดในเร็วๆนี้ นักศึกษาของทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาจเกิดการทำงานวิจัยร่วมกันในอนาคต นักศึกษาไทยอาจมีโอกาสได้ใช้โปรแกรมทางด้านการยศาสตร์มากมายหลายโปรแกรมที่ทาง TUM เป็นผู้คิดค้น หรือในอนาคตอาจเกิดความร่วมมือคิดเรื่องดีๆทางด้านการยศาสตร์ร่วมกันในอนาคต (ฝัน ฝันหวาน)

ยิ่งสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท หรือ เอก (ในอนาคต) เรียกว่าฟ้าบันดาลเลยจริงๆ ถ้าเรียกให้ถูกต้องเรียกว่า ไพบูลย์บันดาล ให้เกิด

อาจารย์ก็ไม่เคยคิดมาเลยในชีวิตว่าจะมีโอกาสจะได้รับความร่วมมือกับ TUM ดูมันช่างจะห่างไกลกับ เด็กจากเมืองอูลม์อย่างเรา

TUM เชียวนะ ให้ตายเถอะ เอา BMW เป็นพยานแห่งความสำเร็จกันเลย

Sara aus Ulm (in Ulm um Ulm herum)

 

โซฟี ชอล October 31, 2009

เพื่อนมาจากเยอรมันค่ะ ก็เลยได้กินข้าวกัน พูดคุยกัน เอเรน่าถามอาจารย์ว่า เป็นไง ไปโปแลนด์มาเป็นไงบ้าง อาจารย์ก็เลยบอกไปว่า เศร้าใจ ยิ่งตอนไปที่ค่ายกักกัน ยิ่งเศร้าใจ เอเรน่าบอกว่า มันจะเป็นเรื่องที่สอนใจว่า มันจะไม่เกิดแบบนี้อีก เอเรน่าเล่าเรื่องหลายเรื่องให้ฟัง เกี่ยวกับความรู้สึกเรื่องสงครามที่คุณยายของเอเรน่า ซึ่งเกิดในสมัยนั้น เรื่องราวน่าสนใจมาก อาจารย์แลกเปลี่ยนกับเอเรน่าว่า หลังจากกลับจากโปแลนด์ อาจารย์สนใจเรื่องสงครามเป็นพิเศษ หาเรื่องราวอ่าน หาหนังดู และไปพบหนังดีหนึ่งเรื่อง ชื่อว่า โซฟี ชอล เป็นเรื่องราวของเด็กสาวเยอรมันอายุ 19 ปี ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านนาซี น้องโซฟี เป็นชาวเมืองอูลม์ด้วย (อาจารย์ภูมิใจเล็กน้อยเพราะเรียนจบจากเมืองนี้) อาจารย์บอกกับเอเรน่าว่า ในขณะที่ฉันอายุ 19 ฉันเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่เคยมีความคิดอย่างนี้เลย แต่น้องโซฟี เขาคิด เขาทำ ฉันละเชื่อเขาเลย หากผู้ใดสนใจลองไปศึกษาจากการดูหนังก็ได้นะค่ะ แกงค์กุหลาบขาวกับโซฟี ชอล ท้ายที่สุด น้องเขาถูกประหารชีวิต และหลังจากนั้นไม่นานเยอรมันก็แพ้สงคราม ลองหาอ่านหาดูกันนะค่ะ

เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กไทยสมัยนี้ อาจารย์ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าความสนใจของเด็กกลุ่มนี้ไปอยู่ที่อะไร ถามเรื่องข่าว ก็ไม่ทราบ ถามเรื่องกีฬาก็ไม่รู้ ถามเรื่องละครหลังข่าวรู้กันขึ้นมาหน่อย ถามเรื่องวิชาการยิ่งแล้วใหญ่ เขาไปทำอะไรกันนะ ในแต่ละวันอันมีค่าของเขา

และเขาเหล่านี้ก็ต้องการได้รับเกรดดีๆ เพื่อจะได้ไปเข้าทำงานกันในบริษัทที่ตั้งกฏเกณฑ์ไว้ว่าจะเลือกผู้ได้เกรด ทำผลการเรียนดี

มันก็พูดยากนะค่ะ การเรียนได้ผลดี กับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสามารถ ไม่รู้ว่ามันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันแค่ไหน มาถึงตรงนี้ อยากบอกบริษัทที่รับเด็กเข้าทำงานโดยพิจารณาที่เกรดว่า ฝากดูเรื่องจำนวนหน่วยกิตที่ลงเรียนกันด้วย ในมหาวิทยาลัยเดียวกันเด็กก็อาจจะลงทะเบียน มีจำนวนหน่วยกิตไม่เหมือนกันแล้ว ดังนั้นหากจะดูกันจริงๆ ฝากดูให้รอบคอบสักนิด

สำหรับคนเป็นอาจารย์แล้ว เลือกคนเข้าทำงานที่เกรด ไม่ได้เป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมเลยค่ะ คนที่เลือกก็คือคนที่เคยเรียนหนังสือและกำลังทำงานอยู่ ดังนั้นจริงๆแล้ว ทุกคนคงเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายกันให้มากมาย

เด็กๆ หลายคนที่มีศักยภาพจึงเสียโอกาสได้ทำงานในบริษัทที่พวกเราเรียกว่าบริษัทชั้นนำหรือบริษัทแนวหน้าไป

วันนี้ ก็คงฝากเรื่องดีๆไว้กับสังคม ลองไปดูหนังเรื่องโซฟี ชอล ดู และลองเปรียบเทียบกันดู

ในชีวิตของเรา เราต้องพบต้องเจอ ทั้งคนที่ชอบเราและไม่ชอบเรา แต่เราเองเรารู้ตลอดว่า ความตั้งใจ เจตนาของเรานั้นคืออะไร

คิดดี ตั้งใจทำอย่างบริสุทธิ์ใจ เมื่อเกิดเป็นครู ทำหน้าที่สั่งสอนเด็กค่ะ 

หากแม้ว่าเป็นแค่คนพบกันบนสะพานลอย คงไม่ทำอย่างนี้

แต่เมือได้ชื่อว่า “ครู” ดังนั้น คงต้องทำหน้าที่ต่อไปค่ะ

เพิ่มเติมนิดหน่อยว่า โซฟี ชอล มีชื่อเต็มๆว่า Sophia Magdalena Scholl