GHS การแบ่งกลุ่มและติดฉลากสารเคมี

ตอนแรกวางแผนว่า จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับผักผลไม้ ที่มีสีต่างๆกันจะช่วยป้องกันโรคที่แตกต่างกันได้ แต่แล้วก็ต้องมาถูกขัดจังหวะ ด้วยเรื่องสารเคมี อีกแล้ว จนได้

อันเนื่องจากวันดีคืนดี ได้รับโทรศัพท์จากองค์การอาหารและยา (อย.)

“อาจารย์ค่ะ อาจารย์เป็นคนแปล GHS บทที่3 อันตรายต่อสุขภาพใช่ไหมค่ะ”  รีบตอบด้วยความภาคภูมิใจทันทีว่า ใช่ค่ะ หลังจากนั้นก็เกิดบทสนทนายาว ได้ความดังนี้ว่า จะมีการอบรมเรื่องนี้โดย องค์การสหประชาชาติ ซึ่งสนับสนุนให้วิทยากรมา 2 คน หนึ่งคนเป็นคนเยอรมัน (อีกแล้ว) และอีกหนึ่งคนเป็นคนไอริช ซึ่งงานนี้อย. จะเป็นผู้ประสานงาน งานนี้สำคัญมาก อันเนื่องจาก GHS มีการปรับปรุงใหม่ มีการเพิ่มเติมแก้ไขให้ทันสมัยอีกพอประมาณ และที่สำคัญถึงเวลาที่จะต้องเอาจริงเอาจังกันทั้งโลก แล้ว จึงต้องมีการสนับสนุนเพื่อทำให้เกิด ระบบที่เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลกในการจัดจำแนกกลุ่มและติดฉลากของสารเคมี เสียที

ดังนั้น ช่วงอาทิตย์นี้ อาจารย์สรา ต้องแปลงร่างไปเรียนหนังสือ อนาคตหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการนำความรู้ไปสู่ทุกภาคส่วนตามจุดประสงค์ของ GHS  ซึ่ง GHS จะใช้ในส่วน

1. สถานประกอบการ Workplace/Industry

2. เกษตรกรรม Agricultural

3. การขนส่ง Transport

4. ผู้บริโภค Consumer Product และอีกหนึ่งกลุ่มคือ Emergency res ponder ผู้ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

วันนี้ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ ชูสองนิ้วแล้วบอกว่า หนูจะพยายามค่ะ

ดร.สรา รายงาน ตรงจาก UNITAR-Thailand Workshop on Training and Capacity Building for the Implementation of the GHS โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน

เมื่อคิดถึงเกษตรกรกับงานอาชีวอนามัยแล้ว คนส่วนใหญ่จะคิดถึงระดับสารเคมีในเลือดกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความปลอดภัยในงานเกษตรกรรมมีหลากหลายเรื่องที่ต้องคำนึงถึง หัวข้อเรื่องยาวๆ ข้างบน คือชื่อหนังสือ ซึ่งเป็นผลระหว่างการดำเนินงาน ในโครงการนี้ หากจะย้อนถามกันว่า “แล้วอาจารย์ไปร่วมโครงการกับเขาได้อย่างไร” คำตอบ คือ

อันเนื่องมาจากการที่ต้องทำให้เกิดปาล์มน้ำมันทีี่่มีมาตรฐานนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คนผลิตต้องได้รับความรู้เรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และเรื่องการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย

นี่คือข้อกำหนดในมาตรฐาน RSPO เป็นภาษาไทยว่า มาตรฐานปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน

จึงเป็นที่มาและที่ไป ทำให้ได้เกี่ยวข้องกับโครงการดีๆเช่นนี้ โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือของสหพันธรัฐเยอรมันนีและประเทศไทย

วันนี้ขอเขียนสั้นๆ ก่อนว่า ในที่มาที่ไป อันเป็นประโยชน์จากการขีดเขียนBlog นี้ว่า ทางโครงการได้พยายามหาผู้ที่ทำงานด้านอาชีวอนามัยในเกษตรกรรม และแล้ว ก็มาพบบทความ ที่ผู้เขียนมีความตั้งใจทำงานอาชีวอนามัยกับกลุ่มแรงงานที่ยังไม่มีกลไกภาครัฐเข้าดูแลอย่างเป็นรูปธรรม อันรวมถึงแรงงานภาคเกษตร

ด้วยความเข้าใจ ร่วมกัน เห้นพ้องต้องกัน กับโครงการดีๆ  จึงได้เกิดเครื่องไม้เครื่องมือ และวิธีการหลากหลาย สำหรับวันนี้ขอนำเสนอหนังสือดีเล่มนี้

หนังสือเล่มนี้ถูกนำไปใช้ครั้งแรกเป็นเครื่องมือส่งเสริมตัวแกนนำเกษตรกร ซึ่งเป็นสมาชิกของโครงการ และกำลังจะถูกนำไปขยายต่อไปถึงตัวเกษตกรอีกหลายร้อยหลายพันคนต่อไป

รศ.ดร.สรา อาภรณ์

 

ภูมิใจที่สุดแล้ว Palm Oil , Mahidol และอีกด้านสัญลักษณ์ของประเทศผู้ทำให้เกิดโครงการดีๆ

Danke, Deutschland

thank you ,Germany

 

การประเมินทางการยศาสตร์ LUBA

บทความที่ได้รับการอ่านมากอันดับต้นๆ ในช่วงนี้ จะเป็นเรื่องการยศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออาจารย์มานั่งศึกษา คำที่ใช้ในการ search หา พบว่า แบบประเมินการยศาสตร์ มีจำนวนมากที่สุด

ดังนั้นวันนี้ขอนำเสนอ แบบประเมินอีก หนึ่งแบบ ที่นำมาใช้ ค่ะ

เขียนไม่ผิดแน่นอน หลายท่านอาจจะคุ้นๆ RULA  หรือ Rapid  Upper Limb Assessment หรือ REBA หรือ Rapid Entired Body Assessment

สำหรับแบบที่แนะนำวันนี้คือ an assessment technique for postural loading on the upper body หรือ ชื่อเล่น จำง่ายๆ ว่า LUBA  แบบประเมินนี้ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง เรื่องท่าทางการทำงานกับความรู้สึกไม่สบาย (Posture and Relative Discomfort Score) อาจารย์สรา กำลังนั่งอ่านอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะจะมีนักศึกษาระดับปริญญาโท จะนำชุดประเมินนี้มาใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ เป็นเครื่องมือพิสูจน์ว่า เครื่องมือที่ใส่ไปในสถานีงานตัวใหม่นี้จะดึขึ้นหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบท่าทางการทำงานกับคะแนนความรู้สึกไม่สบาย และในงานของนักศึกษาก็ยังจะมีการตรวจค่าศักย์ไฟฟ้าของกล้ามเนื้อในรูปแบบต่างๆ กัน นักศึกษาจะสอบเสนอหัวข้อเรื่องเร็วๆ นี้ค่ะ หากผู้ใดสนใจ มาฟังกันได้ นี่คือส่วนหนึ่งของงานของนักศึกษาในระดับปริญญาโท ที่ภาคอาชีวอนามัยและความปลอดภัยค่ะ

อาจารย์สรา

 

งานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ 25

วันนี้เป็นวันเสาร์ ตื่นแต่เช้า เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ เพราะจะเป็นวันที่ ทีมแรงงานนอกระบบจะจัดเวที “คุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ” หลายปีที่ผ่านมา หากจะทำเวทีลักษณะแบบนี้ อาจารย์สราจะเป็นคนดำเนินรายการ สัมภาษณ์ พี่น้องแรงงาน แต่วันนี้ จากการทำงานของพวกเราทั้งหมด มีการพัฒนาศักยภาพของพี่น้องแรงงาน ผู้ดำเนินรายการในวันนี้เป็น พี่น้องแรงงาน พี่สุจิน รุ่งสว่าง เครือข่ายแรงงานนอกระบบกรุงเทพมหานคร ดำเนินการสัมภาษณ์ พี่น้องแรงงานผู้แทนกลุ่มอาชีพ ตัวแทนกลุ่มแทกซี่ กลุ่มมอร์เตอร์ไซด์ แม่ค้าหาบเร่ ตัดเย็บเสื้อผ้า พี่อรุณี ศรีโตซึ่งเคยเป็นแรงงานในระบบมาก่อนและพี่ซาเล้ง และนอกจากนี้ยังมีพี่ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข จากสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ และมีอาจารย์สรา ร่วมในเวทีแลกเปลี่ยนแห่งนี้ เราคุยกันเรื่องการทำงาน ความเสี่ยง สิ่งแวดล้อมการทำงาน “อาชีวอนามัย” กรณีศึกษาการบาดเจ็บจากพี่น้อง คุณณรงค์ เนตรสาริกา จากสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ เล่าให้พวกเราฟัง เรื่องราวการดูแลสุขภาพ แนวโน้มนโยบายจากสปสช. กับสุขภาพแรงงานนอกระบบ

วันนี้พวกเราได้เวลาทั้งหมด หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ตื่นเต้นและดีใจค่ะ พี่น้องได้มาพูดคุย เรื่องอาชีวอนามัย เรื่องนโยบาย ยิ่งพูดก็ยิ่งน่าฟัง มิได้เชียร์กันเองแต่อย่างใดค่ะ มันเป็นแรงบันดาลใจเลยว่า เราต้องจัดเวทีให้พี่น้องได้ทำการสื่อสารสาธารณะ แลกเปลี่ยนพูดคุย และที่สำคัญ ในวันนี้ ก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงแรงงานมานั่งรับฟัง เรื่องเล่า เรื่องราวต่างๆ จากพี่น้องแรงงานนอกระบบ

เราต้องทำกันต่อไปค่ะ

อาจารย์สรา

สุจิน รุ่งสว่าง ผู้ดำเนินรายการ

อาชีวอนามัยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กลับมาประจำการอีกรอบแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากได้รับการร้องขอให้เขียนบทความกึ่งๆวิชาการเล่าเรื่อง “งานของอาจารย์” ที่ทำ จึงได้กลับไปนั่ง รื้อ เอกสารทบทวน เรื่อง วันเดือนปี พศ. ค้นหารูปภาพ แล้วทำให้คิดถึง บ้านเลือก โพธาราม

งานที่ทำเกี่ยวกับอาชีวอนามัยในแรงงานนอกระบบ กลุ่มอาชีพช่างเสริมสวย กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มทำตุ๊กตา เป็นโครงการนำร่องเรื่องอาชีวอนามัยเชิงรุก ผ่านการสร้างอาสาสมัครอาชีวอนามัยนั้น เห็นเป็นรูปธรรม แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดจากโครงการหรือยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น นั้น คือพัฒนาศักยภาพของอปท. ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ให้คิดพิจารณาเรื่อง”อาชีวอนามัย” มากขึ้น

เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา มีโอกาสพบกับท่านรองประภาภรณ์ แห่งเทศบาลตำบลบ้านเลือกซึ่งเคยทำงานร่วมกันในพื้นที่บ้านเลือก ปรากฏว่า ท่านได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเวทีใหญ่ กล่าวคำว่า “อาชีวอนามัย” อย่างสนิทสนม ทำให้คนทำงานอย่างเราๆ รู้สึกไม่เสียดายเวลา ไม่เสียดายแรงงานที่ทุ่มเทไป จากรายงานแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ กล่าวถึงผลการศึกษาของศูนย์วิชาการแรงงานนอกระบบ ม.มหิดล ว่า

“จากผลการศึกษาดังกล่าว ได้นำไปสู่การออกแบบการส่งเสริมให้มีความปลอดภัยในการทำงานในกลุ่มอาชีพร่วมกับศูนย์แพทย์ชุมชนตำบลบ้านเลือก (ชื่อหน่วยงาน ณ เวลานั้น)  กลุ่มอาชีพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลตำบลบ้านเลือกได้มีการบรรจุเรื่องการดูแลสุขภาพของกลุ่มอาชีพไว้ในแผนพัฒนาตำบล 3 ปี โดยมีข้อพิจารณาถึงความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงศาสตร์ต่างๆ ที่ต้องนำมาประกอบเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น เช่น การออกแบบอุปกรณ์มีคม รูปแบบระยะเวลาการทำงานที่เหมาะสมเป็นต้น”

ไม่เสียดายเวลาที่สิ้นไปค่ะ ท่านรอง

ขอบพระคุณอีกครั้ง

อาจารย์สรา

 

คนสวย ยกมือขึ้น

การตั้งหัวข้อเรื่องนี้ได้มาจากเพื่อนค่ะ บอกกันไว้ใน Facebook ว่าจะนำรูปมาขึ้นและเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับรูปที่ปรากฏข้างล่างนี้ เพื่อนตู่ นางงามประจำของศรีสัชนาลัยก็เลยให้แนวความคิดนี้ ขอบใจมากเพื่อน

เริ่มเล่ากันเลยดีกว่า

ทุกปี ทางคณะสาธารณสุขศาสตร์ จะนำนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานพัฒนาอนามัยชนบทเบ็ดเสร็จ สำหรับในปีนี้ ได้เลือกพื้นที่ ตำบลลาดบัวขาว และตำบลหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และในอดีตที่ผ่านมา นักศึกษาอาชีวอนามัยมิได้ร่วมกิจกรรมนี้ หากแต่ว่าจะฝึกงานในโรงงานสถานประกอบการอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่สำหรับหลักสูตรใหม่ นักศึกษาอาชีวอนามัยต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ภาควิชามีการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ อาจารย์สราได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ในฐานะอาจารย์สนับสนุนวิชาการ พวกเราเตรียมงานตั้งแต่อยู่ที่กรุงเทพ ให้นักศึกษาได้เตรียมตัวศึกษาข้อมูล วางแผนการดำเนินงาน ก่อนเข้าพื้นที่ จนถึงวันเดินทางปฏิบัติงาน อาจารย์ก็ต้องเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว มีการประชุมเตรียมงานเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นระบบที่ดีมาก เมื่อเข้าในพื้นที่ตารางงานของอาจารย์เริ่มกันตั้งแต่เช้า เจ็ดโมงครึ่งเดินทางออกจากศูนย์ประสานงานที่อำเภอสูงเนิน เข้าสู่ศูนย์อำนวยการฝึกภาคสนาม ซึ่งตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมสีคิ้ว ใช้เวลาเดินทาง ครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นมีการประชุมกันทุกวัน เป็นเวลา หนึ่งชั่วโมง ถกกันเรื่องแผนงาน แจกหน้าที่รับผิดชอบ และทำการสรุปผลการเยี่ยมสนับสนุนวิชาการ วันต่อวัน หลังจากนั้นอาจารย์ทั้งหมด เดินทางพร้อมรถตู้ สองคัน เข้าสู่หมู่บ้าน ภารกิจเสร็จกันประมาณ สี่โมงครึ่งจากนั้นเดินทางกลับสู่ศูนย์ประสานงานที่อำเภอสูงเนิน ขณะนี้กิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาครบ 1 สัปดาห์

เกิดอะไรขึ้นบ้าง

เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้รับและได้ให้สิ่งใหม่ๆ กันทุกวัน

รูป “สวยน้อย” ที่เห็นข้างล่าง มาจากกิจกรรมของอาจารย์ ที่ต้องรับผิดชอบนำเสนอ รายงานการทำงานของนักศึกษาในกลุ่มที่ตนเองได้รับมอบหมาย ในความเป็นจริงแล้วบรรยากาศในการนำเสนอสนุกสนานมาก แต่ยังสงสัยกันอยู่ว่า ทำไมรูปออกมาดูเคร่งเครียดมาก อาจารย์สราถูกทาบทามให้ทำหน้าที่ในวันแรกๆที่มาถึง แต่คิดว่าตนเองยังไม่พร้อม จึงบอกพี่ๆ ไปว่าขอสังเกตการณ์ก่อนค่ะ ในระหว่างนั้นก็ได้ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับนักศึกษามากมายหลายกลุ่ม นักศึกษาแต่ละกลุ่มจะเลือกกรอบแนวคิดพิจารณาชุมชน บางกลุ่มใช้ Kark’s Model บางกลุ่มใช้ Ecological Model of Health Outcomes  ยังมีอีกเยอะแยะมากมายที่มีการถูกเลือกมาใช้หรือแม้แต่การบูรณาการเลือกและรวม ตามลักษณะสถานการณ์ชุมชน ต่อไปสิ่งที่อาจารย์ได้เรียนรู้เพิ่มเติมคือ เครื่องมือ 7 ชิ้นที่ ใช้ในการศึกษาชุมชน ตัวอย่างเช่น แผนที่เดินดิน ผังเครือญาติ การจัดตั้งองค์กรในชุมชน ประวัติชุมชน เป็นต้น สำหรับแผนที่เดินดินในบางกลุ่มมีการเดินอากาศด้วย เพราะนักศึกษาใช้ เครื่องมือไฮเทค ใช้ Google Earth มาประกอบ นักศึกษาดำเนินการศึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือมักใช้ภาษาอังกฤษกันว่า Stakeholders  นอกจากนี้ที่ถกกันมากในทุกกลุ่มคือตัวชี้วัด การพิจารณาทบทวนตัวชี้วัด การทำเครื่องมือเก็บข้อมูล อื่นๆ อีกมากมาย สิ่งที่อาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมเรียนรู้กับชุมชน มีคณานับ จริงๆ เกิดขึ้นในทุกๆ วันหรือเรียกว่าทุกๆ ช่วงวันเลยก็ว่าได้

การมาอยู่ร่วมกันของนักศึกษา เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนในสังคมด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่ในทุกๆ กลุ่ม จะมีการจัดการ ตกลงทำความเข้าใจกันในกลุ่ม บางกลุ่มมีกิจกรรม Buddy และกิจกรรม Magic Box  สำหรับอาจารย์สราแล้ว รู้สึกดีมาก ตื่นตาตื่นใจทุกวัน ตื่นเช้ารับวันใหม่คิดว่าวันนี้จะพบจะเจอสิ่งใดหนอ การได้เข้ามาร่วมทีมทำงานทำให้เราแน่นขึ้น ไม่ได้อ้วนขึ้นอย่างเดียวแต่ วิชาการต่างๆ การคิดแบบมีระบบ มีกรอบ มีแนว มันชัดมากขึ้น มันเป็นเน้นย้ำให้กลับเข้ามาทำงานได้แม่นขึ้น หลายคนคิดว่าอาชีวอนามัยมีเหรองานแบบนี้ มีคะ มีเยอะแยะด้วย สิ่งที่ทำอยู่กับสิ่งที่เรียนรู้มาใหม่ คงจะทำให้ได้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์มากขึ้น หลายคนถามว่าถูกเกณฑ์ให้ไปหรือเปล่า ไม่เลยคะ เต็มใจไป คนเราต้องเรียนรู้กันตลอดชีวิตแหละค่ะ ถึงเป็น รศ.ดร. ก็ต้องเพิ่มพูนความรู้เช่นกัน และประสบการณ์งาม งามแบบนี้ ต้องตอบ yes สถานเดียว

สิ่งที่ตั้งใจเล่าให้ฟังนอกจากมีวิชาการข้างบนแล้ว ต่อไปนี้คงเป็นเรื่องเสริมเพิ่มเติม จากรูปประกอบ ดังที่เขียนเล่าให้ฟังข้างบนแล้วว่า บรรยากาศการนำเสนองานในวันนั้นสนุกสนานมาก พี่ๆ ที่นั่งอยู่ หลายท่าน บอกว่า ต้องอยู่ต่อแล้ว นำเสนอได้ดีมาก นำเสนอได้เห็นภาพ เก็บประเด็นได้ครบ ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิ่งนั้นคือ ความเข้าใจ ความชัดเจนในการที่เราได้ไปเห็น ได้ซักถาม ทำให้อาจารย์นำมาบรรยายความได้เห็นภาพมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญในการนำเสนอในวันนั้นคือ บรรยากาศพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ อาจารย์ทั้งหลายเองนั้น ให้กำลังใจ สนใจ สายตาจับจ้อง ทำให้ผู้เล่าความกระตือรือร้น ต้องการทำให้ดี การยอมรับในกันและกัน การให้กำลังใจกัน ทำให้สังคมทุกสังคมดีงามขึ้น กลับมานั่งคิดว่า หากผู้นำเสนอให้ใจเต็มที่(เสมอ) แต่กลุ่มผู้รับ รู้สึกเฉยๆ ฟัง ฟัง สายตาเฉยเมย อะไรจะเกิดขึ้นค่ะ

แน่นอนที่สุดทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง แต่สิ่งที่คอยสนับสนุนประคับประคองกันคือ การเห็นคุณค่าของกันและกัน การยอมรับในกันและกัน เราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้หรอกค่ะ เราต้องอยู่ในสังคมค่ะ หรือบางครั้ง เราก็มารู้สึกตัวว่า อะฮะ สังคมนี้มิใช่อาณาบริเวณที่เราจะอยู่แล้ว เราก็ต้องพิจารณากันไปนะค่ะ เพื่อนบอกมาวันก่อนว่า คุยกับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเราแม้เพียงนาทีเดียวก็นานเกินพอแล้ว ทั้งหมดก็มาจบที่ว่า มันอยู่ที่ใจเรา สติเรานี่แหละ แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆด้วย เขียนไปเขียนมาก็งง งง ตัวเอง หากไปอยู่ที่ใดที่รู้สึกแปลกๆ ก็ตั้งสติ ดูท่าทีให้ดีค่ะว่าจะอยู่หรือจะไป

อีกท่านที่ต้องขอบคุณ

ตอนนี้ กำลังเห่อน้องปอด iPod Touch ตัวใหม่ที่พากันซื้อยกแกงค์ค่ะ ก็เลยได้ฟังเพลงเพราะๆ เพลงนี้ “รอ” ซึ่งมีเนื้อร้องว่า

รอใคร รอคอย ลอยคอ เคว้งไป รอคน ร้างไกล ไปไกลเหลือเกิน
รอจน ใจกลัว กลัวเธอไปไกล ไม่มาหา
ไกลเกินคืนมา นานเกินนำพา ให้มาเหมือนเดิม
ยังคง รอคอย คอยตามสัญญา ยังจำวาจา
…คืนวันอำลา สัญญาให้รอ

ผู้ขับร้องชื่อ วิยะดา โกมารกุล ณ นคร ต้องขอขอบคุณคุณวิยะดา สมัยที่เรียนหนังสืออยู่ที่เยอรมันนั้นเพลงที่มักจะฟัง ก็เป็นเพลงของคุณวิยะดานี่แหละค่ะ สมัยก่อนไม่มีเครื่องเล่นทันสมัยแบบนี้ ก็ใช้เทปค่ะ เดินไปมหาวิทยาลัยวันหิมะตก ก็ฟังเพลงคุณวิยะดา เดินไปในวันอากาศดี ก็ฟังคุณวิยะดา วันก่อนได้มาฟังอีกครั้ง คิดถึงสมัยก่อนๆ ตอนฟัง ขอจันทร์ หรือไปไกลกว่านั้น เพียงแค่ใจเรารักกัน หรือย้อนกลับมาสักนิด เป็น เติมฝัน ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน เพลงของคุณวิยะดา นอกจากจะมีภาษาไทยที่สวยงาม ออกเสียงภาษาไทยชัดเจน เนื้อร้องเข้าใจง่ายแล้ว ดนตรีก็ยังมีความทันสมัยจนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังฟังได้ มีเสน่ห์ มีสีสัน ตอนเขียนนี้ก็กำลังฟังเพลง “วันที่งดงาม” จากน้องiPod อยู่ ใช้percussion ใช้เสียงธรรมชาติ หลายสิ่ง หลายอัน สรุปได้ว่า สวยงามค่ะ

ขอบคุณคุณวิยะดาที่อยู่เป็นเพื่อนกันตอนไกลบ้าน วันนี้กลับบ้าน อยู่บ้านนานแล้ว ก็ยังรู้สึกชื่นชม

ขอบคุณเหมือนเดิมค่ะ

เสื่อพร้อม

เอาเข้าจริงๆ ไม่ทราบจะเล่าเรื่องใดก่อนดี เพราะเรื่องมันเยอะ รวบรวมและเรียบเรียงยากมาก จะเล่าเรื่องแรงงานนอกระบบต่อหรือเรื่องไปเที่ยวหรือเรื่องสอนหนังสือหรือเรื่องเพื่อนๆ ดี เอาเรื่องสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยดีกว่าค่ะ

ขอเล่าว่า มีความสุขมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ในเรื่องสอนหนังสือ สำหรับน้องๆ ที่เป็นอาจารย์ใหม่ๆ ฟังทางนี้เลยค่ะ เรามาถอดบทเรียนกัน การสอนพิษวิทยาอาชีวอนามัยกัน

หากใครจะไปถามเด็กอาชีวอนามัยปี 3 ซึ่งกำลังเรียนวิชาพิษวิทยาอยู่ ตอนนี้ทุกคนจะรู้จักเมืองUlm  รู้ว่ามหาวิทยาลัยของอาจารย์สรา อยู่บนเนินเขา เวลาหิมะตกๆหนักๆ อาจารย์ต้องเดินไปมหาวิทยาลัยเพราะรถประจำทางวิ่งไม่ได้ เมื่อก่อนตอนสอนหนังสือ จะมีความตั้งใจมากเกินไป คาดหวังมากเกินไป พูดจาจริงจังเกินไป แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปเยอะ วิธีที่เราถูกกระทำมา ก็จะไม่เหมาะสมกับวิธีที่จะนำไปกระทำต่อ เรื่องวิชาการมากไป เรื่องการใช้ชีวิตหนักมากไป เด็กปี สามหรือปี สี่ คงจะไม่ค่อยอยากจะได้ยินมากนัก ต้องมีการปรับดีกรีกัน

จำได้ว่า ตอนเล่าเรื่องหิมะตก ที่มหาวิทยาลัย ให้นักศึกษาปี 3 ฟัง นักศึกษาทุกคนฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาเป็นประกายโต อยากฟัง อยากฟัง อยากฟังต่อ พออาจารย์เปลี่ยนมาเป็นกลไกการออกฤทธิ์ อันตราย ความเป็นพิษ เริ่มจะง่วง เริ่มจะอยากเข้าห้องน้ำ สอนหนังสือยากนะค่ะ ไม่มาเป็นครูคงจะไม่ทราบ วาทกรรมเด็ดคือ สอนให้คนเก่งไม่ยาก แต่สอนให้เด็กเป็นคนดี เป็นเรื่องยากและท้าทาย

ด้วยทั้งพ่อและแม่เป็นครู ก็จะตั้งใจทำต่อไป เดี๋ยวนี้มีความสุขขึ้นกว่าแต่ก่อน สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือการบอกวัตถุประสงค์ของการพูดให้เด็กๆฟังด้วย พร้อมไปเลย ทุกอย่างมีเหตุมีผลให้หมด ชี้แจงเหตุและผลให้ครบไปเลย เพราะจะให้เด็กๆมาคิดพร้อม คิดเหมือนไปกับเราคงไม่ได้ นี่แหละค่ะสิ่งที่ค้นพบ ก็เลยทำให้สอนหนังสือสนุกขึ้น เห็นดวงตากลมๆ โตๆ มีประกาย อยากฟังต่อ แล้วมีความสุขค่ะ อาทิตย์นี้ เด็กๆ ปี 3 จะสอบMidterm วิชาพิษวิทยาอาชีวอนามัย อวยพรกันตรงนี้นะค่ะ ขอให้ทำข้อสอบได้ อ่านหนังสืออย่างเข้าใจ หากไม่เข้าใจ มาถามได้ตลอดเวลา แต่ขอคำถามชัดๆ นะค่ะ

โชคดีค่ะ

เดินหน้าต่อไป

ไม่ทราบว่าจะเขียนเรื่องไหนก่อนดี เพราะเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในระยะเวลาที่ผ่านมา

การทำงานกับกลุ่มแรงงานนอกระบบ ดำเนินต่อไปอย่างเสมอเสมอมีระเบียบแบบแผน หรืออยากประเมินตัวเองว่า มีระบบระเบียบมากขึ้น มีข่ายซึ่งเป็นคำย่ออีกที มาจากคำว่า เครือข่าย มีข่ายมากขึ้น ทั้งในหมู่นักวิชาการด้วยกัน และในกลุ่มเป้าหมาย มีคนรู้จักมากขึ้น อิฉันดังพอสมควรนะค่ะ มีการบริหารจัดการดีขึ้น ทำงานหนักขึ้น มากวงทำงานขึ้น แต่เบาแรง ดูเหมือนจะขัดกันแต่เป็นความจริง มีเพื่อนหลายวงขึ้น แต่ประหยัดแรงมากกว่าแต่ก่อนเยอะ ตัวอย่างเช่น มีวงของนักวิชาการ จากน้องๆอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ มหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ดังนั้นมีเครือข่ายนี้จะช่วยในเรื่องวิชาการ อบรมอาชีวอนามัยในแรงงานนอกระบบ มีระบบมากขึ้น เดี๋ยวนี้เราพัฒนาหลักสูตร มีสื่อ จึงประหยัดแรงและมีมาตรฐาน

ตั้งแต่เขียนมายังไม่มีอะไรไม่ดีเลย ตั้งใจกันอย่างนั้นจริงๆค่ะ เราจะไม่เคยเรียกทุกอุปสรรคว่าข้อเสียกันเลย พวกเราพยายามมองหรือมีทัศนคติร่วมกันว่า เราต้องเรียนรู้ในสิ่งเหล่านั้น ร่วมกัน นี่คือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน ตรงไปตรงมา ไม่มีสิ่งแอบแฝงซ่อนเร้นในทีมทำงาน

พวกเราพยายามสร้างทีมสนับสนุนติดตามการดำเนินงาน การทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ต้องเรียกว่าเข้าใจ อย่างจริงใจ จะทำให้การทำงานมีความสุข เกิดประสิทธิภาพ ถึงเป้าหมาย หรือถึงธงชัยได้อย่างมั่นใจ

วงวิชาการ

 

 

 

 

เดินทางอีกครั้ง ไปสีมันตระ

ไม่อยากขึ้นด้วยคำว่า ห่างหายไปนาน เลยค่ะ แต่ความจริงเป็นเช่นนั้น

อันเนื่องจากวันนี้ต้องเดินทางอีกครั้ง แต่การเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้ไปนำเสนองาน ณ ประเทศไหน ค่ะ หากแต่เป็นการเดินทางไปปฏิบัติธรรมกับพี่สาว ณ เมืองUlm อีกคน พี่หมอจ้อย ช่วยจัดการชีวิตให้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ช่วยจองห้องพัก ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม สีมันตระ จังหวัดลำพูน และเป็นธุระเรื่องจองตั๋วรถไฟ วันไป รถตู้วันกลับ ทุกอย่างกัลยาณมิตร อุปถัมภ์มาโดยตลอด ขอบคุณพี่หมอจ้อย ณ โอกาสนี้ค่ะ

ช่วงที่ผ่านมา ยุ่งมากๆ ทำงานทุกวัน จนบางคน ยกเว้นนักศึกษาป.โท ที่ภาควิชา อาจจะคาดไม่ถึงว่า โห อาจารย์คนนี้ ทำไมทำงานได้ยุ่ง ได้เยอะขนาดนี้ เรียกว่ายุ่งไปกับเขาเสียทุกเรื่องค่ะ ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะไปทำเซลสมองให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

ขอเล่าเรื่องยุ่งๆ สักนิดค่ะ เรื่องที่ยุ่งหนักหรือมากหน่อยก็คือ แรงงานนอกระบบ ทั้งประชุมพูดคุย ทั้งเจอหน้า ทั้งไม่เจอหน้า เดี๋ยวนี้กลุ่มแรงงานนอกระบบใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด พวกเราติดต่อ ทำสื่อสารสาธารณะโดยใช้ Facebook คอยรายงาน ความเคลื่อนไหว หรือหากเป็นภาษาของนักวิชาการ จะเรียกว่า การขับเคลื่อน เราใช้ Facebook ขับเคลื่อนงานกันตลอดเวลา หลายคนอาจจะเห็นอาจารย์สรา ไม่หายไปจาก FB เลย ข้อนี้ยอมรับค่ะ เราพยายามใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

นอกจากเรื่องแรงงานนอกระบบ ซึ่งขณะนี้

เรามีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

เรามีเครือข่ายการผลักดัน งานของสปสช. หรือที่เข้าใจง่ายๆว่าบัตรทอง ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นมา ไม่มีตัวบัตร เพราะใช้บัตรประชาชนได้ แต่สิทธิประโยชน์ยังคงอยู่ เราพยายามขับเคลื่อนให้สิทธิประโยชน์เหล่านี้ให้มาดูแลสุขภาพคนในชุมชนซึ่งแน่นอนว่ารวมคนในชุมชนด้วย

เรามีสื่อ เพื่อให้ความรู้เรื่องสารเคมีสำหรับกลุ่มพี่ๆ รับซื้อของเก่า กลุ่มพี่ซาเล้ง

เรามี การให้ความรู้การยศาสตร์ กลุ่มพี่แทกซี่ จนถึงกำลังออกติดตามผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งที่ผ่านมา

เรามี (อันนี้สำคัญ) ข้อมูลความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ ของกลุ่มเป้าหมาย วิธีที่ใช้คือ Job Safety Analysis  ทั้งหมด

ยังไม่รวมถึง เรามีเครือข่ายวิชาการ มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่มีความสนใจมาร่วมงานอาชีวอนามัยในแรงงานนอกระบบ

และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้เป็นส่วน ที่เป็นข้อแก้ตัวว่า ทำไม blog ถึงขาดหาย ยังไม่แค่นี้นะค่ะ อาจารย์สรา ยังไปทำตัวยุ่งกับพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย เพื่อหาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัตินี้ ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับบริบทการใช้งาน

และงานหลักสำหรับการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ยุ่งกับนักศึกษาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยค่ะ นักศึกษาป.โท ต้องจบ และต้องมีคุณภาพ ใครทำงานหนัก มิใช่นักศึกษาคนเดียวนะค่ะ คนเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา รับบทหนัก ยิ่งกว่าวนิดา อันนี้ต้องขีดเส้นใต้ ด้วย

และบรรดาพวกที่จ่อคิวอยู่  อาจารย์สราได้จัดทำคิวไว้ที่ตรงกลางภาควิชา มีน้องแชมป์คุมคิว รับบัตรคิว น้องๆ อาจจะไม่ทราบเลยว่า ก่อนที่อาจารย์จะมาพูดเรื่องยาก ให้ฟังดูง่ายๆ นั้น อาจารย์ต้องไปอ่าน ทบทวน เรื่องราวต่างๆ มากมาย จนทำให้ไม่มีเวลาเขียนBlog ค่ะ

คงต้องจบแล้ว เพราะต้องไปเก็บของเพื่อเดินทางแล้วค่ะ รถไฟจะออกจากสถานีรถไฟ สามเสน หนึ่งทุ่มครึ่ง สาวสาวซอยอารีย์ จะไปปฏิบัติธรรมกันละค่ะ กลับถึงกรุงเทพ อีกที 17 ตุลาคม ไปเลย เพื่อนแซวว่า บรรลุ แน่ ไปนาน

แล้วเราพบกันค่ะ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.